ภูเขาเพื่อให้ปีน

โดยประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์

ที่ปรึกษาที่หนึ่งในฝ่ายประธานสูงสุด


ถ้าเรามีศรัทธาในพระเยซูคริสต์ เวลาที่ยากที่สุดและเวลาที่ง่ายที่สุดในชีวิตสามารถเป็นพรได้

ข้าพเจ้าได้ยินประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์พูดในการประชุมใหญ่ทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าประทานภูเขาเพื่อให้ท่านปีน ท่านกล่าว “มีการท้าทายมากมายรออยู่เบื้องหน้าของเรา มีโอกาสใหญ่รอเราอยู่ ข้าพเจ้าขอต้อนรับโอกาสอันน่าตื่นเต้นนั้นและอยากจะน้อมทูลพระเจ้าว่า ‘ประทานภูเขานี้แก่ข้าพระองค์’ มอบการท้าทายเหล่านี้แก่ข้าพเจ้า”1

ใจข้าพเจ้าได้รับการกระตุ้น ขณะข้าพเจ้าทำ โดยรู้ถึงการท้าทายและความยากลำบากที่ประธานคิมบัลล์เผชิญ ข้าพเจ้าอยากจะเป็นเหมือนท่านมากขึ้น ผู้รับใช้ที่องอาจของพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้นคืนหนึ่งข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอการทดสอบเพื่อพิสูจน์ความกล้าหาญ ข้าพเจ้าจำได้อย่างชัดเจน ในช่วงค่ำข้าพเจ้าคุกเข่าในห้องนอนด้วยศรัทธาที่ดูเหมือนว่าเกือบจะทำให้อกข้าพเจ้าระเบิด

คำสวดอ้อนวอนของข้าพเจ้าได้รับคำตอบภายในวันสองวัน การทดลองที่ยากที่สุดในชีวิตทำให้ข้าพเจ้าประหลาดใจและรู้สึกนอบน้อม สิ่งนี้ให้บทเรียนสองอย่างแก่ข้าพเจ้า อย่างแรก ข้าพเจ้ามีหลักฐานที่ชัดเจนว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงฟังและตอบคำสวดอ้อนวอนด้วยศรัทธาของข้าพเจ้า แต่อย่างที่สอง ข้าพเจ้าเริ่มเรียนรู้และยังคงเรียนต่อไปถึงเหตุผลที่ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความมั่นใจในคืนนั้นว่าจะมีพรอันยิ่งใหญ่มากจากความยากลำบากเกินกว่าจะมีสิ่งใดทดแทนได้

ความยากลำบากที่ข้าพเจ้าเผชิญเมื่อนานมาแล้ว เวลานี้ดูเหมือนจะเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้าพเจ้าและคนที่ข้าพเจ้ารักนับจากนั้น ปัจจุบันหลายท่านกำลังผ่านการทดลองทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ที่อาจทำให้ท่านร้องเสียงดังเหมือนอย่างผู้รับใช้ที่ดีและซื่อสัตย์คนหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้าที่ข้าพเจ้ารู้จักดี พยาบาลของเขาได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากเตียง “ผมพยายามเป็นคนดีตลอดชีวิต ทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้นกับผม”

ท่านรู้ว่าพระเจ้าทรงตอบคำถามนั้นให้แก่ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธในห้องขังอย่างไร

“และ​หาก​เจ้า​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​หลุม, หรือ​ใน​มือ​ฆาตกร, และ​เจ้า​ถูก​ตัดสิน​ประหารชีวิต; หาก​เจ้า​ถูก​โยน​ลง​ไป​ใน​ห้วงลึก; หาก​คลื่น​ซัด​โหม​กระหน่ำ​ลง​มา​กระแทก​เจ้า; หาก​ลม​แรง​กลาย​เป็น​ศัตรู​เจ้า; หาก​ฟ้า​สวรรค์​รวบรวม​ความ​มืด, และ​ธาตุ​ทั้งปวง​รวม​กัน​สกัด​กั้น​ทาง; และ​เหนือ​สิ่ง​อื่น​ใด, หาก​ขาก​ร​ร​ไกร​แห่งนรก​นั่นเอง​จะ​อ้า​ปากกว้าง​เพื่อ​งับ​เจ้า, จง​รู้​ไว้​เถิด, ลูก​พ่อ, ว่า​สิ่ง​ทั้งหลาย​ทั้งปวง​เหล่า​นี้​จะ​เป็นประสบการณ์​แก่​เจ้า, และ​จะ​เกิด​ขึ้น​เพื่อ​ความ​ดี​ของ​เจ้า.

“บุตร​แห่ง​พระ​มหา​บุรุษ​เคยลด​พระ​ฐานะ​ลง​ต่ำ​กว่า​สิ่ง​เหล่า​นั้นทั้ง​หมด. เจ้า​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​พระองค์​หรือ?

“ฉะนั้น, จง​ยึด​มั่น​วิถี​ทาง​ของ​เจ้า, และ​ฐานะ​ปุโรหิต​จะ​คงอยู่​กับ​เจ้า; เพราะขอบเขต​ของ​พวก​เขา​กำหนด​ไว้​แล้ว, พวก​เขา​จะ​ผ่าน​ไป​ไม่​ได้. วันเวลา​ของ​เจ้า​เป็น​ที่​รู้, และ​จะ​ไม่​นับ​ปี​ของ​เจ้า​ให้​น้อย​ลง; ฉะนั้น, อย่ากลัว​สิ่ง​ที่​มนุษย์​จะ​ทำได้, เพราะ​พระผู้เป็นเจ้า​จะ​ทรง​อยู่​กับ​เจ้า​ตลอด​กาล​และ​ตลอด​ไป.”2

สำหรับข้าพเจ้าแล้วดูเหมือนว่าไม่มีคำตอบใดดีกว่าพระวจนะของพระองค์เองผู้ทรงผ่านการทดลองอย่างแสนสาหัสเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เพื่อเราในคำถามที่ว่าเหตุใดจึงมีการทดลองและเราควรทำอะไร

ท่านจำได้ถึงพระวจนะของพระองค์เมื่อพระองค์ทรงแนะนำให้เราควรกลับใจด้วยศรัทธาในพระองค์

“ฉะนั้น เรา​บัญชา​ให้​เจ้า​กลับ​ใจ—จง​กลับ​ใจ​เถิด, เกลือก​เรา​จะ​ลง​ทัณฑ์​เจ้า​ด้วย​ไม้​จาก​ปากขอ​ง​เรา, และ​ด้วย​ความ​เคือง​แค้น​ของ​เรา, และ​ด้วย​ความ​โกรธ​ของ​เรา, และ​ความทุกขเวทนา​ของ​เจ้า​จะ​อาดูร—อาดูร​เพียง​ใด​เจ้า​หา​รู้​ไม่, แสน​สาหัส​เพียง​ใด​เจ้า​หา​รู้​ไม่, แท้จริง​แล้ว, ยาก​เหลือ​จะ​ทน​เพียง​ใด​เจ้า​หา​รู้​ไม่.

“เพราะ​ดูเถิด, เรา, พระผู้เป็นเจ้า, ทนทุกข์​กับ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เพื่อ​ทุก​คน, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​ไม่​ทนทุกข์​หาก​พวก​เขา​จะ​กลับใจ;

“แต่​หาก​พวก​เขา​จะ​ไม่​กลับ​ใจ พวก​เขา​ต้อง​ทนทุกข์​แม้​ดัง​เรา;

“ซึ่ง​ความ​ทุกขเวทนา​นี้​ทำให้​ตัว​เรา, แม้​พระผู้เป็นเจ้า, ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ที่สุด​ใน​บรรดา​สิ่ง​ทั้งปวง, ต้อง​สั่น​เพราะ​ความ​เจ็บปวด, และ​เลือด​ออก​จาก​ทุก​ขุม​ขน, และ​ทน​ทุกข์​ทั้ง​ร่างกาย​และ​วิญญาณ—และ​ปรารถนา​ที่​เรา​จะ​ไม่​ต้องดื่ม​ถ้วย​อัน​ขมขื่น, และ​ชะงัก​อยู่—

“กระนั้น​ก็ตาม, รัศมี​ภาพ​จง​มี​แด่​พระ​บิดา, และ​เรา​รับ​ส่วน​และ​ทำให้​การเต​รี​ยม​ของ​เรา​เสร็จสิ้น​เพื่อ​ลูก​หลาน​มนุษย์.”3

ท่านกับข้าพเจ้ามีศรัทธาว่าวิธีที่จะฝ่าฟันและอยู่เหนือการทดลองคือเชื่อว่ามี “พิมเสนในกิเลอาด”4 และว่าพระเจ้าทรงสัญญาไว้ว่า “เราจะไม่ … ละทิ้งเจ้าเสีย”5 นั่นคือสิ่งที่ประธานโธมัส เอส. มอนสันสอนเราเพื่อช่วยเราและผู้ที่เรารับใช้ในเวลาที่ดูเหมือนได้รับการทดลองอย่างโดดเดี่ยวและท่วมท้น6

แต่ประธานมอนสันสอนอย่างชาญฉลาดว่าในความเป็นจริง ฐานรากของศรัทธาของคำสัญญาเหล่านั้นใช้เวลาสร้าง ท่านอาจเห็น ดังที่ข้าพเจ้าเห็น ถึงความต้องการของฐานรากนั้นที่ข้างเตียงของผู้ที่พร้อมจะยอมแพ้ในการต่อสู้เพื่ออดทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ถ้าฐานรากของศรัทธาไม่ได้ติดตรึงอยู่ในใจของเรา พลังอำนาจในการอดทนจะล่มสลาย

จุดประสงค์ของข้าพเจ้าวันนี้คืออธิบายสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้ถึงวิธีที่เราจะวางฐานรากอันไม่สั่นคลอน ข้าพเจ้าทำสิ่งนี้ด้วยความนอบน้อมด้วยเหตุผลสองประการ อย่างแรก สิ่งที่ข้าพเจ้าจะพูดอาจบั่นทอนผู้ที่ประสบปัญหาท่ามกลางความยากลำบากอันหนักหน่วงและรู้สึกว่าฐานรากของศรัทธาตนเองกำลังล่มสลาย ประการที่สองข้าพเจ้ารู้ว่าการทดสอบที่หนักหนาที่สุดรอข้าพเจ้าอยู่ก่อนข้าพเจ้าจะสิ้นชีวิต ดั้งนั้นคำแนะนำที่ข้าพเจ้าให้ท่านจะต้องได้รับการพิสูจน์ในชีวิตข้าพเจ้าเองผ่านการอดทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่

สมัยเป็นหนุ่มข้าพเจ้าทำงานกับผู้รับเหมาทำตอม่อและวางฐานรากของบ้านใหม่ ในความร้อนของฤดูร้อนเป็นงานที่ยากในการเตรียมพื้นสำหรับแบบพิมพ์ที่เราจะเทซีเมนต์เพื่อทำตอม่อ สมัยนั้นไม่มีเครื่องจักร เราใช้พลั่วและเสียม การสร้างฐานรากให้คงทนสำหรับอาคารต่างๆ เป็นงานที่ยากในสมัยนั้น

งานนั้นต้องใช้ความอดทน หลังจากที่เราหล่อตอม่อเรารอให้ตอม่ออยู่ตัว เราอยากจะทำงานต่อไปแต่หลังจากเทปูนฐานรากแล้วเราต้องรอ ก่อนที่เราจะเอาแบบพิมพ์ออก

และสิ่งที่ประทับใจผู้ก่อสร้างรายใหม่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่าน่าเบื่อหน่ายและเสียเวลาคือขั้นตอนของการใส่เหล็กเส้นอย่างระมัดระวังเข้าไปในแบบพิมพ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ฐานรากเมื่อทำเสร็จ

ในวิธีที่คล้ายกัน ต้องเตรียมพื้นดินอย่างระมัดระวังสำหรับฐานรากแห่งศรัทธาของเราเพื่อต้านทานพายุที่จะมาสู่ทุกชีวิต พื้นฐานอันแข็งแกร่งของฐานรากแห่งศรัทธาคือความสุจริตส่วนบุคคล

การเลือกสิ่งที่ถูกต้องของเราจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องเมื่อไรก็ตามที่มีการเลือกอยู่ตรงหน้าเมื่อเราสร้างพื้นดินอันแข็งแกร่งภายใต้ศรัทธาของเรา สิ่งนี้สามารถเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์นับตั้งแต่ทุกจิตวิญญาณถือกำเนิดมาพร้อมกับของประทานที่ได้เปล่าของพระวิญญาณแห่งพระคริสต์ ด้วยพระวิญญาณนั้นเราจะรู้ว่าเมื่อไรเราทำสิ่งที่ถูกต้องต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้าและเมื่อไรที่เราทำผิดในสายพระเนตรของพระองค์

การเลือกเหล่านั้น หลายร้อยครั้ง ในทุกวัน เตรียมพื้นดินอันแข็งแกร่งซึ่งอาคารแห่งศรัทธาของเราสร้างอยู่บนนั้น โครงเหล็กที่อยู่รอบๆ เพื่อให้เนื้อแท้แห่งศรัทธาของเราเทใส่ลงไปคือพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ พร้อมกับพันธสัญญา ศาสนพิธีและหลักธรรม

กุญแจอย่างหนึ่งของศรัทธาอันคงทนคือการพิจารณาอย่างถูกต้องถึงช่วงเวลาที่เติบโตเต็มที่ นั่นคือสาเหตุที่ข้าพเจ้าไม่ฉลาดในการสวดอ้อนวอนเร็วเกินไปในชีวิตสำหรับภูเขาที่สูงเพื่อปีนและการทดสอบที่ยากขึ้น

การเติบโตเต็มที่นั้นไม่ได้มาโดยอัตโนมัติไปตามเวลา แต่สิ่งนี้ใช้เวลา การมีอายุเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร แต่การรับใช้พระผู้เป็นเจ้าและผู้อื่นอย่างพากเพียรโดยทุ่มเททั้งใจและจิตวิญญาณที่จะเปลี่ยนประจักษ์พยานแห่งความจริงไปสู่ความเข้มแข็งทางวิญญาณที่ไม่แตกสลาย

ข้าพเจ้าอยากให้กำลังใจผู้ที่อยู่ท่ามกลางการทดลองหนักหน่วง ผู้ที่รู้สึกว่าศรัทธาอาจเลือนลางภายใต้ปัญหาที่รุมเร้า ตัวปัญหาเองสามารถเป็นทางที่จะเสริมสร้างและทำให้มีศรัทธาที่ไม่สั่นคลอนได้ในที่สุด โมโรไน บุตรของมอรมอนในพระคัมภีร์มอรมอน บอกเราถึงพรที่จะเกิดขึ้น เขาสอนถึงความจริงอันเรียบง่ายและหอมหวานว่าการกระทำแม้ด้วยศรัทธาเพียงแขนงเล็กๆ ก็จะทำให้พระผู้เป็นเจ้าช่วยทำให้งอกงามได้

“และ​บัดนี้, ข้าพเจ้า, โม​โร​ไน, จะ​พูด​บาง​สิ่ง​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​เหล่า​นี้; ข้าพเจ้า​จะ​แสดง​ต่อ​โลก​ว่าศรัทธา​คือ​สิ่ง​ที่หวัง​ไว้​และ​มอง​ไม่เห็น; ดังนั้น, จง​อย่า​เถียง​กัน​เลย​เพราะ​ท่าน​ไม่​เห็น, เพราะ​ท่าน​ไม่​ได้​รับ​พยาน​จน​หลัง​การทดลอง​ศรัทธา​ของ​ท่าน.

“เพราะ​เป็น​ด้วย​ศรัทธา​ที่​พระ​คริสต์​ทรง​แสดง​องค์​แก่​บรรพบุรุษ​ของ​เรา, หลังจาก​พระองค์​ทรง​ลุก​ขึ้น​จาก​บรรดา​คน​ตาย; และ​พระองค์​ไม่​ทรง​แสดง​องค์​แก่​พวก​เขา​จน​หลังจาก​ที่​พวก​เขา​มี​ศรัทธา​ใน​พระองค์; ดังนั้น, จึง​ต้อง​เป็น​ไป​ว่า​บาง​คน​มี​ศรัทธา​ใน​พระองค์, เพราะ​พระองค์​ไม่​ทรง​แสดง​พระองค์​เอง​แก่​โลก.

“แต่​เพราะ​ศรัทธา​ของ​มนุษย์​พระองค์​จึง​ทรง​แสดง​พระองค์​เอง​แก่​โลก, และ​สรรเสริญ​พระ​นาม​ของ​พระ​บิดา, และ​เตรียม​ทาง​ไว้​เพื่อ​โดย​ทาง​นั้น​คน​อื่น​จะ​ได้​เป็น​ผู้​มี​ส่วน​ใน​ของ​ประทาน​จาก​สวรรค์, เพื่อ​พวก​เขา​จะ​หวัง​ได้​ใน​สิ่ง​เหล่า​นั้น​ที่​พวก​เขา​ไม่​เห็น.

“ดังนั้น, ท่าน​จะ​มีค​วาม​หวัง​ด้วย, และ​เป็น​ผู้​มี​ส่วน​ใน​ของ​ประทาน, หาก​ท่าน​จะ​เพียง​มี​ศรัทธา.”7

อนุภาคนั้นของศรัทธามีค่ามากที่สุดและท่านควรปกป้องและใช้ไม่ว่าในกรณีใดที่ท่านทำได้คือศรัทธาในพระเจ้า พระเยซูคริสต์ โมไรไนสอนถึงพลังอำนาจของศรัทธานั้นว่า “และ​ทั้ง​ไม่​ว่า​เวลา​ใด​ย่อม​ไม่​มี​ผู้​กระทำ​ปาฏิหาริย์​เลย​จน​หลังจาก​พวก​เขา​มี​ศรัทธา; ดังนั้น​พวก​เขา​จึง​เชื่อ​ใน​พระ​บุตร​ของ​พระผู้เป็นเจ้า​ก่อน.”8

ข้าพเจ้าไปเยี่ยมสตรีผู้หนึ่งที่ได้รับปาฏิหาริย์แห่งความเข้มแข็งเพียงพอเพื่ออดทนกับความสูญเสียที่ไม่อาจจินตนาการได้ด้วยเพียงความสามารถอันเรียบง่ายในการพูดย้ำถ้อยคำเหล่านี้ตลอดไปว่า “ฉันรู้พระผู้ไถ่ทรงพระชนม์”9 ศรัทธานั้นและถ้อยคำแห่งประจักษ์พยานเหล่านั้นยังคงอยู่ที่นั่นราวกับความทรงจำในวัยเยาว์ของเธอที่ดูเลือนลางแต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด

ข้าพเจ้ารู้สึกประหลาดใจที่รู้ว่าสตรีคนหนึ่งได้ให้อภัยคนที่ทำผิดต่อเธอเป็นเวลาหลายปี ข้าพเจ้าแปลกใจและถามเธอว่าเหตุใดเธอจึงเลือกให้อภัยและไม่จดจำเวลาหลายปีที่ถูกกระทำทารุณอย่างโหดร้าย

เธอตอบอย่างแผ่วเบาว่า “นี่เป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่ดิฉันเคยทำ แต่ดิฉันแค่รู้ว่าต้องทำ ดิฉันก็เลยทำ” ศรัทธาของเธอที่ว่าพระผู้ช่วยให้รอดจะทรงให้อภัยเธอถ้าเธอให้อภัยผู้อื่นเตรียมเธอให้รู้สึกสันติสุขและมีความหวังขณะที่เผชิญกับความตายในไม่กี่เดือนหลังจากที่เธอให้อภัยปฏิปักษ์ที่ไม่กลับใจ

เธอถามข้าพเจ้า “เมื่อดิฉันไปถึงสวรรค์ ที่นั่นจะเป็นอย่างไร”

และข้าพเจ้ากล่าวว่า “ผมรู้จากสิ่งที่ผมเห็นถึงความสามารถของคุณในการใช้ศรัทธาและการให้อภัยว่านั้นจะเป็นการกลับบ้านอันยอดเยี่ยมสำหรับคุณ”

ข้าพเจ้ามีเรื่องราวให้กำลังใจอีกเรื่องแก่ผู้ที่ตอนนี้สงสัยว่าศรัทธาของพวกเขาในพระเยซูคริสต์จะมีพอให้พวกเขาอดทนต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่หรือเปล่า ข้าพเจ้าได้รับพรที่ได้รู้จักพวกท่านที่ฟังอยู่ในขณะนี้ว่าเมื่อท่านอายุยังน้อย มีชีวิตชีวา มีพรสวรรค์เกินกว่าผู้ที่อยู่รอบข้างท่าน กระนั้นท่านก็ยังเลือกที่จะทำสิ่งที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงทำ เพราะพรอันมากมายจากความเป็นอยู่ในชีวิตท่านทำให้ท่านพบวิธีที่ช่วยและดูแลผู้ที่ท่านอาจละเลยหรือดูถูก

เมื่อการทดลองที่หนักหน่วงมาถึง ศรัทธาในการอดทนสิ่งเหล่านี้จะมีอยู่ เพิ่มขึ้นโดยท่านอาจสังเกตได้ในเวลานี้แต่ในขณะนั้นไม่ทันสังเกตเมื่อท่านกระทำด้วยความรักอันบริสุทธิ์ของพระคริสต์ รับใช้และให้อภัยผู้อื่นอย่างที่พระผู้ช่วยให้รอดจะทรงทำ ท่านสร้างฐานรากแห่งศรัทธาจากความรักเหมือนกับที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงรักและรับใช้พระองค์ ศรัทธาของท่านในพระองค์นำไปสู่การกระทำแห่งจิตกุศลที่จะนำความหวังมาให้ท่าน

ยังไม่สายเกินไปที่จะเสริมสร้างฐานรากแห่งศรัทธา ยังมีเวลาเสมอ โดยมีศรัทธาในพระผู้ช่วยให้รอด ท่านสามารถกลับใจและวิงวอขอการให้อภัย ท่านสามารถให้อภัยบางคนได้ ท่านสามารถขอบคุณบางคนได้ ท่านสามารถรับใช้และยกระดับจิตวิญญาณบางคนได้ ท่านสามารถทำสิ่งนี้ที่ไหนก็ได้และไม่ว่าท่านจะรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยวเพียงไร

ข้าพเจ้าไม่สัญญาว่าความยากลำบากของท่านจะจบลงในชีวิตนี้ ข้าพเจ้าไม่ยืนยันกับท่านว่าการทดลองของท่านจะดูเหมือนว่าจะอยู่เพียงชั่วประเดี๋ยว คุณลักษณะอย่างหนึ่งของการทดลองในชีวิตก็คือดูเหมือนว่าจะทำให้นาฬิกาหมุนช้าลงและจากนั้นอาจดูราวกับจะหยุดหมุน

มีเหตุผลในเรื่องนี้ การรู้เหตุผลเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยอะไรมากนักแต่สามารถทำให้ท่านอดทนได้ เหตุผลเหล่านั้นมาจากความจริงข้อหนึ่งที่ว่า ด้วยความรักอันบริสุทธิ์ที่พระบิดาในสวรรค์และพระผู้ช่วยให้รอดทรงมีให้ท่าน พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านทำตัวให้เหมาะสมกับที่จะอยู่กับพระองค์ในครอบครัวไปตลอดกาล มีเพียงแต่ผู้ที่ได้รับชำระให้สะอาดหมดจดผ่านทางการชดใช้ของพระเยซูคริสต์เท่านั้นที่จะได้อยู่ที่นั่น

มารดาของข้าพเจ้าต่อสู้กับมะเร็งเกือบ 10 ปี การรักษาและการผ่าตัดและการที่ต้องอยู่บนเตียงเป็นการทดลองของท่าน

ข้าพเจ้าจำได้ว่าคุณพ่อพูดขณะที่เฝ้าดูคุณแม่หายใจด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย “สาวน้อยกลับบ้านไปพักผ่อนแล้ว”

ผู้พูดคนหนึ่งที่งานศพของคุณแม่คือประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์ ในบรรดาคำสรรเสริญที่ท่านพูด ข้าพเจ้าจำคำพูดหนึ่งได้คร่าวๆ ดังนี้ “บางท่านอาจคิดว่ามิลเดรดทนทุกข์แสนสาหัสเป็นเวลานานเพราะบางสิ่งที่เธอทำผิดที่เรียกร้องการทดลอง” จากนั้นท่านพูดว่า “ไม่ใช่เลย พระผู้เป็นเจ้าเพียงแต่มีพระประสงค์ที่จะขัดเกลาเธอขึ้นอีกนิด” ข้าพเจ้าจำได้ว่าในตอนนั้นคิดว่า “ถ้าสตรีที่ดีขนาดนี้ยังต้องขัดเกลาเพียงนี้ แล้วจะมีอะไรรอฉันอยู่เบื้องหน้าเล่า”

ถ้าเรามีศรัทธาในพระเยซูคริสต์ เวลาที่ยากที่สุดและเวลาที่ง่ายที่สุดในชีวิตสามารถเป็นพรได้ ในทุกสถานการณ์ เราจะสามารถเลือกสิ่งที่ถูกต้องด้วยการนำทางของพระวิญญาณ เรามีพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เพื่อหล่อหลอมและนำทางชีวิตเราหากเราเลือกที่จะทำตาม และด้วยการที่ศาสดาพยากรณ์เปิดเผยแก่เราถึงหน้าที่ของเราในแผนแห่งความรอด เราสามารถดำเนินชีวิตด้วยความหวังอันสมบูรณ์และความรู้สึกถึงสันติสุข เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าเราอยู่ตามลำพังหรือไม่ได้เป็นที่รักในการรับใช้ของพระเจ้า เพราะเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราสามารถรู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดทรงสัญญาว่าเทพจะอยู่ทางซ้ายและทางขวาของเรา เพื่อประคองเราไว้10 พระองค์ทรงรักษาคำตรัสของพระองค์

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์และพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์คือพระผู้ไถ่ของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงยืนยันความจริงในการประชุมใหญ่นี้และจะทำอีกขณะที่ท่านแสวงหาพระวิญญาณขณะที่ท่านฟังและจากนั้นศึกษาข่าวสารของผู้รับใช้ที่ได้รับมอบอำนาจจากพระเจ้าที่อยู่ที่นี่ ประธานโธมัส เอส. มอนสันคือศาสดาพยากรณ์ของพระเจ้าแก่คนทั้งโลก พระเจ้าทรงคุ้มครองท่าน พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์ พระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของเรา ความรักของพระองค์ไม่มีวันสิ้นสุด ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Show References

  1.  

    1. สเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์ “Give Me This Mountain,” Ensign, พ.ย. 1979, 79.

  2.  

    2.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 122:7–9

  3.  

    3.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:15–19

  4.  

    4.  เยเรมีย์ 8:22

  5.  

    5.  โยชูวา 1:5

  6.  

    6. ดู โธมัส เอส. มอนสัน “จงมองหาพระผู้เป็นเจ้าและมีชีวิต” เลียโฮนา กรกฏาคม 1998 หน้า 63–66

  7.  

    7.  อีเธอร์ 12:6–9

  8.  

    8.  อีเธอร์ 12:18

  9.  

    9. “ฉันรู้พระผู้ไถ่ทรงพระชนม์” หนังสือเพลงสวด หน้า 59

  10.  

    10. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:88