ศักยภาพของท่าน เอกสิทธิ์ของท่าน

โดย ประธานดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟ

ที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายประธานสูงสุด


เมื่อท่านอ่านพระคัมภีร์และฟังถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ด้วยสุดจิตใจและความคิดของท่าน พระเจ้าจะทรงบอกท่านถึงวิธีดำเนินชีวิตให้สมกับเอกสิทธิ์ฐานะปุโรหิตของท่าน

ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่ง เขาฝันมาชั่วชีวิตว่าอยากล่องเรือไปตามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เขาฝันถึงการเดินไปตามท้องถนนในโรม เอเธนส์ และอิสตันบูล เขาเก็บหอมรอมริบจนมีเงินมากพอเป็นค่าเดินทาง เพราะมีเงินจำกัดเขาจึงนำถั่วกระป๋อง ขนมปังกรอบกระป๋อง กับผงเครื่องดื่มรสมะนาวหลายถุงใส่กระเป๋าเดินทางอีกใบจนเต็ม และนั่นคือสิ่งที่เขาใช้กินใช้ดื่มทุกวัน

เขาอยากเข้าร่วมกิจกรรมมากมายที่จัดให้บนเรือ—เดินเข้าไปในโรงยิม เล่นกอล์ฟเล็ก และว่ายน้ำในสระ เขาอิจฉาคนที่ไปชมภาพยนตร์ รายการบันเทิง และชมการแสดงทางวัฒนธรรม และโอ เขาอยากลิ้มรสอาหารจานเด็ดที่เห็นบนเรือมากเหลือเกิน—ดูเหมือนจะเป็นมื้อใหญ่ทุกมื้อ! แต่เขาต้องการใช้เงินให้น้อยที่สุดเขาจึงไม่ร่วมกิจกรรมดังกล่าวเลย เขามีโอกาสเยี่ยมชมเมืองที่เขาใฝ่ฝันมานาน แต่ส่วนใหญ่แล้วเขากลับอยู่แต่ในห้องนอนบนเรือและกินแต่อาหารแบบสมถะของเขาเท่านั้น

ในวันสุดท้ายของการล่องเรือ ลูกเรือคนหนึ่งถามว่าเขาอยากเข้าร่วมงานเลี้ยงอำลาแบบไหน ในเวลานั้นเองที่ชายคนนี้ทราบว่าไม่เพียงงานเลี้ยงอำลาเท่านั้น แต่กิจกรรมแทบทุกอย่างบนเรือ—อาหาร ความบันเทิง กิจกรรมทั้งหมด—รวมอยู่ในค่าตั๋วหมดแล้ว กว่าเขาจะรู้ตัวว่าเขาดำเนินชีวิตต่ำกว่าเอกสิทธิ์ที่ตนมีก็สายไปเสียแล้ว

คำถามของอุปมาเรื่องนี้คือ เราผู้ดำรงฐานะปุโรหิตดำเนินชีวิตต่ำกว่าเอกสิทธิ์ของเราหรือไม่เมื่อมาถึงเรื่องของพลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ ของประทาน และพรซึ่งเป็นโอกาสและสิทธิ์ของเราในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า

รัศมีภาพและความยิ่งใหญ่ของฐานะปุโรหิต

เราต่างทราบว่าฐานะปุโรหิตเป็นยิ่งกว่าชื่อหรือตำแหน่ง ศาสดาพยากรณ์โจเซฟสอนว่า “ฐานะปุโรหิตคือหลักธรรมอันเป็นนิจ และดำรงอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าจากนิรันดร…จนถึงนิรันดร ปราศจากการเริ่มต้นของวันหรือการสิ้นสุดของปี” 1 ฐานะปุโรหิตถือ “แม้กุญแจแห่งความรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้า” 2 ความจริงแล้ว โดยผ่านฐานะปุโรหิต “พลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าจึงแสดงให้ประจักษ์” 3

พรของฐานะปุโรหิตอยู่เหนือความสามารถที่เราจะเข้าใจได้ ผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่ซื่อสัตย์จะ “กลายเป็น … ผู้ที่ทรงเลือกไว้ของพระผู้เป็นเจ้า” 4 พวกเขาถูก “พระวิญญาณชำระให้บริสุทธิ์จนถึงการทำให้ร่างกายของพวกเขาใหม่อีกครั้ง” 5 และในที่สุดได้รับ “ทุกสิ่งที่พระบิดา … มี” 6 สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องเข้าใจยากแต่เป็นสิ่งที่สวยงามและข้าพเจ้าเป็นพยานว่าเป็นความจริง

ข้อเท็จจริงที่ว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงมอบอำนาจและความรับผิดชอบดังกล่าวให้ผู้ชายชี้ชัดว่าพระองค์ทรงรักเรามากและเป็นการบอกให้รู้ล่วงหน้าถึงศักยภาพของเราในฐานะบุตรของพระผู้เป็นเจ้าในชีวิตหลังความตาย

กระนั้น บ่อยเหลือเกินที่การกระทำของเราบ่งบอกว่าเราดำเนินชีวิตต่ำกว่าศักยภาพของเรา เมื่อถามเรื่องฐานะปุโรหิต พวกเราส่วนใหญ่ท่องนิยามได้อย่างถูกต้อง แต่ในชีวิตประจำวันอาจมีให้เห็นน้อยเหลือเกินว่าความเข้าใจของเรามีมากกว่าบทที่เราท่องกันมา

พี่น้องทั้งหลาย การเลือกอยู่ตรงหน้าเรา ในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิตเราจะพอใจกับประสบการณ์ที่ลดลงและยอมรับประสบการณ์ที่ต่ำกว่าเอกสิทธิ์ของเรา หรือเราจะดื่มด่ำโอกาสทางวิญญาณอย่างล้นเหลือและพรฐานะปุโรหิตที่เป็นสากล

เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อดำเนินชีวิตให้สมกับศักยภาพของเรา

ถ้อยคำที่เขียนในพระคัมภีร์และพูดในการประชุมใหญ่สามัญมีไว้ให้เราเพื่อ “เปรียบกับ [ตัวเรา]” 7 มิได้มีไว้ให้อ่านหรือฟังอย่างเดียว8 บ่อยครั้งที่เราเข้าร่วมการประชุมและพยักหน้า เราอาจจะยิ้มยอมรับและเห็นด้วย เราจดประเด็นที่เราควรทำ และเราอาจพูดกับตนเองว่า “นั่นคือสิ่งที่ผมจะทำ” แต่ระหว่างการฟัง การเขียนข้อเตือนใจบนสมาร์ทโฟน กับการทำจริง ปุ่ม “ลงมือทำ” ของเรากลับเปลี่ยนเป็นเก็บไว้ทำ “ทีหลัง” พี่น้องทั้งหลาย เราพึงแน่ใจว่าเราปรับปุ่ม “ลงมือทำ” ของเราไว้ที่ตำแหน่ง “เดี๋ยวนี้” เสมอ!

เมื่อท่านอ่านพระคัมภีร์และฟังถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ด้วยสุดจิตใจและความคิดของท่าน พระเจ้าจะทรงบอกท่านถึงวิธีดำเนินชีวิตให้สมกับเอกสิทธิ์ฐานะปุโรหิตของท่าน อย่าปล่อยให้วันใดผ่านไปโดยไม่ทำตามการกระตุ้นเตือนของพระวิญญาณ

สิ่งแรก: อ่านคู่มือของผู้ถือกรรมสิทธิ์

ถ้าท่านเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ราคาแพงและล้ำสมัยที่สุดของโลก ท่านจะใช้ประดับโต๊ะเท่านั้นหรือ คอมพิวเตอร์อาจดูสวยน่าใช้ มันอาจมีศักยภาพทุกด้าน แต่ต่อเมื่อท่านศึกษาคู่มือของผู้ถือกรรมสิทธิ์ เรียนรู้วิธีใช้ซอฟต์แวร์ และเปิดเครื่องเท่านั้นท่านจึงจะใช้ได้เต็มศักยภาพ

ฐานะปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้ามีคู่มือสำหรับผู้ถือกรรมสิทธิ์เช่นเดียวกัน ขอให้เราตั้งใจว่าจะอ่านพระคัมภีร์และคู่มืออย่างมีจุดประสงค์และใส่ใจมากขึ้น ขอให้เราเริ่มอ่านหลักคำสอนและพันธสัญญาภาค 20, 84, 107 และ 121 ซ้ำอีกครั้ง ยิ่งเราศึกษาจุดประสงค์ ศักยภาพ และฝึกใช้ฐานะปุโรหิตมากขึ้นเพียงใด เราจะยิ่งอัศจรรย์ใจกับพลังอำนาจของฐานะปุโรหิตมากเพียงนั้น และพระวิญญาณจะทรงสอนเราให้รู้ว่าจะเข้าถึงและใช้พลังอำนาจดังกล่าวให้เป็นพรแก่ครอบครัวของเรา ชุมชนของเรา และศาสนจักรอย่างไร

โดยรวมแล้วเราให้ความสำคัญอย่างมากแก่การเรียนรู้ทางโลกและการพัฒนาอาชีพ เราต้องการและเราต้องเป็นเลิศด้านวิชาการและงานฝีมือ ข้าพเจ้าชมเชยท่านผู้เพียรพยายามศึกษาหาความรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นๆ ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญท่านให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในหลักคำสอนของพระกิตติคุณเช่นกัน—โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักคำสอนของฐานะปุโรหิต

เรามีชีวิตอยู่ในยุคที่เราเข้าถึงพระคัมภีร์และถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ยุคปัจจุบันได้ง่ายกว่ายุคใดๆ ในประวัติศาสตร์ของโลก อย่างไรก็ดี เอกสิทธิ์ และหน้าที่ และเป็นความรับผิดชอบของเราที่จะเอื้อมออกไปและพยายามเข้าใจคำสอนของพวกท่านเหล่านั้น หลักธรรมและหลักคำสอนของฐานะปุโรหิตสูงส่งเลิศล้ำ ยิ่งเราศึกษาหลักคำสอนและศักยภาพ และประยุกต์ใช้จุดประสงค์ที่ปฏิบัติได้จริงของฐานะปุโรหิตมากเท่าใด จิตวิญญาณเราจะยิ่งขยาย และความเข้าใจของเราจะยิ่งเพิ่มพูนและเราจะเห็นสิ่งที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เรา

ประการที่สอง: แสวงหาการเปิดเผยของพระวิญญาณ

ประจักษ์พยานที่แน่นอนในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูอาศัยมากกว่าความรู้—เรียกร้องการเปิดเผยส่วนตัว ได้รับการยืนยันผ่านการประยุกต์ใช้หลักธรรมพระกิตติคุณอย่างซื่อสัตย์และทุ่มเท ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธอธิบายว่าฐานะปุโรหิตคือ “ช่องทางที่พระผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ทรงเริ่มเปิดเผยรัศมีภาพของพระองค์เมื่อทรงเริ่มสร้างโลกนี้ และคือช่องทางที่พระองค์ยังคงเปิดเผยพระองค์ต่อลูกหลานมนุษย์จนมาถึงปัจจุบัน”9

ถ้าเราไม่พยายามใช้ช่องทางการเปิดเผยนี้ เท่ากับเราดำเนินชีวิตต่ำกว่าเอกสิทธิ์ฐานะปุโรหิตของเรา ตัวอย่างเช่น มีคนที่เชื่อแต่ไม่รู้ว่าตนเองเชื่อ พวกเขาได้รับคำตอบหลายอย่างโดยสุรเสียงสงบแผ่วเบาเป็นระยะๆ แต่เพราะการดลใจนี้ดูเล็กน้อยและไม่สำคัญ พวกเขาจึงไม่ตระหนักในสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงยอมให้ความสงสัยขัดขวางพวกเขาไม่ให้บรรลุศักยภาพในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิต

การเปิดเผยและประจักษ์พยานไม่ได้มากับพลังแรงกล้าเสมอไป สำหรับหลายคนแล้ว ประจักษ์พยานเกิดขึ้นช้าๆ—ทีละเล็กละน้อย บางครั้งค่อยเป็นค่อยไปจนเรานึกไม่ค่อยออกถึงวินาทีที่เรารู้ว่าพระกิตติคุณเป็นความจริง พระเจ้าประทานให้เราเป็น “บรรทัดมาเติมบรรทัด, กฎเกณฑ์มาเติมกฎเกณฑ์, ที่นี่นิดและที่นั่นหน่อย”10

บางกรณีประจักษ์พยานของเราเหมือนก้อนหิมะที่ใหญ่ขึ้นทุกครั้งเมื่อกลิ้งไป เราเริ่มจากแสงสว่างเพียงเล็กน้อย—แม้เป็นเพียงความปรารถนาจะเชื่อ “ความสว่างแนบสนิทกับความสว่าง” 11 ทีละน้อย และ “คนที่รับความสว่าง, และดำเนินอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าต่อไป, รับความสว่างมากขึ้น; และความสว่างนั้นเจิดจ้ายิ่งขึ้นๆ จนถึงวันที่สมบูรณ์.” 12 เมื่อ “[เรา] ได้รับความสมบูรณ์แห่งพระองค์ในเวลาอันสมควร” 13

ลองคิดดูว่าเป็นเรื่องน่ายินดีเพียงใดที่เราอยู่เหนือขีดจำกัดทางโลกของเรา ที่ดวงตาแห่งความเข้าใจของเราจะเปิด และรับความสว่างและความรู้จากแหล่งความรู้แห่งซีเลสเชียล! อกสิทธิ์และโอกาสของผู้ดำรงฐานะปุโรหิตคือได้แสวงหาการเปิดเผยส่วนตัวและเรียนรู้ความจริงด้วยตัวเราเองผ่านพยานที่แน่นอนของพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

ขอให้เราตั้งใจแสวงหาความสว่างของการเปิดเผยส่วนตัว ขอให้เราทูลวิงวอนพระเจ้าให้ประทานประกายแห่งศรัทธาแก่ความคิดและจิตวิญญาณของเราเพื่อจะสามารถรับและตระหนักถึงการปฏิบัติศาสนกิจจากเบื้องบนของพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สำหรับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต และสำหรับการท้าทายของเรา และหน้าที่ฐานะปุโรหิตของเรา

สาม: พบปีติจากการรับใช้ในฐานะปุโรหิต

ช่วงที่ข้าพเจ้าประกอบอาชีพนักบิน ข้าพเจ้ามีโอกาสตรวจตราและอบรบนักบินคนอื่นๆ ส่วนหนึ่งของงานนี้คืออบรมและทดสอบนักบินที่มีประสบการณ์เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามีความรู้และทักษะอันจำเป็นต่อการขับเครื่องบินลำใหญ่มหึมาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ข้าพเจ้าพบว่ามีนักบินหลายคนที่แม้จะบินเป็นอาชีพมาหลายปี ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ขับเครื่องบินเข้าไปในชั้นบรรยากาศ “หลุดพ้นพันธะของโลกนี้ขึ้นไปเริงระบำบนเวหาด้วยปีกสีเงิน” 14 พวกเขาชอบเสียงลมหวีดหวิว เสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ และความรู้สึกของการเป็น “หนึ่งเดียวกับสายลม กับท้องฟ้ามืดครึ้มและดวงดาวตรงหน้า” 15 ความกระตือรือร้นของพวกเขาไม่ห่างหาย

มีไม่กี่คนเช่นกันที่ดูเหมือนจะเคลื่อนผ่านไปเฉยๆ พวกเขารอบรู้ระบบและวิธีควบคุมเครื่องบิน แต่ระหว่างทางพวกเขาสูญเสียปีติของการบิน “ที่ซึ่งนกลาร์คหรือแม้แต่นกอินทรีไม่เคยบินผ่าน” 16 พวกเขาขาดสำนึกในความน่าเกรงขามของตะวันทอแสง และความสวยงามแห่งงานสร้างของพระผู้เป็นเจ้าขณะข้ามมหาสมุทรและทวีปต่างๆ ถ้าพวกเขาบรรลุข้อกำหนดเป็นทางการ ข้าพเจ้าออกหนังสือรับรองให้ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียใจแทนพวกเขา

ท่านอาจต้องถามตนเองว่าท่านทำหน้าที่ทุกอย่างตามปกติในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิต—ทำสิ่งที่คาดหวังให้ทำแต่ไม่พบปีติสุขที่ควรเป็นของท่านหรือไม่ การดำรงฐานะปุโรหิตเปิดโอกาสมากมายให้รู้สึกถึงความชื่นชมยินดีที่แอมันกล่าวถึงดังนี้ “เราไม่มีเหตุผลอันหนักแน่นที่จะชื่นชมยินดีหรือ?…เราเป็นเครื่องมือในพระหัตถ์ของ [พระเจ้า] ในการทำงานสำคัญยิ่งและน่าอัศจรรย์นี้. ฉะนั้น, ขอให้เราปลาบปลื้มเถิด…ในพระเจ้า; แท้จริงแล้ว เราจะชื่นชมยินดี.”17

พี่น้องทั้งหลาย ศาสนาของเราเป็นศาสนาที่เปี่ยมด้วยปีติสุข! เราได้รับพรมากที่สุดที่ได้ดำรงฐานะปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า! ในหนังสือสดุดีเราอ่านว่า “ชนชาติที่รู้จักโห่ร้องอย่างชื่นบานก็เป็นสุข ข้าแต่พระเจ้า คือผู้ที่เดินในสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์” 18 เราจะพบปีติสุขยิ่งขึ้นหากเราใฝ่หาสิ่งนั้น

บ่อยเหลือเกินที่เราไม่พบปีติสุขอันเกิดจากการลงมือรับใช้ในฐานะปุโรหิตเป็นประจำทุกวัน บางครั้งงานมอบหมายรู้สึกเหมือนเป็นภาระ พี่น้องทั้งหลาย อย่าปล่อยให้ชีวิตจมปลักอยู่กับสาม อ: อ่อนล้า อัดอั้น โอดครวญ เราดำเนินชีวิตต่ำกว่าเอกสิทธิ์ของเราเมื่อเรายอมให้สมอทางโลกกันเราออกห่างจากปีติสุขอันล้นเหลือที่เกิดจากการรับใช้อย่างซื่อสัตย์และอุทิศตนในฐานะปุโรหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในกำแพงบ้านของเรา เราดำเนินชีวิตต่ำกว่าเอกสิทธิ์ของเราเมื่อเราไม่ดื่มด่ำความสุข สันติสุข และปีติสุขที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้อย่างเผื่อแผ่แก่ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของฐานะปุโรหิต

เยาวชนชายทั้งหลาย หากการมาโบสถ์แต่เช้าเพื่อช่วยเตรียมศีลระลึกรู้สึกเหมือนเป็นความยุ่งยากมากกว่าพร ข้าพเจ้าขอให้ท่านตรองดูว่าศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้น่าจะมีความหมายอะไรต่อสมาชิกวอร์ดที่อาจมีสัปดาห์ท้าทายมาแล้ว พี่น้องทั้งหลาย ถ้าการสอนประจำบ้านของท่านดูเหมือนไม่มีประสิทธิภาพเท่าใดนัก ข้าพเจ้าขอให้ท่านมองด้วยดวงตาแห่งศรัทธาว่าการเยี่ยมจากผู้รับใช้ของพระเจ้าจะทำอะไรได้บ้างให้แก่ครอบครัวที่มีปัญหามากมายแต่ไม่เป็นที่ล่วงรู้ เมื่อท่านเข้าใจศักยภาพอันสูงส่งของการรับใช้ในฐานะปุโรหิตของท่าน พระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าจะเติมเต็มความคิดและจิตใจท่าน และนั่นจะฉายออกมาในแววตาและสีหน้าของท่าน

ในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิต ขอให้เราอย่ามีใจแข็งกระด้างต่อความน่าพิศวงและความน่าเกรงขามของสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบให้เราดูแล

สรุป

พี่น้องที่รักทั้งหลาย ขอให้เราพากเพียรเรียนรู้หลักคำสอนของฐานะปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ ขอให้เราเสริมสร้างประจักษ์พยานทีละบรรทัดโดยรับการเปิดเผยของพระวิญญาณ และขอให้เราพบปีติสุขที่แท้จริงจากการรับใช้ในฐานะปุโรหิตทุกวัน ขณะทำสิ่งเหล่านี้ เราจะเริ่มดำเนินชีวิตสมกับศักยภาพและเอกสิทธิ์ของผู้ดำรงฐานะปุโรหิต และเราจะสามารถ “ผจญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลัง [เรา]” 19 ข้าพเจ้าแสดงประจักษ์พยานถึงสิ่งนี้ในฐานะอัครสาวกของพระเจ้าและฝากพรไว้กับท่านในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Show References

  1.  

    1.  คำสอนของประธานศาสนาจักร: โจเซฟ สมิธ (2007) หน้า 112

  2.  

    2.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:19

  3.  

    3.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:20

  4.  

    4.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:34

  5.  

    5.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:33

  6.  

    6.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:38

  7.  

    7.  1 นีไฟ 19:24

  8.  

    8. ดู ยากอบ 1:22

  9.  

    9.  คำสอน: โจเซฟ สมิธ หน้า 116–117

  10.  

    10.  2 นีไฟ 28:30

  11.  

    11.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 88:40

  12.  

    12.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 50:24

  13.  

    13.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:19

  14.  

    14. จอห์น กิลเลสดาย มากี จูเนียร์ “High Flight” ใน Diane Ravitch, ed., The American Reader: Words That Moved a Nation (1990), 486

  15.  

    15. ริชาร์ด บาค Stranger to the Ground (1963), 9

  16.  

    16. มากี “High Flight,” 486

  17.  

    17.  แอลมา 26:13, 15–16

  18.  

    18.  สดุดี 89:15

  19.  

    19.  ฟิลิปปี 4:13