จงน้อมขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้า

โดย เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน

แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง


จะดีขึ้นเพียงใดถ้าทุกคนจะสำนึกคุณพระเดชานุภาพและความรักของพระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น และแสดงความกตัญญูต่อพระองค์

พี่น้องทั้งหลาย เราขอบคุณท่านสำหรับการสนับสนุนและการอุทิศตนของท่าน เราขอแสดงความซาบซึ้งใจและความรักต่อท่าน

เมื่อไม่นานมานี้ ซิสเตอร์เนลสันกับข้าพเจ้าชื่นชมความสวยงามของปลาเขตร้อนในอควาเรียมเล็กๆ แห่งหนึ่ง ปลาสีสันสดใสหลายแบบหลายขนาดพุ่งตัวไปมา ข้าพเจ้าถามผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ๆ ว่า “ใครให้อาหารปลาสวยๆ พวกนี้ครับ”

เธอตอบว่า “ดิฉันค่ะ”

ข้าพเจ้าถามต่อว่า “ปลาพวกนี้เคยขอบคุณคุณไหมครับ”

เธอตอบว่า “ไม่เคยค่ะ!”

ข้าพเจ้านึกถึงคนบางคนที่ข้าพเจ้ารู้จักผู้หลงลืมพระผู้สร้างและ “อาหารแห่งชีวิต”1 ที่แท้จริง พวกเขาอยู่ไปวันๆ โดยไม่สำนึกคุณพระผู้เป็นเจ้าและพระกรุณาธิคุณของพระองค์

จะดีขึ้นเพียงใดถ้าทุกคนจะสำนึกคุณพระเดชานุภาพและความรักของพระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น และแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ แอมันสอนว่า “ขอให้เราน้อมขอบพระทัย [พระผู้เป็นเจ้า], เพราะพระองค์ทรงทำงานชอบธรรมตลอดกาล”2 ระดับความกตัญญูของเราเป็นเครื่องวัดความรักที่เรามีต่อพระองค์

พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดาของวิญญาณเรา3 พระองค์ทรงมีพระวรกายสมบูรณ์ทรงรัศมีภาพเป็นเนื้อหนังและกระดูก4 เราอยู่กับพระองค์ในสวรรค์ก่อนเราเกิด5 และเมื่อพระองค์ทรงสร้างเราทางร่างกาย ทรงสร้างเราตามรูปลักษณ์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่ละคนมีร่างกาย6

ลองนึกถึงสิ่งค้ำจุนร่างกายของเรา สวรรค์ส่งสิ่งนั้นมาอย่างแท้จริง สิ่งจำเป็นอย่างอากาศ อาหาร และน้ำ ล้วนเป็นของประทานแก่เราจากพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงรักเรา แผ่นดินโลกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการเดินทางระยะสั้นในความเป็นมรรตัยของเรา7 เราเกิดมาพร้อมความสามารถที่จะเติบโต รัก แต่งงาน และสร้างครอบครัว

การแต่งงานและครอบครัวได้รับแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า ครอบครัวเป็นหน่วยสังคมสำคัญที่สุดในกาลเวลาและนิรันดร ภายใต้แผนอันสำคัญยิ่งแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า ครอบครัวสามารถรับการผนึกในพระวิหารและพร้อมกลับไปพำนักในที่ประทับศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ตลอดกาล นั่นคือชีวิตนิรันดร์! สัมฤทธิผลในความปรารถนาอันลึกซึ้งที่สุดของจิตวิญญาณมนุษย์---ความใฝ่ฝันตามธรรมชาติอยากมีสายสัมพันธ์ชั่วกาลนานกับสมาชิกที่รักในครอบครัว

เราเป็นส่วนหนึ่งในจุดประสงค์ของพระองค์ “งานของเราและรัศมีภาพของเรา” พระองค์ตรัส คือ “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์”8 เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว “พระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”9 การกระทำดังกล่าวคือการแสดงให้ประจักษ์ถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้า “เพราะว่า [พระองค์] ทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น”10

ศูนย์กลางในแผนนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้าคือพระพันธกิจของพระบุตรพระองค์ พระเยซูคริสต์11 พระองค์เสด็จมาไถ่ลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้า12 เพราะการชดใช้ของพระเจ้า การฟื้นคืนชีวิต (หรือความเป็นอมตะ) จึงเป็นจริง13 เพราะการชดใช้ ชีวิตนิรันดร์จึงเป็นไปได้สำหรับทุกคนที่คู่ควร พระเยซูทรงอธิบายดังนี้

“เราเป็นเหตุให้คนทั้งปวงเป็นขึ้นและมีชีวิต ผู้ที่วางใจในเรานั้น ถึงแม้ว่าเขาตายแล้วก็ยังจะมีชีวิตอีก

“และทุกคนที่มีชีวิตและวางใจในเราจะไม่ตายเลย”14

สำหรับการชดใช้ของพระเจ้าและของประทานแห่งการฟื้นคืนชีวิต --- สำหรับข่าวสารอันล้ำเลิศนี้ของอีสเตอร์ --- จงน้อมขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้า!

ของประทานทางร่างกาย

พระบิดาบนสวรรค์ทรงรักบุตรธิดาของพระองค์15 พระองค์ประทานพรแต่ละคนด้วยของประทานทางร่างกายและทางวิญญาณ ข้าพเจ้าจะพูดทีละอย่าง เมื่อท่านร้องเพลง “ฉันลูกพระผู้เป็นเจ้า” ขอให้นึกถึงของประทานที่ท่านมีร่างกาย คุณลักษณะอันน่าอัศจรรย์หลายอย่างของร่างกายท่านยืนยัน “ธรรมชาติสวรรค์” ของท่าน16

อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายท่านเป็นของประทานจากพระผู้เป็นเจ้า ดวงตาแต่ละข้างมีเลนส์โฟกัสอัตโนมัติ เส้นประสาทและกล้ามเนื้อควบคุมดวงตาทั้งสองข้างเพื่อให้เห็นภาพสามมิติภาพเดียว ดวงตาเชื่อมกับสมองซึ่งบันทึกภาพที่เห็น

หัวใจท่านเป็นเครื่องปั๊มอันเหลือเชื่อ17 มีลิ้นบางๆ สี่ลิ้นคอยควบคุมทิศทางของกระแสเลือด ลิ้นเหล่านี้เปิดปิดวันละ 100,000 กว่าครั้ง---ปีละ 36 ล้านครั้ง แต่หากไม่มีโรคภัย ลิ้นสามารถทนความเครียดเช่นนั้นได้แทบไม่จำกัด

ลองนึกถึงระบบคุ้มกันของร่างกาย เพื่อป้องกันอันตราย ร่างกายรับรู้ความเจ็บปวด เพื่อตอบสนองการติดเชื้อ ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทาน ผิวหนังมีไว้ป้องกัน เตือนให้ระวังการบาดเจ็บที่อาจเกิดจากความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป

ร่างกายผลัดเซลล์เก่าและปรับระดับส่วนประกอบสำคัญๆ ร่างกายเยียวยาบาดแผล รอยฟกช้ำ และกระดูกหัก ความสามารถในการให้กำเนิดเป็นของประทานศักดิ์สิทธิ์อีกประการหนึ่งจากพระผู้เป็นเจ้า

พึงจำไว้ว่าการบรรลุจดหมายอันสูงส่งไม่จำเป็นต้องมีร่างกายที่สมบูรณ์ อันที่จริงวิญญาณดีเลิศของบางคนอยู่ในร่างกายที่อ่อนแอหรือไม่สมบูรณ์ คนที่ประสบการท้าทายทางกายมักมีพลังยิ่งใหญ่ทางวิญญาณ เพราะพวกเขาได้รับการท้าทายมาก

ใครก็ตามที่ศึกษาการทำงานของร่างกายมนุษย์จะ “เห็นพระผู้เป็นเจ้าทรงเคลื่อนไหวในพระบารมีและเดชานุภาพของพระองค์.”18 เพราะร่างกายปกครองโดยกฎสวรรค์ การเยียวยาจึงเกิดขึ้นเพราะการเชื่อฟังกฎซึ่งในนั้นกำหนดพรไว้19

ทว่าบางคนคิดผิดๆ ว่าคุณลักษณะอันน่าอัศจรรย์ทางกายเหล่านี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือเป็นผลจากทฤษฎีบิ๊กแบงที่ใดที่หนึ่ง จงถามตัวท่านว่า “การระเบิดในโรงพิมพ์ทำให้เกิดพจนานุกรมหรือไม่” เป็นไปได้ ยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ มันคงไม่เยียวยาหน้ากระดาษที่ฉีกขาดหรือผลิตพจนานุกรมเล่มใหม่กว่าเดิม!

ถ้าร่างกายทำงานได้ตามปกติ การคุ้มกัน การซ่อมแซม การปรับสภาพ และการเจริญทดแทนไร้จำกัด ชีวิตที่นี่จะดำเนินต่อไปตลอดกาล ใช่ เราจะติดอยู่บนโลกนี้! ด้วยพระเมตตาต่อเรา พระผู้สร้างจึงทรงจัดเตรียมกระบวนการเสื่อมถอยตามอายุซึ่งจะส่งผลให้เกิดความตายทางร่างกาย ความตายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเช่นเดียวกับการเกิด พระคัมภีร์สอนว่า “ไม่เหมาะสมที่จะเรียกมนุษย์คืนจากความตายทางโลกนี้, เพราะนั่นจะทำลายแผนอันสำคัญยิ่งแห่งความสุข.”20 การกลับไปหาพระผู้เป็นเจ้าทางประตูที่เราเรียกว่าความตายเป็นปีติสำหรับคนที่รักพระองค์และพร้อมจะพบพระองค์21 เวลาจะมาถึงในที่สุดเมื่อ “วิญญาณและร่างกายจะรวมกันอีกในรูปแบบอันสมบูรณ์; ทั้งแขนขาและข้อต่อจะกลับคืนสู่โครงร่างอันถูกต้อง” 22 ไม่มีวันแยกจากกันอีก จงขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าสำหรับของประทานทางกายเหล่านี้!

ของประทานทางวิญญาณ

สำคัญเท่าร่างกาย วิญญาณเป็นพลับพลาให้วิญญาณนิรันดร์ วิญญาณเราดำรงอยู่ในโลกก่อนเกิด23และจะมีชีวิตต่อไปหลังจากร่างกายตาย24 วิญญาณให้การเคลื่อนไหวและบุคลิกภาพแก่ร่างกาย25 ในชีวิตนี้และชีวิตหน้า วิญญาณและร่างกาย เมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอันมีคุณค่าสูงส่งยิ่ง

เพราะวิญญาณของคนเราสำคัญมาก การพัฒนาวิญญาณจึงส่งผลนิรันดร์ วิญญาณเข้มแข็งเมื่อเราสื่อสารในการสวดอ้อนวอนอย่างนอบน้อมกับพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงรักเรา26

คุณลักษณะซึ่งเราจะได้รับการพิพากษาในวันหน้าล้วนเป็นฝ่ายวิญญาณ27 ได้แก่ ความรัก คุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ความการุณย์ และการรับใช้ผู้อื่น28 วิญญาณของท่าน ควบคู่กับร่างกายและอยู่ในร่างกาย สามารถพัฒนาและแสดงคุณลักษณะเหล่านี้ได้ในวิธีที่สำคัญยิ่งต่อความก้าวหน้านิรันดร์ของท่าน29 ท่านก้าวหน้าทางวิญญาณผ่านขั้นตอนของศรัทธา การกลับใจ บัพติศมา ของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ และการอดทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ รวมถึงศาสนพิธีเอ็นดาวเม้นท์และการผนึกของพระวิหารศักดิ์สิทธิ์30

ร่างกายต้องการอาหารประจำวันเพื่อความอยู่รอดฉันใด วิญญาณก็ต้องการการบำรุงเลี้ยงฉันนั้น ความจริงนิรันดร์บำรุงเลี้ยงวิญญาณ ปีที่ผ่านมาเราฉลองครบรอบ 400 ปีของการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับคิงส์เจมส์ และเรามีพระคัมภีร์มอรมอนมาเกือบ 200 ปี เวลานี้แปลไปแล้ว 107 ภาษาทั้งฉบับสมบูรณ์และเลือกแปลบางส่วน เพราะพระคัมภีร์อันล้ำค่านี้และพระคัมภีร์อื่นๆ เราจึงรู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดานิรันดร์ของเราและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและพระผู้ไถ่ของเรา จงน้อมขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าสำหรับของประทานทางวิญญาณเหล่านี้!

ของประทานพระกิตติคุณ

เรารู้ว่าศาสดาพยากรณ์หลายสมัยการประทาน อาทิ อาดัม โนอาห์ โมเสส และอับราฮัม ล้วนได้รับการสอนเกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าของพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ พระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ทรงนำเข้าสู่สมัยการประทานปัจจุบันของเราเมื่อทรงปรากฏต่อศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธในปี 1820 ศาสนจักรจัดตั้งในปี 1830 เวลานี้ 182 ปีให้หลัง เรายังคงอยู่ใต้พันธสัญญาว่าจะนำพระกิตติคุณไปสู่ “ทุกประชาชาติ, ตระกูล, ภาษา, และผู้คน.”31 เมื่อเราทำเช่นนั้น ทั้งผู้ให้และผู้รับจะได้รับพร

ความรับผิดชอบของเราคือสอนลูกๆ ของพระองค์และปลุกพวกเขาให้สำนึกคุณพระผู้เป็นเจ้า นานมาแล้วกษัตริย์เบ็นจามินกล่าวว่า

“จงเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า; จงเชื่อว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่, และว่าพระองค์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวง, ทั้งในฟ้าสวรรค์และในแผ่นดินโลก; จงเชื่อว่าพระองค์ทรงมีปรีชาญาณทั้งหมด, และเดชานุภาพทั้งหมด, ทั้งในฟ้าสวรรค์และในแผ่นดินโลก;  …

“… จงเชื่อว่าท่านต้องกลับใจจากบาปของท่านและทิ้งมัน, และนอบน้อมถ่อมตนต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า; และทูลขอด้วยใจจริงให้พระองค์ทรงอภัยท่าน; และบัดนี้, หากท่านเชื่อสิ่งทั้งหมดนี้จงดูว่าท่านทำตามนั้น.”32

พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นเหมือนกันทั้งวันวาน วันนี้ และตลอดกาล แต่เราไม่ใช่ แต่ละวัน การท้าทายของเราคือเข้าถึงอำนาจแห่งการชดใช้ เพื่อเราจะเปลี่ยนได้จริง เป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น และมีคุณสมบัติพร้อมรับของประทานแห่งความสูงส่งและมีชีวิตนิรันดร์กับพระผู้เป็นเจ้า พระเยซูคริสต์ และครอบครัวของเรา33 จงขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าสำหรับอำนาจ สิทธิพิเศษ และของประทานแห่งพระกิตติคุณเหล่านี้!

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระองค์ทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์ และนี่คือศาสนจักรของพระองค์ ได้รับการฟื้นฟูในยุคสุดท้ายนี้เพื่อให้บรรลุจุดหมายอันสูงส่ง ปัจจุบันเรามีประธานโธมัสเอส. มอนสันนำเรา ผู้ที่เรารักและสนับสนุนสุดหัวใจ เราสนับสนุนที่ปรึกษาของท่านและอัครสาวกสิบสองเช่นกันในฐานะศาสดาพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และผู้เปิดเผย ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Show References

  1.  

    1.  ยอห์น 6:35, 48; ดู ข้อ 51ด้วย

  2.  

    2.  แอลมา 26:8; ดู แอลมา 7:23 ด้วย

  3.  

    3. ดู กิจการ 17:27–29

  4.  

    4. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 130:22

  5.  

    5. ดู โมเสส 6:51; โรม 8:16; ฮีบรู 12:9; เยเรมีย์ 1:4–5

  6.  

    6. ดู ปฐมกาล 2:7; 1 โครินธ์ 15:44; โมเสส 3:7

  7.  

    7. ดู 1 นีไฟ 17:36

  8.  

    8.  โมเสส 1:39

  9.  

    9.  ยอห์น 3:16

  10.  

    10.  ยอห์น 3:17

  11.  

    11. จุดประสงค์ของพระองค์สรุปไว้ชัดเจนใน 3 นีไฟ 27:13–22

  12.  

    12. ดู แอลมา 11:40

  13.  

    13. ดู 2 นีไฟ 9:6–7, 20–22

  14.  

    14.  ยอห์น 11:25–26

  15.  

    15. ดู 1 นีไฟ 17:40; 1 ยอห์น 4:10

  16.  

    16.  2 เปโตร 1:4

  17.  

    17. หัวใจสูบฉีดประมาณ 2,000 แกลลอน (7,570 ลิตร) ต่อวัน

  18.  

    18.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 88:47

  19.  

    19. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 130:21 โดยแท้แล้วกฎจากเบื้องบนลบล้างไม่ได้

  20.  

    20.  แอลมา 42:8

  21.  

    21. ผู้เขียนสดุดีแสดงทัศนะเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าว่า “มรณกรรมแห่งธรรมิกชนของพระองค์สำคัญในสายพระเนตรพระเจ้า” (สดุดี 116:15); ดู ปัญญาจารย์ 12:7

  22.  

    22.  แอลมา 11:43; ดู ปัญญาจารย์ 12:7; แอลมา 40:23; หลักคำสอนและพันธสัญญา 138:17 ด้วย

  23.  

    23. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:38

  24.  

    24. ดู แอลมา 40:11; อับราฮัม 3:18

  25.  

    25. วิญญาณอยู่ในรูปลักษณะเหมือนกับตัวเขา (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 77:2)

  26.  

    26. ดู 3 นีไฟ 14:9–11

  27.  

    27. วิญญาณ ไม่ใช่ร่างกาย เป็นส่วนประกอบที่มีพลังและรับผิดชอบได้ของจิตวิญญาณ หากปราศจากวิญญาณ ร่างกายก็ตาย (ดู ยากอบ 2:26) ด้วยเหตุนี้วิญญาณจึงเลือกดีหรือชั่วและจะรับผิดชอบทั้งคุณลักษณะในทางบวกและในทางลบที่วิญญาณครอบครอง ณ การพิพากษาครั้งสุดท้าย (ดู แอลมา 41:3–7)

  28.  

    28. คุณลักษณะทางวิญญาณรวมถึง “ศรัทธา, คุณธรรม, ความรู้, ความยับยั้งตน, ความอดทน, ความกรุณาฉันพี่น้อง, ความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้า, จิตกุศล, ความนอบน้อม, [และ] ความขยันหมั่นเพียร” ด้วย (หลักคำสอนและพันธสัญญา 4:6)

  29.  

    29. ดู 2 นีไฟ 2:11–16, 21–26; โมโรไน 10:33–34

  30.  

    30. นี่คือหลักคำสอนของพระคริสต์ (ดู 2 นีไฟ 31:11–21)

  31.  

    31.  โมไซยาห์ 15:28; ดู 1 นีไฟ 19:17; 2 นีไฟ 26:13; โมไซยาห์ 3:20; 15:28; 16:1; แอลมา 37:4; หลักคำสอนและพันธสัญญา 1:18–23; 77:11; 133:37 ด้วย

  32.  

    32.  โมไซยาห์ 4:9–10

  33.  

    33. “ชีวิตนิรันดร์ … สำคัญที่สุดในบรรดาของประทานทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้า” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 14:7)