The Christus statueThe Church of Jesus Christ of Latter-day Saints Search | Feedback | Site Map | Help | Country Sites |
Home Broadcast Archives CES Fireside

พลังและความคุ้มครองจากดนตรีที่คู่ควร

เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน
แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง
ไฟร์ไซด์ ซีอีเอส สำหรับคนหนุ่มสาว 4 พฤษภาคม 2008 มหาวิทยาลัยบริคัม ยังก์

เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันข้าพเจ้าและเวนดี้มีความสุขที่ได้อยู่กับท่าน พี่น้องชายหญิงทั้งหลาย เรากำลังถ่ายทอดจากศูนย์แมริออทบีวายยูในยูทาห์ไปยังที่ประชุมหลายแห่งทั่วโลก ขอบคุณทุกท่านที่อยู่กับเรา

เราขอต้อนรับเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่กำลังจะจบชั้นมัธยมปลายในไม่ช้านี้ และกำลังชมการถ่ายทอดไฟร์ไซด์ซีอีเอสเป็นครั้งแรก เมื่อท่านลงทะเบียนเรียนในสถาบันการเรียนขั้นสูงและศึกษาต่อไป ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะเข้าชั้นเรียนสถาบันเพื่อให้ท่านมีแหล่งพลังทางวิญญาณอันจะสร้างสมดุลให้แก่การเรียนรู้ทางโลก ท่านจะมีโอกาสเข้าร่วมไฟร์ไซด์ซีอีเอสเช่นนี้ในวันข้างหน้า จงใช้โอกาสเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ เพราะจะให้ความกระจ่างและกำลังใจแก่ท่าน

หัวข้อข่าวสารของข้าพเจ้าคืนนี้คือ “พลังและความคุ้มครองจากดนตรีที่คู่ควร” หัวข้อนี้ใช้กับคนหนุ่มสาวได้เป็นพิเศษ ดังที่ท่านทราบ คนในวัยท่านทำคุณประโยชน์สำคัญมากมายในฐานะผู้ประพันธ์คำร้อง ผู้ประพันธ์ทำนอง และผู้ชำนาญการเรื่องดนตรีที่คู่ควร

พลัง

เรารู้สึกถึงพลังของดนตรีที่คู่ควรในคืนนี้ขณะที่เราร้องเนื้อเพลงเหล่านี้ในเพลงสวดเปิด

มาเถิดท่านลูกหลานพระเจ้า
ร่วมกันเข้าแซ่ซ้องขับขาน
เปล่งเสียงร้องด้วยใจเบิกบาน
แด่พระผู้ไม่นานจะครอง1

เราเปล่งเสียงสรรเสริญและสวดอ้อนวอนด้วยพลังผ่านบทเพลง

เพลงสวดเช่นนั้นให้แบบฉบับของการนมัสการอันเป็นที่พอพระทัยพระผู้เป็นเจ้า ศาสดาของพระองค์สอนเราให้ “สรรเสริญพระเจ้าด้วยการร้องเพลง ด้วยดนตรี . . . และด้วยคำสวดอ้อนวอนอันเป็นการสรรเสริญและถวายความขอบคุณ” (ค.พ. 136:28)

ข้าพเจ้าใคร่ขอแสดงความชื่นชมจากใจจริงต่อคณะนักร้องสถาบันศาสนาอ็อกเดน ขอบคุณครับบราเดอร์ริทชีกับบราเดอร์ไซมอนและสมาชิกในคณะสำหรับบทเพลงไพเราะของท่าน ซึ่งไม่เพียงถวายเกียรติพระเจ้าเท่านั้น แต่สัมผัสใจเราอย่างลึกซึ้งด้วย

ขณะที่นักร้องร้องเพลง “When I Survey the Wondrous Cross” ข้าพเจ้าตื้นตันใจมาก ข่าวสารเน้นที่การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ ไอแซค วัตต์สกวีชาวอังกฤษประพันธ์คำร้องเหล่านั้นไว้ดังนี้

คราข้าตรึกตรองเหตุบนกางเขน
ครั้งองค์มหิทธิฤทธิ์วายชนม์
เทียบกับความมั่งคั่งที่ได้มา
ข้าหาควรหยิ่งผยองไม่

โปรดช่วยข้าอย่าให้คุยโต
แต่อวดโอ้การสิ้นพระชนม์
ลาภยศสักการประดามี
ข้าขอพลีเพื่อโลหิตพระองค์. . .

แม้ข้าครองสรรพสิ่งในหล้า
จักมีค่าน้อยนักหากถวาย
ชีวิตจิตวิญญาณและใจกาย
ข้ากระหายแต่รักจากพระองค์2

ความจริงแล้วไอแซค วัตต์สเรียกร้องจากตนเองมาก ชั่วชีวิตเขาประพันธ์เพลงสวดประมาณ 600 เพลง สองปีที่เขาสร้างผลงานมากที่สุดอยู่ระหว่างปีที่เขาสำเร็จการศึกษาเมื่ออายุ 20 กับปีที่เขารับงานสอนตอนอายุ 22 ในช่วงที่อายุน้อยนั้น เขาประพันธ์เพลงสวดดีๆ หลายเพลง เนื้อร้องส่วนหนึ่งที่ไอแซค วัตต์ประพันธ์ในหนังสือ เพลงสวด ของเรา ได้แก่ “โลกจงสุขี” “แสนหวานงานเลิศ” และ “He Died! The Great Redeemer Died”

ไอแซค วัตต์มีแววนักประพันธ์มาตั้งแต่เด็ก “ครั้งหนึ่งระหว่างสวดอ้อนวอนกับครอบครัว เขาเริ่มหัวเราะ คุณพ่อถามเขาว่าหัวเราะทำไม [ไอแซค] ตอบว่าเขาได้ยินเสียง พอลืมตาก็เห็นหนูกำลังไต่เชือกอยู่ตรงมุมห้อง เขาคิดขึ้นมาทันทีว่า

“หนูตัวน้อยไม่มีบันได
จึงต้องไต่เชือกสวดอ้อนวอน

“คุณพ่อคิดว่าเขาไม่มีความคารวะ จึงเริ่มลงโทษเขาทางกาย และขณะนั้นไอแซคร้องขึ้นมาว่า

“พ่อครับ พ่อครับ เมตตาผมด้วย
ผมจะไม่แต่งโคลงกลอนอย่างนั้นอีกแล้ว”3

ข้าพเจ้าขอแสดงความเห็นอีกเพลงหนึ่งในหนังสือเพลงสวดของเรา เนื้อร้องของ “พระองค์ยิ่งใหญ่” ประพันธ์ครั้งแรกโดยบาทหลวงวัยหนุ่มในสวีเดนชื่อ คาร์ล กัสตาฟ บอเบิร์ก ตอนนั้นเขาอายุเพียง 25 ปี หลังจากเลิกการประชุมที่โบสถ์ เขาเดินสองไมล์ไปตามชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสวีเดนท่ามกลางพายุฝนฝ้าคะนอง ประสบการณ์ครั้งนั้นดลใจเขาให้ประพันธ์คำร้องซึ่งต่อมาสจ๊วต เค. ไฮน์แปลเป็นภาษาอังกฤษ

โอพระเจ้าครา ข้าคิดพิศวงหนักหนา
พิจารณาบรรดาโลกพระทรงสร้าง
ข้าเห็นดาววาว ตาข้ายินฟ้าร้องก้องคราง
พระพลังเด่นเห็นทั่วจักรวาลไกล
แล้วจิตวิญญาณข้าลั่นสรรเสริญพระองค์
พระองค์ยิ่งใหญ่! พระองค์ยิ่งใหญ่!4

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าอยู่ในการประชุมคณะเผยแผ่เมื่อผู้สอนศาสนาที่มีความเมตตาสงสารมากถามข้าพเจ้าทั้งน้ำตาว่า “ทำไมพระผู้ช่วยให้รอดต้องทนทุกข์มากขนาดนั้น” ข้าพเจ้าหยิบหนังสือเพลงสวดของเรา เปิดไปที่เพลงนี้ และตอบคำถามของเขาจากท่อนนี้ว่า

คราข้าคิดพระเจ้าเปล่าหวงพระบุตรอีกด้วย
ส่งพระมาม้วยข้าตรองตรึกนึกฉงน
และบนกางเขนทรงรับภาระข้าหนักล้น
หลั่งเลือดวายชนม์เพื่อยกบาปพ้นข้าไป

พระเยซูทรงทนทุกข์มากขนาดนั้นเพราะความรักที่ทรงมีต่อท่านและข้าพเจ้า ข่าวสารช่างยิ่งใหญ่เพียงไร ดนตรีที่คู่ควรมีพลังยิ่ง มีพลังทำให้เราถ่อม สวดอ้อนวอน และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ศาสดาทุกยุคทุกสมัยได้สอนความสำคัญของดนตรีที่คู่ควรในคำกล่าวนมัสการของเรา คำอ้างอิงบางข้อจากพระคัมภีร์จะช่วยอธิบาย

พระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมขอเราให้ “เปล่งเสียงชื่นบานถวายแด่พระเจ้า เปล่งเป็นเสียงเพลงชื่นบาน และร้องเพลงสรรเสริญ” (สดุดี 98:4) ในภาษาฮีบรู ถ้อยคำเหล่านี้หมายถึงร้องเพลงเสียง ดังกระหึ่ม โห่ร้อง ด้วยความชื่นบาน ลองเปรียบเทียบวิญญาณของความกระตือรือร้นกับภาพที่เราเห็นที่โบสถ์เมื่อบางคนก็สักแต่ร้องเพลงและไม่มีวิญญาณของความชื่นบาน

พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่แนะนำข้าพเจ้าและท่านให้มีดนตรีที่ดีในใจ

“จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญ คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่านถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า

“จงขอบพระคุณพระเจ้า คือพระบิดา สำหรับสิ่งสารพัดเสมอ ในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้าของเรา” (เอเฟซัส 5:19-20)

พันธสัญญาใหม่อีกข้อหนึ่งกล่าวว่า “จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ตัวท่าน . . . จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า” (โคโลสี 3:16)

จากพันธสัญญาใหม่เราเรียนรู้ด้วยว่าพระเจ้าและอัครสาวกของพระองค์สิ้นสุดพระกระยาหารมื้อสุดท้ายด้วยเพลงสวดก่อนไปภูเขามะกอกเทศ (ดู มัทธิว 26:30) ประเพณีดังกล่าวยังคงอยู่ในปัจจุบัน ทุกครั้งที่สมาชิกในฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองประชุมกันในพระวิหาร เราจะเริ่มด้วยเพลงสวด ซึ่งจะสร้างสภาพวิญญาณที่ดีให้การสนทนาของเรา

พระคัมภีร์มอรมอนสอนว่าการที่คนๆ หนึ่งปรารถนาจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเป็นเพราะคนๆ นั้นเปลี่ยนใจเลื่อมใสพระเจ้าโดยสิ้นเชิง แอลมาถามคำถามเสียดแทงใจดังนี้ “ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน พี่น้องของข้าพเจ้า ว่าหากท่านเคยประสบกับการเปลี่ยนแปลงในใจ และหากท่านจะรู้สึกอยากร้องเพลงสดุดีความรักที่ไถ่แล้ว ข้าพเจ้าจะถามว่าท่านรู้สึกเช่นนั้นขณะนี้ได้ไหม?” (แอลมา 5:26)

ต่อมาแอมันร้องว่า “ขอพระนามของพระผู้เป็นเจ้าของเราทรงพระสิริโรจนาเถิด ขอให้เราร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ แท้จริงแล้ว ขอให้เราถวายความขอบคุณแด่พระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงทำงานชอบธรรมตลอดกาล” (แอลมา 26:8)

การเปลี่ยนใจเลื่อมใสโดยสิ้นเชิงเป็นกุญแจสู่การประสบพรประเสริฐสุดของพระผู้เป็นเจ้า ในคำสอนและพันธสัญญา เราอ่านพระดำรัสนี้จากพระเจ้า “เพราะจิตวิญญาณของเราเบิกบานในเพลงของดวงใจ แท้จริงแล้ว เพลงของคนชอบธรรมเป็นการอ้อนวอนเรา และจะได้รับตอบด้วยพรบนศีรษะของเขา” (ค.พ. 25:12)

ในคำนำของหนังสือ เพลงสวด ของเรา ฝ่ายประธานสูงสุดให้ถ้อยแถลงดังนี้

“ดนตรีอันให้การดลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนาจักรของเรา เพลงสวดทูลเชิญพระวิญญาณของพระเจ้า สร้างความรู้สึกแห่งความคารวะ ให้ความสามัคคีแก่เราในฐานะสมาชิก และเปิดโอกาสให้เราถวายการสรรเสริญแด่พระเจ้า

“คำเทศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบางอย่างเป็นการเทศนาโดยการร้องเพลงสวด เพลงสวดนำเราไปสู่การกลับใจและงานดี สร้างประจักษ์พยานและศรัทธา ปลอบโยนผู้เหนื่อยหน่าย ปลอบประโลมผู้โศกเศร้า และดลใจเราให้อดทนไปจนถึงที่สุด

“เราหวังที่จะเห็นการร้องเพลงสวดเพิ่มขึ้นในที่ประชุมของเรา เราส่งเสริมสมาชิกทั้งหมด ไม่ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ทางดนตรีหรือไม่ให้เขาร่วมกับเราในการร้องเพลงสวด เราหวังว่าบรรดาผู้นำ ครู และสมาชิกผู้ซึ่งได้รับเรียกให้พูดจะใช้เพลงสวดบ่อยๆ เพื่อให้ได้ข้อความที่จะพูดที่ทรงพลังและงดงาม . . .

“. . .สิทธิชนยุคสุดท้ายควรทำให้บ้านของพวกเขาเต็มไปด้วยเสียงดนตรีที่มีค่าควร . . .

“เพลงสวดสามารถช่วยเราให้ยืนหยัดต่อการล่อลวงของศัตรู เราส่งเสริมท่านให้จดจำเพลงสวดที่ท่านชื่นชอบและศึกษาพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับบทเพลงสวดนั้น แล้วเมื่อหากว่าความคิดที่ไม่ดีวิ่งเข้ามาสู่ความคิดของท่าน ให้ร้องเพลงสวดให้กับตัวท่านเอง ขับสิ่งชั่วร้ายด้วยสิ่งดี”6

ดนตรีที่คู่ควรมีพลังโน้มน้าวเช่นกัน เราเรียนบทเรียนนี้จากงานเขียนของจอห์น ยาเควส เขาเกิดในประเทศอังกฤษปี 1827 เป็นบุตรของพ่อแม่ที่นับถือศาสนานิกายเวสเลยันเมโธดิสต์ ในวัยหนุ่ม จอห์นแสวงหาศาสนาที่แท้จริง เขาศึกษากับผู้สอนศาสนาสิทธิชนยุคสุดท้ายอย่างจริงจัง และเป็นสมาชิกศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้ายเมื่ออายุ 18 ปี

“คุณพ่อที่เข้มงวดของจอห์นเสียใจเมื่อทราบข่าวนี้ จึงเขียนว่า ‘พ่ออยากให้ลูก . . . ไปโบสถ์เวสเลยัน พวกเขา[ชาวมอรมอน] ไม่ได้สอนลูก . . .ว่าต้องให้เกียรติและเชื่อฟังพ่อแม่ พ่อ . . . หวังว่าลูกจะเลิกล้มความคิดที่จะเป็นสมาชิกของนิกายนั้น . . .นั่นมันเรื่องแต่งขึ้น’

“จอห์นเขียนตอบในวันที่ 14 มีนาคม 1847 ตอนเขาอายุประมาณยี่สิบปี ใจความส่วนหนึ่งมีดังนี้ ‘คุณพ่อที่เคารพ ผม0tสวดอ้อนวอน . . .ขอให้ผมเข้าใจเรื่องอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าและบอกให้พ่อรู้ความคิดของผม . . . ตั้งแต่ผม [เข้าร่วมศาสนาจักร] ดวงตาผมเปิดกว้าง และผมสามารถเข้าใจความจริง ผมเป็นพยานได้ถึงความจริง . . .ของหลักคำสอน . . .ในศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย’”7

สามปีต่อมา ตอนอายุยี่สิบสามปี จอห์น ยาเควสประพันธ์เนื้อร้องของเพลงสวดนี้ที่เรารู้จักและรัก

สัจจะคืออะไรหรือ? โอ้คือจินดา
วิไลล้นทรัพย์สกลสรรค์สร้างมา
และสัจจาจะเลอเลิศประเสริฐล้ำคุณค่า
มหามงกุฎเรืองรัตน์ของกษัตริย์ทรงชัย
เทียบได้เพียงปฏิกูลมูลฝอย

สัจจะคืออะไรหรือ? โอ้คือรางวัล
สดใสสุดมนุษย์และพระเจ้าปอง
ไปหา ณ เบื้องล่างที่มันพร่างพราวแสงทอง
หรือขึ้นจ้องส่องหาในนภาลัยกว้างไกลสุด
นี้เป็นจุดปรารถนาสง่ายิ่ง

ทรราชอาจสูญคทาเมื่อพายุ
แรงแห่งความเที่ยงธรรมพัดซัดกระหน่ำ
แต่เสาสัจจาทนจนถึงที่สุดประจำ
และป้อมกำบังยังคงยงยืนเหนือลมพลัง
และความหวังพังภินท์ของทรราช

สัจจะคืออะไรหรือ?โอ้คือที่ต้น
ที่ปลายเพราะมันอยู่เหนือวันเวลา
แม้โลกแตกแหลกลงและสวรรค์หันลับตา
แต่สัจจาแหล่งรวมชีวังยังคงอยู่คู่กาล
เนิ่นนานชั่วนิจนิรันดร์มิผันแปร8

จอห์นยืนหยัดในความเชื่อมั่นความจริง เขายังคงแน่วแน่และซื่อสัตย์ และในที่สุดได้รับใช้เป็นผู้ช่วยนักประวัติศาสตร์ศาสนาจักรตั้งแต่ปี 1889 จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 1900

ดนตรีมีพลังอันหวานชื่นที่จะส่งเสริมความเป็นหนึ่งและความรักในครอบครัว ไม่เพียงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสังสรรค์ในครอบครัวเท่านั้น แต่จะสำแดงอิทธิพลดีอย่างต่อเนื่องเหนือกาลเวลาเมื่อลูกยังเล็ก คริสต์มาสที่ผ่านมา ข้าพเจ้าบันทึกเสียงเพลงแห่งความทรงจำลงแผ่นซีดีให้ครอบครัวเป็นของขวัญ ข้าพเจ้านั่งที่เปียโนและบันทึกเสียงเพลงหลายเพลงที่ข้าพเจ้าเคยร้องหรือเล่นให้ลูกๆ ฟังตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาชอบ หลานบางคนบอกว่าซีดีแผ่นนั้น “ยอดเยี่ยม”

เพื่อแสดงให้เห็นประโยชน์อันยั่งยืนของดนตรีที่คู่ควรในบ้าน ข้าพเจ้าได้ขอให้ลูกสาวบางคนของเราร้องเพลงให้ท่านฟังคืนนี้ พวกเขาชอบร้องเพลงด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก

ลูกสาวพ่อ พ่อกำลังแนะนำตัวลูกๆ ลูกอาจจะโบกมือให้ที่ประชุมก็ได้เมื่อพ่อเอ่ยชื่อ มาร์ชา เวิร์คแมน, เวนดี้ แม็กซ์ฟิลด์, กลอเรีย ไอเรียน, เบรนดา ไมลส์, ซิลเวีย เว็บสเตอร์, จูลี วิทท์เวอร์, ลอรี มาร์ช, โรซาลี ริงวูด และมาจอรี เฮลสเตค

บริทนีภรรยาของลูกชายเราอยู่ที่นี่ด้วยแต่เธอขอตัว เธอคลอดลูกเมื่อ 11 วันก่อน อีกสองเสียงหายไปคือเอมิลีลูกสาวที่เสียชีวิตแล้ว และแดนท์เซลคุณแม่แสนประเสริฐของเธอ พวกเธออาจจะกำลังมองจากหน้าต่างสวรรค์ก็ได้ รัสเซลล์ลูกชายของเราและข้าพเจ้าชอบร้องเพลงกับพวกเธอแต่เราจะไม่บังคับให้ท่านฟังในคืนนี้ เพื่อแสดงให้เห็นคุณค่าต่อคนหลายรุ่นของดนตรีที่คู่ควรในบ้านลูกสาวของเราจะร้องเพลงโดยมีหลานสาวสองคนบรรเลงดนตรีโดยแคธี ไอเรียน โอเวนส์จะเล่นเปียโน ส่วนราเชล ไมลส์จะเป่าฟลุต พวกเธอจะร้องและบรรเลงเพลง “เมื่อข้านึกถึงพระเยซูท่าน” หลังจากจบเพลง ข้าพเจ้าจะสรุปข่าวสารของข้าพเจ้า

[ลูกสาวและหลานสาวของเอ็ลเดอร์เนลสันร้องและเล่นดนตรีเพลง “เมื่อข้านึกถึงพระเยซูท่าน”]

ขอบคุณมากลูกสาวและหลานสาวที่รัก พ่อกับเวนดีรักลูกๆ มาก รักสามีและครอบครัวของลูกๆ ด้วย

หลายท่านจะอยู่ในตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้ดนตรีในการประชุมศาสนาจักรในอนาคต ข้อคิดบางอย่างอาจช่วยท่านได้ จำไว้ว่า ดนตรีมีพลังให้การบำรุงเลี้ยงทางวิญญาณ9 ดนตรีมีพลังเยียวยา ดนตรีมีพลังส่งเสริมการนมัสการ ดนตรีช่วยให้เราไตร่ตรองถึงการชดใช้และการฟื้นฟูพระกิตติคุณ พร้อมด้วยหลักธรรมแห่งความรอดและพิธีการแห่งความสูงส่ง ดนตรีให้พลังเราแสดงความนึกคิดร่วมกับการสวดอ้อนวอนและเป็นพยานถึงความจริงอันศักดิ์สิทธิ์

ดนตรีมีพลังเอาชนะอุปสรรคด้านภาษา ในประสบการณ์ของข้าพเจ้า การขับร้องของผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จะเป็นภาษาที่ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคย แต่เพลงนั้นพูดกับจิตวิญญาณข้าพเจ้า

จุดประสงค์ของดนตรีในการประชุมของศาสนาจักรไม่ใช่เพื่อการแสดง แต่เพื่อนมัสการ เพลงที่คัดสรรร่วมกับการสวดอ้อนวอนและการแสดงที่ยอดเยี่ยมจะเหมาะสมในการนมัสการของเราเมื่อและถ้าสมาชิกรู้สึงถึงวิญญาณของการนมัสการและการเปิดเผย ดนตรีศาสนาจักรควรสนับสนุนพระเจ้าและงานของพระองค์ ไม่ดึงดูดความสนใจมาที่นักแสดงหรือดนตรี

ความคุ้มครอง

ดนตรีที่คู่ควรไม่เพียงมีพลังเท่านั้น แต่จะให้ความคุ้มครองด้วย ประธานบอยด์ เค. แพคเกอร์สอนแนวคิดนี้มาหลายปี ท่านมักจะอ้างถ้อยแถลงอีกตอนหนึ่งของฝ่ายประธานสูงสุดเมื่อหลายปีก่อน “เราจะใช้ดนตรีเพื่อยกระดับและสร้างแรงบันดาลใจหรือจะใช้ถ่ายทอดข่าวสารของความเสื่อมทรามและความพินาศก็ได้ ด้วยเหตุนี้จึงสำคัญที่เราในฐานะสิทธิชนยุคสุดท้ายจะประยุกต์ใช้หลักธรรมพระกิตติคุณตลอดเวลาและแสวงหาการนำทางจากพระวิญญาณในการเลือกเพลงที่อยู่รอบตัวเรา”11

พี่น้องชายหญิง ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใด เราควรเลือกสิ่งที่เราดูและฟังให้ดี บางท่านไม่ยอมให้ภาพอนาจารอยู่ในบ้าน แต่ยอมให้ดนตรีที่มีพิษภัยเข้ามาในชีวิต

เยาวชนหลายคนฟังเพลงที่เรียกได้ว่าดังและเร็ว ดังขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพลงซึ่งมุ่งหมายจะปลุกปั่น ทำลายขวัญ ทำให้ตื่นเต้นมากกว่าจะสงบ จงระวังดนตรีประเภทนี้

ดังที่ท่านทราบ การฟังเพลงเสียงดังตลอดเวลาจะทำลายอวัยวะที่ละเอียดอ่อนของการฟัง ในทำนองเดียวกัน หากท่านหมกมุ่นกับดนตรีเสียงดัง ท่านจะหูหนวกทางวิญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ ท่านจะไม่สามารถได้ยินสุรเสียงแผ่วเบา พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระเจ้าพระผู้เป็นเจ้าของพี่ . . . รับสั่งกับพี่ด้วยสุรเสียงอันเรียบนิ่มนวล แต่พี่มีใจเกินที่จะรู้สึก จนพี่รู้สึกในคำของพระองค์ไม่ได้” (1 นีไฟ 17:45)

อย่าลดค่าตัวท่านด้วยความด้านชาและความไม่เคารพยำเกรงของดนตรีที่ไม่คู่ควรต่อท่าน จงลบขยะออกจากความคิดและไอพอดของท่าน รักษามาตรฐานส่วนตัวของท่าน! จงเลือกให้ดี! จงฉลาด!

อย่ายอมให้ดนตรีที่ไม่คู่ควรและอึกทึกครึกโครมเข้ามาในชีวิตท่าน มันใช่ว่าจะ ไร้ พิษภัย แต่จะบั่นทอนการป้องกันของท่าน ยอมให้ความคิดที่ไม่คู่ควรมาในใจท่าน และเบิกทางสู่การกระทำที่ไม่คู่ควร โปรดจำไว้ว่า

“สิ่งซึ่งไม่สร้างสรรค์มิใช่ของพระผู้เป็นเจ้า และเป็นความมืด

“สิ่งซึ่งเป็นของพระผู้เป็นเจ้าเป็นความสว่าง” (ค.พ. 50:23-24)

พี่น้องที่รัก โปรดเติมความคิดท่านด้วยภาพและเสียงที่คู่ควร บ่มเพาะของประทานล้ำค่าแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ รักษาไว้เสมือนหนึ่งของประทานอันประมาณค่ามิได้ ตั้งใจฟังการสื่อสารที่แผ่วเบาของพระวิญญาณ ท่านจะเข้มแข้งขึ้นทางวิญญาณถ้าทำเช่นนั้น ท่านรู้จักสุภาษิตที่ว่า “[มนุษย์] เป็นเหมือนคนที่คอยนับอยู่ข้างใน” (สุภาษิต 23:7) เมื่อท่านควบคุมความคิด ท่านย่อมควบคุมการกระทำ ดนตรีที่คู่ควรจะให้พลังและความคุ้มครองแก่จิตวิญญาณของท่าน

สำหรับเพลงสวดปิดของไฟร์ไซด์คืนนี้ คณะนักร้องสถาบันศาสนาแอลดีเอสอ็อกเดนจะร้องเพลง “Our Prayer To Thee”12 ข้าพเจ้าประพันธ์เนื้อร้องเพลงนี้จากความรู้สึกอ้อนวอนที่มีต่อพระบิดาในสวรรค์ โปรดรับคำสวดอ้อนวอนนี้เสมือนหนึ่งเป็นประจักษ์พยานข้าพเจ้าว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเราและเราเป็นลูกของพระองค์ ข้าพเจ้ารู้ว่าพระองค์ทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์และประมุขของศาสนาจักรนี้ที่มีพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ โจเซฟ สมิธเป็นศาสดาของสมัยการประทานนี้ ประธานโธมัส เอส. มอนสันเป็นศาสดาของพระเจ้าบนแผ่นดินโลกเวลานี้ ข้าพเจ้าเป็นพยานและแสดงความรักและพรต่อทุกท่าน ในพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

อ้างอิง

1. “มาเถิด ท่านลูกหลานพระเจ้า” เพลงสวด ที่ 20

2. B.B. McKinney, ed., The Broadman Hymnal (1940), no. 191.

3. “Isaac Watts, hymn-writer,” http://elvis.rowan.edu/~kilroy/JEK/11/25c.html.

4. “พระองค์ยิ่งใหญ่” หนังสือเพลงสวด บทเพลงที่ 86 ดู เชิงอรรถ ถึงคำร้องเดิมของผู้ประพันธ์ในหนังสือเพลงสวด

5. หนังสือเพลงสวด ที่ 86

6. เพลงสวด ix--x

7. Russell M. Nelson, The Power within Us (1988), 90-91; see Stella Jaques Bell, Life History and Writings of John Jaques, 19-21.

8. “บอกมา สัจจะคืออะไร” เพลงสวด ที่ 139

9. ดู เจย์ อี. เจนเซ็น “พลังแห่งการบำรุงเลี้ยงของเพลงสวด” เลียโฮนา พฤษภาคม 2007 หน้า 14-16

10. ดู “พลังเยียวยาของเพลงสวด” เลียโฮนา เม.ย. 2008 หน้า 36-39

11. Priesthood Bulletin, Aug. 1973: quoted in Boyd K. Packer, in Conference Report, Oct. 1973, 21; or Ensign, Jan. 1974, 25.

12. In Conference Report, Apr. 2003, 7; or Ensign, May 2003, 9; both words and music are found inside back cover, Ensign, May 2003

คำสวดอ้อนวอนของเราถึงพระองค์ (Our Prayer to Thee)

ข้าพระองค์ทั้งหลายสวดอ้อนวอนพระบิดาบนสวรรค์
ด้วยใจนอบน้อมขอบพระทัยและรักมั่น
ขอบพระทัยแบบอย่างของทรงธรรม์
พระบุตรที่รักผู้ทรงชดใช้
พลีพระชนม์เป็นค่าไถ่ศักดิ์สิทธิ์
ให้เรามีชีวิตอยู่กับพระองค์อีกครา
ปีติเราเต็มเปี่ยมบทเพลงเราปรีดา
ศรัทธาเราฟื้นใหม่หวังใจในพระองค์

ข้าพระองค์ทั้งหลายสวดอ้อนวอนพระบิดาบนสวรรค์
สำนึกในน้ำพระทัยทรงธรรม์
ประทานพระผู้ช่วยให้รอดผู้รักเรา
ทรงไถ่เราจากบาปและมรณา
พระองค์ประทานความจริงอันเจิดจ้า
ส่องวิถีมรรคาแห่งพระองค์
ให้รักและรับใช้หนุนใจส่องสว่าง
ผองเพื่อนร่วมทางผู้เชื่อฟัง

ข้าพระองค์ทั้งหลายสวดอ้อนวอนพระบิดาบนสวรรค์
น้อมสำนึกในพระคุณอนันต์
ศรัทธารักมั่นรัศมีเฉิดฉัน
นิรันดร์ผูกพันเป็นหนึ่งเดียว
ขอทรงมีพระเมตตาประทานอภัย
เหล่าข้าพระองค์หวังใจพระประสงค์
ถวิลหาด้วยจิตน้อมจำนง
ของพระองค์ทรงวางพระทัยเทอญ

 
© 2009 Intellectual Reserve, Inc. All rights reserved.   Rights and use information.  Privacy policy