The Christus statueThe Church of Jesus Christ of Latter-day Saints Search | Feedback | Site Map | Help | Country Sites |
Home Broadcast Archives CES Fireside

ของประทานแห่งพระวิญญาณในยามยากลำบาก

เอ็ลเดอร์เฮนรีย์ บี. อายริงก์
แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง
ไฟร์ไซด์ซีอีเอสสำหรับหนุ่มสาว * 10 กันยายน ค.ศ. 2006 * มหาวิทยาลัยบริคัมยัง

เอ็ลเดอร์เฮนรีย์ บี. อายริงก์ข้าพเจ้าขอบคุณบทเพลงอันไพเราะและสำหรับการบันดาลใจของบทเพลงนี้ ข้าพเจ้าขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้อยู่กับท่านในค่ำคืนนี้ พวกท่านจำนวนมากอยู่ที่ศูนย์แมริออตต์ มหาวิทยาลัยบริคัม ยัง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพันคนที่ฟังและชมในสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ข้าพเจ้าไม่สามารถเห็นท่านทุกคน แต่พระบิดาบนสวรรค์ของท่านทรงเห็น พระองค์ทรงรู้จักชื่อท่าน ทรงทราบความต้องการของท่าน พระองค์ทรงรู้ใจท่าน ทุกท่านมีการท้าทายเฉพาะตน ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าข้าพเจ้าได้รับการดลใจเพื่อพูดถ้อยคำที่พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านได้ยิน

พรและการท้าทายในยุคสุดท้าย

ในความแตกต่างของเราแต่ละคน เราต่างก็มีบางสิ่งที่เหมือนกัน เราต่างก็อยู่ในการทดสอบอันเป็นสภาพทดลองของความเป็นมรรตัย และไม่ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ที่ใดการทดสอบนั้นจะยากขึ้นเรื่อยๆ เราอยู่ในสมัยแห่งการประทานสุดท้าย ศาสดาของพระผู้เป็นเจ้าเห็นเวลานี้มาแล้วเป็นพันๆ ปี ท่านเห็นว่าจะมีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้น การฟื้นฟูพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์จะเกิดขึ้น ศาสนาจักรที่แท้จริงจะถูกนำกลับมาพร้อมด้วยศาสดาและอัครสาวก พระกิตติคุณจะถูกนำออกไปทุกประเทศ ทุกตระกูล ทุกภาษาและทุกผู้คน สิ่งที่พิเศษสุดคือ ศาสนาจักรที่แท้จริงและสมาชิกจะมีค่าควรต่อการเสด็จมาของพระผู้ช่วยให้รอดสู่ศาสนาจักรของพระองค์และสานุศิษย์ที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ของพระองค์

แต่ศาสดาที่แท้จริงเห็นว่าในยุคสุดท้ายซานตานจะเดือดดาล จะมีสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม สิ่งนั้นจะก่อให้เกิดความกลัว หลายคนจะสูญเสียความกล้าหาญ จะมีความชั่วร้ายอย่างใหญ่หลวง และซาตานจะล่อลวงคนเป็นอันมาก

อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งน่ายินดีที่หลายคนไม่ได้ถูกครอบงำ หลายคนไม่ได้ถูกล่อลวง แท้จริงแล้วการที่ท่านกำลังฟังอยู่ที่นี่ในคืนนี้เป็นหลักฐานว่าท่านต้องการอยู่ท่ามกลางผู้ที่จะไม่ถูกครอบงำและจะไม่ถูกล่อลวง จุดประสงค์ของข้าพเจ้าคือเพื่อสอนท่านถึงวิธีที่ท่านสามารถเอื้อมไปสู่ความสุขและเป้าหมายอันรุ่งโรจน์

พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งสำคัญ

สิ่งสำคัญคือเราแต่ละคนจะต้องยอมรับและยึดมั่นของประทานที่พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญากับเรา ท่านที่เป็นสมาชิกของศาสนาจักรที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์จะจดจำได้ว่าหลังจากที่ท่านรับบัพติศมา ผู้รับใช้ที่ได้รับมอบอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าสัญญาว่าท่านจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ บางท่านอาจรู้สึกว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นขณะประกอบพิธีการ เกือบทุกท่านรู้สึกว่าสัญญานั้นมีสัมฤทธิผลในชีวิตท่าน ข้าพเจ้าจะบอกกับท่านในคืนนี้ถึงวิธีที่จะจดจำของประทานนั้น และวิธีที่จะได้รับของประทานนั้นทุกวันในชีวิต และวิธีที่ของประทานนั้นจะเป็นพรแก่ท่านในวันข้างหน้า

ท่านรู้สึกถึงการยืนยันที่สงบในใจและความคิดของท่านว่าบางสิ่งถูกต้อง และท่านรู้ว่านั่นคือการดลใจจากพระผู้เป็นเจ้า สำหรับบางท่านอาจรู้สึกถึงสิ่งนี้ขณะที่ผู้สอนศาสนาสอนท่านก่อนที่ท่านจะรับบัพติศมา สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นในระหว่างคำพูดหรือบทเรียนที่โบสถ์ สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นแล้วในคืนนี้เมื่อพูดหรือร้องสิ่งที่แท้จริงออกมา เหมือนกับที่ข้าพเจ้ารู้สึกเมื่อได้ยินเพลง เช่นเดียวกับที่บางท่านรู้สึก พระวิญญาณบริสุทธิ์คือพระวิญญาณแห่งความจริง ท่านรู้สึกถึงสันติสุข ความหวัง และปีติ เมื่อพระวิญญาณตรัสกับใจและความคิดของท่านว่าบางสิ่งเป็นความจริง ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความสว่างเกือบตลอดเวลา ความรู้สึกมืดมนที่ข้าพเจ้ามีอยู่ได้หมดไป และความปรารถนาที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องมีมากขึ้น

พระเจ้าทรงสัญญาว่าประสบการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับท่านเช่นกัน นี่คือพระคำของพระองค์ที่บันทึกไว้ในคำสอนและพันธสัญญา

“และบัดนี้ ตามจริง ตามจริงแล้วเรากล่าวกับเจ้าจงวางใจในพระวิญญาณองค์นั้นซึ่งนำให้ทำดี --- แท้จริงแล้วให้ทำโดยเที่ยงธรรม ให้เดินอย่างถ่อม ให้พิพากษาโดยชอบธรรมและนี่คือพระวิญญาณของเรา

“ตามจริง ตามจริงแล้ว เรากล่าวกับเจ้า เราจะแบ่งพระวิญญาณของเราให้เจ้า ซึ่งจะทำให้ความคิดของเจ้าสว่าง ซึ่งจะทำให้จิตวิญญาณของเจ้าเปี่ยมด้วยความสุข” (ค.พ. 11:12-13)

พระเจ้าทรงสัญญาด้วยว่าผู้ที่ยอมรับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ไว้ในชีวิตของพวกเขาจะไม่ถูกล่อลวง พระองค์ตรัสรับรองกับท่านและกับข้าพเจ้าผู้มีชีวิตอยู่ในวันเวลาที่ศาสนาจักรของพระองค์ได้รับการเตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่พระองค์จะเสด็จมาอีกครั้ง นี่คือสัญญาจากคำสอนและพันธสัญญา

“และในวันนั้น เมื่อเราจะมาในรัศมีภาพของเรา คำอุปมาซึ่งเราพูดไว้เกี่ยวกับหญิงพรหมจารีสิบคนจะสำเร็จ

“เพราะคนที่ฉลาดและรับความจริงและรับเอาพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้นำทางของเขาและไม่ถูกหลอก --- ตามจริงแล้วเรากล่าวกับเจ้า เขาจะไม่ถูกโค่นและโยนเข้าในไฟ แต่จะคงอยู่ในวันนั้น

“และจะให้แผ่นดินโลกเป็นมรดกแก่เขา และเขาจะทวีขึ้นและเข้มแข็งขึ้น และลูกหลานของเขาจะเติบโตไปสู่ความรอดโดยไม่มีบาป

“เพราะพระเจ้าจะประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาและรัศมีภาพของพระองค์จะอยู่บนเขาและพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ของเขาและผู้ให้กฏของเขา” (ค.พ. 45:56-59)

การแสดงให้ประจักษ์โดยพระวิญญาณ

ขณะที่ท่านฟังถ้อยคำเหล่านั้นในตอนนี้ท่านอาจรู้สึกถึงข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งของการได้รับปรากฏการณ์ของพระวิญญาณที่สัญญาแก่ท่านไว้ ถ้อยคำเหล่านี้แต่งแต้มสีสันให้แก่วันเวลาที่เราอยู่กับพระผู้ช่วยให้รอดผู้ตรัสถึงหญิงพรหมจารีสิบคนและการเสด็จมาของพระองค์อีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้จะเสด็จมาในพระสิริ และยังบรรยายถึงวันที่เราจะได้อยู่กับพระองค์โดยมีพระสิริของพระองค์อยู่กับเรา จากสิ่งทั้งหมดที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพยานถึง และสิ่งที่ท่านอาจรู้สึกถึง ไม่มีสิ่งใดมีค่ากับเรามากไปกว่าพระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า และไม่มีสิ่งใดที่จะเหมือนกับสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงความสว่าง ความหวัง และปีติ จึงไม่น่าประหลาดใจว่าเมื่อเรารู้สึกถึงอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราสามารถรู้สึกได้ว่านิสัยของเราเปลี่ยนไปเนื่องจากการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ เรารู้สึกถึงความปรารถนามากขึ้นที่จะรักษาพระบัญญัติของพระองค์ เพื่อทำความดีและปฏิบัติโดยเที่ยงธรรม

หลายท่านรู้สึกถึงผลที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ดังกล่าวบ่อยครั้งกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตัวอย่างเช่นในสนามเผยแผ่ บางท่านต้องพึ่งพาพระวิญญาณเพื่อจะมีคำพูดสอนผู้คนในสิ่งที่เขาต้องการ มากกว่าหนึ่งครั้งและอาจจะทุกวัน ท่านได้รับพรซึ่งนีไฟกับลีไฮได้รับท่ามกลางผู้คนในงานเผยแผ่ของพวกเขาดังที่บรรยายไว้ในฮีลามัน

“และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือนีไฟกับลีไฮได้สั่งสอนชาวเลมันด้วยพลังและอำนาจใหญ่ยิ่งเช่นนั้น เพราะคนทั้งสองมีพลังและอำนาจที่ได้รับมาเพื่อจะได้พูด และคนทั้งสองมีเรื่องที่จะพูดซึ่งท่านได้รับมาด้วย ---

“ฉะนั้นจึงยังความแปลกใจมากให้ชาวเลมัน คนทั้งสองได้พูดเพื่อทำให้พวกนี้ตระหนักถึงขนาดที่มีชาวเลมันแปดพันคนที่อยู่ในแผ่นดินเซราเฮ็มลาและแผ่นดินโดยรอบรับบัพติศมาไว้กับการกลับใจ และตระหนักถึงความชั่วร้ายของประเพณีของบรรพบุรุษของเขา” (ฮีลามัน 5:18-19)

ถึงแม้ท่านอาจไม่ได้รับพรด้วยการเก็บเกี่ยวอันมหัศจรรย์ยิ่ง แต่ท่านได้รับถ้อยคำจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เมื่อใจของท่านจำนนต่อการรับใช้พระเจ้า เวลาช่วงหนึ่งในงานเผยแผ่ของท่านจะมีประสบการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ถ้าท่านจะย้อนนึกถึงเวลาเหล่านั้นและไตร่ตรอง ท่านจะจำได้ด้วยว่าท่านมีความปรารถนาที่จะเชื่อฟังพระบัญญัติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่านรู้สึกว่าอยากทำตามการล่อลวงน้อยลงทุกที ท่านรู้สึกว่ามีความปรารถนาที่จะเชื่อฟังและรับใช้ผู้อื่นมากขึ้น ท่านรักผู้คนมากขึ้น

ผลอย่างหนึ่งของการได้รับปรากฏการณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ คือนิสัยของท่านเปลี่ยนไป และจากการรับใช้พระอาจารย์อย่างซื่อสัตย์ท่านไม่เพียงได้รับพยานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าพระเยซูคือพระคริสต์แต่ท่านจะเห็นหลักฐานในชีวิตของท่านว่าการชดใช้มีอยู่จริง การรับใช้เช่นนี้คือแบบอย่างของการเพาะเมล็ดซึ่งจะนำอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์มาให้ ดังที่แอลมาบรรยายว่า

“และบัดนี้ดูเถิด เพราะท่านลองการทดลอง และเพาะเมล็ด และมันพอง และงอก และเริ่มเติบโต ท่านก็จำต้องรู้ว่าเมล็ดดี

“และบัดนี้ดูเถิด ความรู้ของท่านสมบูรณ์หรือ แท้จริงแล้วความรู้ของท่านสมบูรณ์ในเรื่องนั้น และศรัทธาของท่านคงที่ และนี่เพราะท่านรู้ เพราะท่านรู้ว่าพระคำทำให้จิตวิญญาณของท่านพองอยู่ และท่านรู้ด้วยว่ามันงอก และความเข้าใจของท่านเริ่มสว่าง และจิตใจของท่านเริ่มขยาย

“โอ้ดังนั้นแล้ว นี่ไม่จริงหรือ? ข้าพเจ้ากล่าวกับท่านว่า ถูกแล้วเพราะมันคือความสว่าง และอะไรก็ตามที่เป็นความสว่าง ย่อมดีเพราะมองเห็นได้ ฉะนั้นท่านต้องรู้ว่ามันดี และบัดนี้ดูเถิด หลังจากท่านชิมความสว่างนี้ความรู้ของท่านสมบูรณ์หรือ?

“ดูเถิดข้าพเจ้ากล่าวกับท่านว่าไม่เลย ทั้งท่านต้องไม่ทิ้งศรัทธาของท่าน เพราะท่านเพียงแต่ใช้ศรัทธาของท่านเพื่อเพาะเมล็ด เพื่อท่านจะได้ลองการทดลองให้รู้หากเมล็ดดี

“และดูเถิด เมื่อต้นเริ่มเติบโตท่านจะกล่าวว่า: ให้เราบำรุงเลี้ยงมันด้วยความเอาใจใส่ให้มาก เพื่อมันจะแตกราก เพื่อมันจะเติบโตขึ้นและออกผลให้เรา และบัดนี้ดูเถิด หากท่านบำรุงเลี้ยงมันด้วยความเอาใจใส่ให้มาก มันจะแตกรากและเติบโตขึ้นและออกผล” (แอลมา 33:33-37)

การได้รับการเปิดเผยทุกวัน

ตอนนี้ถ้าท่านกับข้าพเจ้าพูดคุยกันตามลำพัง (ข้าพเจ้าอยากให้เป็นเช่นนั้น) ในที่ที่ท่านรู้สึกสะดวกใจที่จะถามอะไรก็ได้ที่ท่านต้องการถาม ข้าพเจ้าคิดว่าท่านจะต้องพูดอะไรบางอย่างทำนองนี้ “บราเดอร์อายริงก์ครับ ผมสัมผัสถึงบางสิ่งที่คุณพูดมา พระวิญญาณบริสุทธิ์สัมผัสใจและความคิดของผมเป็นครั้งคราว แต่ผมจะต้องการพระวิญญาณอย่างสม่ำเสมอถ้าผมไม่ถูกครอบงำหรือล่อลวง เป็นไปได้ไหมครับ ถ้าเป็นไปได้ จะต้องทำอย่างไรถึงจะได้รับพรนั้น”

ขอให้เราเริ่มต้นที่คำถามแรกของท่าน ใช่เป็นไปได้ เมื่อใดก็ตามที่ข้าพเจ้าต้องการความเชื่อมั่น--- และข้าพเจ้าต้องการเป็นบางครั้งบางครา ข้าพเจ้านึกถึงพี่น้องสองคนนั้น นีไฟกับลีไฮ และผู้รับใช้คนอื่นๆ ของพระเจ้าที่ทำงานกับพวกเขาและเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรง พวกเขารับใช้ในโลกที่มีความชั่วร้ายมากขึ้น พวกเขาต้องรับมือกับการล่อลวงที่น่าหวาดหวั่น ดังนั้นข้าพเจ้าจึงกล้าหาญและท่านก็กล้าหาญได้จากถ้อยคำในข้อนี้ของฮีลามัน การตอกย้ำความมั่นใจมีอยู่ในเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี จนดูราวกับว่าผู้เขียนไม่ได้ประหลาดใจอะไรนัก ฟังนะครับ:

“และในปีที่เจ็ดสิบเก้าเริ่มมีการแก่งแย่งมาก แต่เหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือนีไฟกับลีไฮ และพี่น้องของท่านหลายคนผู้รู้เกี่ยวกับหลักธรรมแท้จริงของคำสอน โดยได้รับการเปิดเผยอยู่ทุกวัน ฉะนั้นพวกนี้ได้สั่งสอนผู้คนถึงขนาดที่ได้ทำให้การแก่งแย่งของคนทั้งหลายสิ้นสุดในปีเดียวกันนั้น” (ฮีลามัน 11:23)

พวกเขาได้รับ “การเปิดเผยมากมายทุกวัน” ดังนั้นสำหรับท่านและข้าพเจ้าแล้วนี่คือคำตอบของคำถามแรก เป็นไปได้ที่จะมีพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ด้วยอย่างพอเพียงที่จะทำให้มีการเปิดเผยทุกวัน สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็เป็นไปได้ การที่จะมีสิ่งนี้ได้ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลเพราะเราเริ่มต้นจากจุดที่เป็นสภาวะในประสบการณ์ชีวิตของเราโดยเฉพาะ สำหรับเราทุกคนแล้วมีข้อเรียกร้องอย่างน้อยสามข้อ ไม่มีสักข้อที่จะได้รับและรักษาให้คงอยู่ได้จากประสบการณ์เดียว ทุกข้อจะต้องถูกเริ่มต้นใหม่เป็นประจำ

ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า

ข้อแรก การรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ต้องอาศัยศรัทธาในพระบิดาบนสวรรค์ของเราและในพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ความทรงจำของประสบการณ์ทางวิญญาณเมื่อนานมาแล้วที่ท่านยืนยันกับตนเองถึงความจริงนั้นยังไม่เพียงพอ ท่านจะต้องเชื่อมั่นในศรัทธาของท่านแม้ในยามวิกฤติซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ทั้งในเวลากลางวันหรือกลางคืนเมื่อท่านวิงวอนขออิทธิพลของพระวิญญาณ ท่านจะต้องเชื่อมั่นอย่างไม่หวั่นไหวว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์ พระองค์ทรงได้ยินท่านวิงวอนขอความช่วยเหลือ และพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์จะทำสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับผู้รับใช้ของพระองค์ในการปฏิบัติศาสนกิจขณะที่พระองค์ทรงเป็นมนุษย์ให้ท่าน ท่านจำข้อความต่อไปนี้ได้ไหม

“แต่เมื่อองค์พระผู้ช่วยที่เราจะใช้มาจากพระบิดาหาท่านทั้งหลาย [คือ]พระวิญญาณแห่งความจริงผู้ทรงมาจากพระบิดานั้นได้เสด็จมาแล้ว พระองค์ก็จะทรงเป็นพยานให้แก่เรา” (ยอห์น 15:26)

นีไฟกับลีไฮสองพี่น้องได้รับการเปิดเผยมากมายทุกวัน บันทึกแสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้เกี่ยวกับประเด็นที่แท้จริงของหลักคำสอน หลักคำสอนที่แท้จริงทั้งหมดนี้ไม่มีสิ่งใดสำคัญกับข้าพเจ้าและท่านมากไปกว่าพระลักษณะที่แท้จริงของพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ เพราะสิ่งนั้นทำให้ข้าพเจ้าหันไปหาพระคัมภีร์ครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะสิ่งนั้นทำให้ข้าพเจ้าหันไปสวดอ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะสิ่งนั้นทำให้ข้าพเจ้าหันไปรับศีลระลึกครั้งแล้วครั้งเล่า และเหนือสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้ารู้จักพระผู้เป็นเจ้าและพระเยซูคริสต์ดีที่สุดโดยการรักษาพระบัญญัติและรับใช้ในศาสนาจักร จากการรับใช้อย่างพากเพียรในศาสนาจักรเราไม่เพียงรู้จักพระอุปนิสัยของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นแต่เรารักพระองค์ด้วย ถ้าเราทำตามพระบัญชาของพระองค์ ศรัทธาที่เรามีต่อพระองค์จะเติบโตและเราจะมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับเรา

ศรัทธาอันแรงกล้าในพระผู้เป็นเจ้าเกิดขึ้นได้ดีที่สุดจากการรับใช้พระองค์อย่างสม่ำเสมอ ใช่ว่าเราทุกคนจะได้รับการเรียกให้ทำหน้าที่ในศาสนาจักร บางท่านอาจยังไม่ได้รับเรียกอย่างเป็นทางการ แม้กระนั้นสมาชิกทุกคนยังมีโอกาสมากมายที่จะรับใช้พระผู้เป็นเจ้า ตัวอย่างเช่น วลีที่เราได้ยินกันมาหลายปีแล้วคือ “สมาชิกทุกคนเป็นผู้สอนศาสนา” เรื่องนี้ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อเท็จจริงของการเป็นสมาชิก ทางเลือกของเราคือเราจะพูดเรื่องพระกิตติคุณกับผู้อื่นหรือไม่ ในทำนองเดียวกันสมาชิกทุกคนต้องดูแลเอาใจใส่คนจนที่อยู่ในหมู่พวกเราและรอบข้าง เรื่องนี้บางครั้งเราก็ทำเพียงลำพังตัวเราเองเป็นส่วนตัว บางครั้งก็ร่วมมือกับสมาชิกคนอื่นๆ นั่นคือเหตุที่เรามีการบริจาคเงินอดอาหารและมีโครงการบำเพ็ญประโยชน์ ทางเลือกของเราคือต้องตัดสินใจว่าจะมีส่วนร่วมกับพระเจ้าและสานุศิษย์คนอื่นๆ ของพระองค์ในวันเวลาของเราเหมือนที่พระองค์และสานุศิษย์ของพระองค์เคยทำในการปฏิบัติศาสนกิจขณะทรงเป็นมนุษย์หรือไม่

พวกเราส่วนใหญ่ได้รับเรียกหรืออาจได้รับเรียกให้เป็นผู้สอนประจำบ้านหรือผู้เยี่ยมสอน ในการเรียกเหล่านั้นมีโอกาสดีเยี่ยมที่จะเติบโตในศรัทธาว่าพระเจ้าทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มายังผู้รับใช้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนของพระองค์ เรื่องนี้จะเสริมสร้างศรัทธาและฟื้นศรัทธาที่เรามีต่อพระองค์ ข้าพเจ้าเคยเห็นมาแล้วและพวกท่านหลายคนก็เห็นเช่นกัน ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่คนหนึ่งที่กังวลมากจากอีกรัฐหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากที่ข้าพเจ้าอยู่ เธอบอกว่าลูกสาวที่ยังไม่แต่งงานของเธอย้ายไปอยู่เมืองอื่น ไกลจากบ้านเดิม จากการติดต่อกับลูกสาวซึ่งไม่บ่อยนักเธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติมาก คุณแม่คนนี้เกรงความปลอดภัยด้านศีลธรรมของลูกสาว เธอวิงวอนให้ข้าพเจ้าช่วยลูกสาวเธอ

ข้าพเจ้าค้นหาว่าใครเป็นผู้สอนประจำบ้านของลูกสาวเธอ ข้าพเจ้าโทรศัพท์ไปหาเขา เขายังหนุ่ม แต่เขากับคู่สอนประจำบ้านก็ยังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในคืนนั้นไม่เพียงด้วยความเป็นห่วงเด็กสาวแต่ด้วยการดลใจว่าเธอกำลังเลือกทางที่จะนำไปสู่ความโศกเศร้าและทุกข์ระทม เพียงได้รับการดลใจจากพระวิญญาณทั้งสองไปหาเธอ ตอนแรกเธอไม่ยอมบอกอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของเธอ ทั้งสองอ้อนวอนให้เธอกลับใจและเลือกดำเนินตามวิถีทางที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้และที่คุณพ่อกับคุณแม่สอนให้ปฏิบัติตาม ขณะฟังเธอก็ตระหนักว่าทางเดียวที่ผู้สอนประจำบ้านทั้งสองรู้เกี่ยวกับชีวิตของเธอได้คือรู้จากพระผู้เป็นเจ้า พระบิดาบนสวรรค์ทรงได้ยินคำสวดอ้อนวอนของคุณแม่คนหนึ่งและส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มายังผู้สอนประจำบ้านพร้อมกิจธุระนั้น

หลายครั้งที่ข้าพเจ้าเคยได้ยินผู้นำฐานะปุโรหิตพูดว่าพวกเขาได้รับการดลใจให้ไปหาคนที่ต้องความช่วยเหลือ แต่ก็พบว่ามีผู้เยี่ยมสอนหรือผู้สอนประจำบ้านอยู่ที่นั่นแล้ว ภรรยาของข้าพเจ้าซึ่งอยู่ที่นี่กับข้าพเจ้าคืนนี้ คือตัวอย่าง ครั้งหนึ่งอธิการพูดกับข้าพเจ้าว่า “ท่านรู้ไหมครับ ผมรู้สึกน้อยใจ---เมื่อผมได้รับการดลใจให้ไปเยี่ยมใครก็ตาม ภรรยาของท่านมักอยู่ที่นั่นแล้ว” ศรัทธาของท่านจะเติบโตเมื่อท่านรับใช้พระเจ้าในการเอาใจใส่ลูกๆ ของพระบิดาบนสวรรค์ในฐานะผู้สอนของพระเจ้าที่ไปยังบ้านของคนเหล่านั้น การสวดอ้อนวอนของท่านจะได้รับคำตอบ ท่านจะรู้ด้วยตนเองว่าพระองค์ทรงพระชนม์ พระองค์ทรงรักเรา และทรงส่งการดลใจมายังผู้ที่มีศรัทธาในพระองค์และมีความปรารถนาที่จะรับใช้ในศาสนาจักรของพระองค์แม้พวกเขาจะเพิ่งเริ่มต้นทำเช่นนั้น จงอยู่ใกล้ชิดกับศาสนาจักรถ้าท่านต้องการให้ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าของท่านเติบโต และเมื่อศรัทธานั้นเติบโตท่านจะสามารถอ้างสิทธิ์ในสัญญาที่ที่ทรงทำไว้กับท่านคือท่านจะได้รับของประทานแห่งพระวิญญาณ

ข้อกำหนดให้เป็นคนสะอาด

ข้อกำหนดข้อแรกคือศรัทธาในพระเจ้า พระเยซูคริสต์ และในพระบิดาบนสวรรค์ ข้อกำหนดข้อที่สองสำหรับการเป็นเพื่อนและการนำทางจากพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่เสมอคือต้องเป็นคนสะอาด พระวิญญาณต้องทรงถอนตัวจากคนที่ไม่สะอาด ท่านคงจำภาพประวัติศาสตร์อันน่าเศร้าของผู้คนในพระคัมภีร์มอรมอนได้

“และเพราะความเลวร้ายของเขาศาสนาจักรจึงเริ่มเสื่อมโทรม และเขาเริ่มไม่เชื่อในวิญญาณแห่งการพยากรณ์และในวิญญาณแห่งการเปิดเผย และการพิพากษาของพระผู้เป็นเจ้าได้จ้องอยู่ตรงหน้าเขา

วิถีทางที่นำไปสู่การได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์คือการมีศรัทธาในพระคริสต์จนถึงการกลับใจ เราเป็นคนสะอาดได้โดยการมีค่าสมที่จะได้รับผลการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด พันธสัญญาที่ผู้รับใช้ซึ่งมีสิทธิอำนาจของพระผู้เป็นเจ้ามอบไว้ในพิธีบัพติศมาทำให้เกิดการชำระล้างนั้น เราต่อสัญญาของเราเพื่อรักษาพันธสัญญาเหล่านั้นทุกครั้งที่เรารับส่วนศีลระลึก และสันติสุขที่เราทุกคนแสวงหาคือหลัก ประกันว่าเราจะได้รับการอภัยบาปของเราอันเนื่องมาจากการละเว้นหรือการล่วงละเมิดของเรา

พระผู้ช่วยให้รอดคือพระองค์เดียวซึ่งได้รับมอบสิทธิ์ที่จะให้อภัย และประทานหลักประกันนั้น ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่าพระเจ้าประทานหลักประกันดังกล่าวเมื่อถึงเวลาที่พระองค์ทรงเลือกไว้ และทรงทำในวิธีของพระองค์เอง และข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะทูลขอสิ่งนั้นในการสวดอ้อนวอน วิธีหนึ่งที่พระองค์ประทานหลักประกันนั้นคือผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถ้าท่านรู้สึกถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ยาก ท่านอาจต้องไตร่ตรองให้ดีว่ามีสิ่งใดที่ท่านจำเป็นต้องกลับใจหรือรับการอภัยบ้างหรือไม่

ถ้าระหว่างวันนี้หรือแม้แต่คืนนี้ท่านรู้สึกถึงอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านอาจถือได้ว่านั่นคือหลักฐานที่แสดงว่าการชดใช้กำลังเกิดผลในชีวิตท่าน ด้วยเหตุผลนั้นและเหตุผลอื่นๆ อีกหลายข้อ ท่านจะทำตัวให้ดีเพื่อให้ตนเองอยู่ในตำแหน่งและในงานที่อัญเชิญการกระตุ้นเตือนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ การรู้สึกถึงอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานทั้งสองทางคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตในพระวิหารที่สะอาดเท่านั้น และการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ชำระเราให้สะอาดผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ ท่านอาจสวดอ้อนวอนด้วยศรัทธาเพื่อรู้ว่าจะทำอะไรเพื่อได้รับการชำระให้สะอาดเพื่อมีค่าสมกับการมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนและมีค่าสมกับการรับใช้ของพระเจ้า และจากการเป็นเพื่อนนั้นท่านจะได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งเพื่อต่อต้านการล่อลวงและได้รับพลังที่จะรู้ทันการล่อลวง

เหตุจูงใจอันบริสุทธิ์

ข้อกำหนดข้อที่สามสำหรับการมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนคือเหตุจูงใจอันบริสุทธิ์ หากท่านต้องการจะรับของประทานแห่งพระวิญญาณ ท่านต้องมีความต้องการด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง จุดประสงค์ของท่านต้องตรงกับพระประสงค์ของพระเจ้า เมื่อถึงระดับที่เหตุจูงใจของท่านเป็นความเห็นแก่ตัวท่านจะพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะรับของประทานแห่งพระวิญญาณที่ทรงสัญญาไว้

ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นทั้งการเตือนและคำแนะนำที่มีประโยชน์ ข้อแรก การเตือน พระผู้เป็นเจ้าทรงขุ่นเคืองเมื่อเราแสวงหาของประทานแห่งพระวิญญาณเพื่อจุดประสงค์ของเราเองแทนที่จะเป็นเพื่อพระประสงค์ของพระองค์ เราอาจไม่เห็นเหตุจูงใจที่เห็นแก่ตัวของเราอย่างชัดเจน แต่พวกเราบางคนอาจมืดบอดเหมือนชายคนหนึ่งที่พยายามซื้อสิทธิ์ที่จะมีของประทานแห่งพระวิญญาณ ท่านคงจำเรื่องเศร้าของชายคนหนึ่งที่ชื่อ ซีโมน และจำคำตักเตือนของเปโตรได้

“เมื่อซีโมนเห็นว่า คนเหล่านั้นได้เรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยการวางมือของอัครทูต จึงนำเงินมาให้อัครทูต

“และว่า ขอให้ข้าพเจ้ามีฤทธิ์อย่างนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าจะวางมือบนผู้ใด ผู้นั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์

“ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่ซีโมนว่า ให้เงินของเจ้าพินาศไปด้วยกันกับตัวเจ้าเถิด เพราะเจ้าคิดว่าจะซื้อของประทานแห่งพระเจ้าด้วยเงินได้

“เจ้าไม่มีหุ้นหรือส่วนในการนี้เลย เพราะใจของเจ้าไม่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า

“เหตุฉะนั้นจงกลับใจใหม่จากการชั่วร้ายของเจ้านี้ และอธิษฐานขอพระเจ้า ชะรอยพระองค์จะทรงโปรดยกความผิดซึ่งเจ้าคิดในใจของเจ้า

“ด้วยเราเห็นว่าเจ้าจะต้องรับความขมขื่น และติดพันธนะแห่งความอธรรม

“ฝ่ายซีโมนตอบว่า ขอท่านอธิษฐานองค์พระผู้เป็นเจ้าเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อเหตุการณ์ที่ท่านได้กล่าวแล้วนั้น จะไม่ได้อุบัติกับตัวข้าพเจ้าสักอย่างเดียว” (กิจการ 8:18-24)

เห็นได้ชัดว่าซีโมนตระหนักถึงเหตุจูงใจอันไม่บริสุทธิ์ของเขาเอง เรื่องเช่นนี้อาจไม่ง่ายนักสำหรับพวกเรา เรามักจะมีเหตุจูงใจมากกว่าหนึ่งอย่างในเวลาเดียวกัน และบางคนอาจนำเอาสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์และสิ่งที่เราต้องการมาปนกัน เป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะทั้งสองสิ่งออกจากกัน

ตัวอย่างเช่น ลองพิจารณาตัวท่านเองในคืนก่อนการสอบที่โรงเรียนหรือการสัมภาษณ์งานใหม่ดู ท่านรู้ว่าการนำทางของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะช่วยได้มาก ข้าพเจ้ารู้จากประสบการณ์ของตนเองตัวอย่างเช่น พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรู้ว่าสมการคณิตศาสตร์บางอย่างต้องใช้ในการตอบโจทย์วิชาอุณหพลศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์ ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาวิชาฟิซิกส์ที่มานะบากบั่นศึกษาจากหนังสือซึ่งข้าพเจ้ายังเก็บไว้ เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้า (ข้าพเจ้าสามารถชี้ให้ท่านดูได้ว่าอยู่ตรงไหน) ตรงกึ่งกลางข้อของการคำนวณ ข้าพเจ้าได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังอ่านนั้นเป็นความจริง ช่างเหมือนกับความรู้สึกที่เคยมีตอนข้าพเจ้าไตร่ตรองพระคัมภีร์ของพระเจ้าและเคยมีอีกหลายครั้งนับแต่นั้น ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเข้าใจความจริงทุกอย่างในสิ่งที่ข้าพเจ้าทูลถามเกี่ยวกับการสอบวิชาอุณหพลศาสตร์

ท่านลองนึกดูว่าข้าพเจ้าถูกล่อลวงให้ทูลขอพระผู้เป็นเจ้าให้ส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ไปให้ขณะสอบ ข้าพเจ้าจะได้ไม่ต้องอ่านหนังสืออีกต่อไป ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์ทรงทำได้ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทูลขอ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระองค์พอพระทัยที่จะให้ข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะพากเพียรมากกว่า พระองค์อาจทรงส่งความช่วยเหลือในการสอบ แต่ข้าพเจ้าเกรงว่าเหตุจูงใจของข้าพเจ้าอาจไม่ใช่เจตนารมณ์ของพระองค์ ท่านเคยมีทางเลือกนั้นแล้วบ่อยๆ อาจเป็นตอนที่ท่านกำลังจะสอบสัมภาษณ์ อาจเป็นแม้กระทั่งตอนที่ท่านกำลังเตรียมพูดหรือสอนบทสนทนาของผู้สอนศาสนา เป็นไปได้เสมอที่ท่านจะมีจุดประสงค์เห็นแก่ตัวเพื่อตัวของท่านเองซึ่งสำคัญน้อยกว่าพระประสงค์ของพระเจ้า

ตัวอย่างเช่นข้าพเจ้าอาจต้องการได้คะแนนดีในการศึกษาในขณะที่พระองค์จะพอพระทัยมากกว่าหากข้าพเจ้าเรียนรู้ที่จะรับใช้ผู้อื่นอย่างขยันขันแข็ง ข้าพเจ้าอาจต้องการงานอย่างหนึ่งเพราะเงินเดือนหรือสวัสดิการดีในขณะที่พระองค์ทรงต้องการให้ข้าพเจ้าไปทำงานอีกที่หนึ่งเพื่อเป็นพรแก่ชีวิตของใครสักคนที่ข้าพเจ้ายังไม่รู้จักด้วยซ้ำ แน่นอนว่าคืนนี้พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้ท่านฟังข้าพเจ้าพูด พระองค์ทรงรู้จักท่าน ข้าพเจ้าอาจปรารถนาจะทำให้ท่านสนุกและประทับใจ แต่ข้าพเจ้าพยายามที่จะงดความปรารถนาของข้าพเจ้าและยอมตามพระประสงค์ของพระองค์

ข้าพเจ้าเคยเห็นชายคนหนึ่งทำเช่นนั้น เรื่องนี้เปลี่ยนชีวิตข้าพเจ้า เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเป็นผู้พูดในการประชุมใหญ่ซึ่งข้าพเจ้านั่งอยู่บนยกพื้น ข้าพเจ้าอยู่ในฝ่ายประธานฐานะปุโรหิตท้องที่ ข้าพเจ้ารู้ด้วยตนเองถึงความยากลำบากของครอบครัวและสมาชิกในท้องที่นั้น ผู้พูดท่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่เพิ่งเดินทางโดยเครื่องบินมาจากงานมอบหมายที่ยาวนานในยุโรป ท่านเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด ท่านยืนขึ้นพูดในการประชุมนั้น โดยพูดเรื่องสัพเพเหระจากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้น ตอนแรกข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจแทนท่าน ข้าพเจ้าคิดว่าท่านไม่ได้เตรียมการพูดมาอย่างดีเหมือนที่ข้าพเจ้ารู้ว่าท่านทำมาแล้วหลายครั้ง

เวลาผ่านไปสักครู่ ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันใจที่รู้ว่า ขณะที่ท่านเปลี่ยนไปพูดอีกเรื่องหนึ่งโดยไม่ต่อเนื่องกับเรื่องก่อนเลยนั้น ท่านได้สัมผัสถึงความต้องการของสมาชิกและครอบครัวผู้ทุกข์ที่เรากำลังพยายามช่วยเหลืออยู่ ท่านไม่รู้จักคนเหล่านั้นและไม่รู้ความต้องการของพวกเขา แต่พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบ

ข้าพเจ้าซาบซึ้งมากที่เหตุจูงใจของท่านไม่ใช่การเทศนาที่ยอดเยี่ยมหรือการทำให้คนเห็นว่าท่านเป็นศาสดาผู้ทรงอำนาจ ท่านต้องทำในสิ่งที่ข้าพเจ้าหวังว่าท่านและข้าพเจ้าจะทำอยู่เสมอ ท่านต้องสวดอ้อนวอนในทำนองนี้ “ข้าแต่พระบิดาข้าพระองค์ต้องการให้พระองค์ช่วย ข้าพระองค์เหนื่อย ขอทรงโปรดนำทางข้าพระองค์ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ โปรดทรงอวยพรคนเหล่านี้ ข้าพระองค์รักพวกเขา ทูลขอให้ข้าพระองค์ สามารถทำให้พระประสงค์ของพระองค์ที่จะช่วยพวกเขาสำเร็จก็พอ”

คืนนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ที่นั่น และพระประสงค์ของพระเจ้าลุล่วง เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ได้ใช้เวลาตลอดชีวิตบำรุงเลี้ยงตนเองและผู้อื่นด้วยพระคำอันประเสริฐของพระผู้เป็นเจ้า ท่านรับใช้พระอาจารย์อย่างซื่อสัตย์ ท่านเป็นพยานพิเศษของพระเยซูคริสต์เพราะท่านได้เสียสละแล้วเพื่อดำรงตำแหน่งนี้ ทั้งหมดนี้เกิดจากการรักษาเหตุจูงใจของท่านให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างใกล้เคียงที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ การทำเช่นนั้นทำให้เป็นไปได้ที่พระเจ้าจะส่งสุรเสียงกระซิบของพระวิญญาณบริสุทธิ์มายังผู้รับใช้ของพระองค์และเป็นพรแก่ผู้คนเช่นนั้น

ความรักอันบริสุทธิ์ของพระคริสต์

แน่นอนว่าข้าพเจ้าไม่ได้เข้าใจความหมายทุกอย่างของถ้อยคำในพระคัมภีร์ที่ว่า “ความรักอันบริสุทธิ์ของพระคริสต์” แต่ข้าพเจ้ารู้แน่ถึงความหมายข้อหนึ่งคือ นี่คือของประทานที่ทรงสัญญาว่าเราจะได้รับเมื่อการชดใช้ของพระเยซูคริสต์เกิดผลกับเรา ของประทานนี้คือต้องการสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ เมื่อความรักของเราเป็นความรักที่พระองค์ทรงรู้สึกมันจะบริสุทธิ์เพราะพระองค์ทรงบริสุทธิ์ และเมื่อเรารู้สึกว่าความปรารถนาที่เรามีต่อผู้คนเป็นไปในแนวเดียวกับพระประสงค์ของพระองค์ นั่นเป็นวิธีหนึ่งที่เราจะรู้ได้ว่าเรากำลังได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ เมื่อเราสวดอ้อนวอนทูลขอของประทานแห่งพระวิญญาณ ซึ่งเราควรทำเช่นนั้น สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าขอก็คือขอให้ข้าพเจ้ามีเหตุจูงใจที่บริสุทธิ์ ให้ต้องการสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ให้ลูกๆ ของพระบิดาและข้าพเจ้าได้รับ และขอให้รู้สึกเท่าๆ กับที่จะพูดว่า นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการให้พระประสงค์ของพระองค์ลุล่วง

สำหรับข้าพเจ้านั่นคือความหมายของถ้อยคำเหล่านี้ซึ่งมาจากหนังสือโมโรไน

“ดังนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า หากท่านไม่มีความใจบุญท่านก็ไม่เป็นอะไรเลย เพราะความใจบุญย่อมเกิดผล ดังนั้นจงแนบสนิทอยู่กับความใจบุญซึ่งเป็นสิ่งที่ใหญ่ยิ่งที่สุดในทุกสิ่ง เพราะทุกสิ่งต้องไม่เกิดผล-

“แต่ความใจบุญคือความรักอันบริสุทธิ์ของพระคริสต์ และสิ่งนี้อดทนตลอดกาลและผู้ใดที่ถูกพบว่ามีความใจบุญในวันสุดท้ายย่อมจะดีกับเขา

ดังนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงสวดอ้อนวอนพระบิดาด้วยสุดพลังของใจเพื่อท่านจะเต็มไปด้วยความรักนี้ซึ่งพระองค์ประทานให้ทุกคนซึ่งเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ เพื่อท่านจะกลับเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อเราจะเป็นหมือนพระองค์เมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏ เพราะเราจะเห็นพระองค์ดังที่พระองค์ทรงเป็นอยู่ เพื่อเราจะมีความหวังนี้คือเราจะถูกทำให้บริสุทธิ์แม้ดังที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์ เอเมน” (โมโรไน 7:46-48)

ข้าพเจ้าแสดงประจักษ์พยานต่อท่านว่าพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์ มหาบุรุษผู้ทรงรัศมีภาพและสูงส่ง พระองค์คือพระบิดาแห่งวิญญาณของเรา พระองค์และพระบุตรผู้ทรงเป็นที่รักของพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์และทรงรัศมีภาพ ทรงปรากฏพระองค์ต่อเด็กหนุ่มโจเซฟ สมิธในป่าไม้ที่นิวยอร์ก ทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ที่นั่น พระบิดาตรัสแก่โจเซฟ โดยทรงเรียกชื่อของเขาก่อนแล้วทรงแนะนำพระบุตรของพระองค์ ทูตสวรรค์ลงมาฟื้นฟูกุญแจแห่งสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตทั้งหมด โจเซฟแปลพระคัมภีร์มอรมอนโดยของประทานและอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า ศาสดายุคโบราณเขียนพระคัมภีร์นั้นไว้บนแผ่นจารึก ซึ่งหนึ่งในศาสดาเหล่านั้นมอบแผ่นจารึกดังกล่าวแก่โจเซฟแล้วนำกลับไปเมื่อแปลเสร็จ ปัจจุบันนี้มีกุญแจฐานะปุโรหิตอยู่บนแผ่นดินโลก ในฐานะพยานของพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าเป็นพยานต่อท่านว่าข้าพเจ้าทราบว่าพระองค์ทรงพระชนม์และทรงนำศาสนาจักรของพระองค์

ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนด้วยสุดพลังใจให้การสวดอ้อนวอนของท่านได้รับคำตอบเพื่อท่านจะบรรลุข้อกำหนดที่จะรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนให้ท่านอดทนอย่างซื่อสัตย์ตราบจนชีวิตจะหาไม่และสำหรับท่าน นั่นคือการมีรัศมีภาพ

ข้าพเจ้าฝากพรแก่ท่านว่าการวิงวอนขอของประทานแห่งพระวิญญาณเพื่อการรับใช้พระเจ้าของท่านจะสำเร็จดังหมาย และขอฝากความรักไว้กับท่านทุกคน ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

 
© 2008 Intellectual Reserve, Inc. All rights reserved.   Rights and use information.  Privacy policy