จับเกลียวคลื่น

โดย เอ็ลเดอร์ รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน

แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง


ข้าพเจ้าขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ สำหรับการฟื้นฟูและพลังขับเคลื่อนคลื่นอันโอฬารแห่งความจริงและความชอบธรรมไปทั่วโลก

พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้าขอเพิ่มเสียงข้าพเจ้าเข้ากับประธานโธมัส เอส. มอนสันและท่านอื่นๆ ในการสรรเสริญผู้ตอบรับการเรียกของศาสดาพยากรณ์ด้วยการเป็นผู้สอนศาสนาที่มีค่าควร ขณะนี้คลื่นแห่งความกระตือรือร้นอย่างไม่เคยมีมาก่อนในงานเผยแผ่ศาสนากำลังโหมซัดสาดไปทั่วผืนแผ่นดินโลก ตั้งแต่ประธานมอนสันได้กล่าวคำประกาศครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเอ็ลเดอร์ ซิสเตอร์ และคู่สมรสหลายพันคนได้รับการเรียก และอีกมากมายกำลังเตรียมตัว1 เวลานี้มีคำถามเกิดขึ้นเช่น “ท่านจะทำอะไรกับผู้สอนศาสนาเหล่านี้” คำตอบง่ายมาก พวกเขาจะทำสิ่งที่ผู้สอนศาสนาเคยทำอยู่เสมอ พวกเขาจะสั่งสอนพระกิตติคุณ พวกเขาจะเป็นพรให้บุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ!

ท่านทั้งหลายที่เป็นคนหนุ่มสาวอีกมากมายจะจับเกลียวคลื่นนี้ขณะที่ท่านพยายามมีค่าควรต่อการเรียกสู่งานเผยแผ่ ท่านจะเห็นว่านี่คือคลื่นแห่งความจริงและความชอบธรรม ท่านเห็นโอกาสของท่านอยู่บนยอดคลื่นนั้น

ท่านที่เป็นวัยรุ่น จงน้อมรับหลักสูตรใหม่ของท่านและสอนหลักคำสอนของพระเยซูคริสต์ให้กัน เวลานี้คือเวลาที่ท่านจะเตรียมสอนผู้อื่นเกี่ยวกับพระคุณความดีของพระผู้เป็นเจ้า

ชายหนุ่มและหญิงสาว การศึกษาของท่านสำคัญเสมอ—ต่อเรา ต่อตัวท่าน และต่อพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเป็นไปได้ หากท่านปรารถนาจะเข้าวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย หลังจาก งานเผยแผ่ของท่าน เราขอกระตุ้นท่านให้สมัครในสถาบันที่ท่านเลือก ก่อน เริ่มงานเผยแผ่ของท่าน มีสถาบันการศึกษาระดับสูงหลายแห่งยอมเลื่อนเวลาให้ผู้คาดหวังจะเป็นผู้สอนศาสนาไปอีก 18 ถึง 30 เดือน นี่จะทำให้พวกท่าน เอ็ลเดอร์และซิสเตอร์ สามารถรับใช้โดยไม่ต้องกังวลว่าท่านจะเริ่มการศึกษาชั้นสูงของท่านได้ที่ไหน เราขอบคุณบรรดาผู้นำในสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ช่วยให้แผนนี้อยู่ในวิสัยที่ทำได้!

บิดามารดา ครู และคนอื่นๆ จงจับเกลียวคลื่นขณะท่านเตรียมอนุชนรุ่นหลังของเราให้มีค่าควรในการรับใช้งานเผยแผ่ ขณะเดียวกัน ชีวิตที่เป็นแบบอย่างของท่านจะเป็นจุดสนใจของมิตรสหายและเพื่อนบ้านของท่าน จงเตรียมตอบคำถามคนเหล่านั้นที่จะถามว่าเหตุใดท่านจึงดำเนินชีวิตอย่างที่ทำอยู่เวลานี้ จงพร้อมที่จะให้เหตุผลถึงความหวังและปีติที่พวกเขาเห็นในตัวท่าน2 เมื่อคำถามเช่นนั้นเกิดขึ้น ท่านอาจจะตอบโดยพูดว่า “ลองถามผู้สอนศาสนาดู พวกเขาช่วยเราได้ และหากคุณต้องการ ผมจะอยู่ข้างคุณขณะที่ผู้สอนศาสนาตอบและสอนคุณ”

ท่านที่เป็นผู้ใหญ่ จงจับเกลียวคลื่นเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมทางวิญญาณ ทางกาย และทางการเงินแก่ผู้สอนศาสนาในอนาคต การหยอดกระปุกออมสินจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตท่าน ท่านที่เป็นคู่สามีภรรยาอาวุโส จงวางแผนเพื่อวันที่ท่านจะออกไปเป็นผู้สอนศาสนา เราจะขอบคุณท่านอย่างสูงสำหรับการรับใช้ของท่าน จนกว่าจะถึงเวลานั้น บางทีพวกท่านบางคนอาจส่งเงินมาช่วยงานเผยแผ่ศาสนาโดยบริจาคเข้ากองทุนผู้สอนศาสนาทั่วไป ตามที่ประธานมอนสันแนะนำอีกครั้งเมื่อเช้านี้3

การเพิ่มจำนวนของชายที่ได้รับเลือกและคู่ชีวิตที่รักของเขาในการจับเกลียวคลื่นขณะได้รับเรียกเป็นประธานคณะเผยแผ่ของศาสนจักร ในการรับใช้นั้น พวกเขาจะกำหนดชะตากรรมของคนในรุ่นที่เกิดมาและยังไม่เกิด ประธานคณะเผยแผ่จะถือกุญแจแห่งความรับผิดชอบในด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และความสำเร็จของผู้สอนศาสนา หลังจากปรึกษากับประธานสเตคและประธานท้องถิ่นในคณะเผยแผ่ของเขา ประธานคณะเผยแผ่จะมอบหมายผู้สอนศาสนาให้รับใช้ในสเตค วอร์ด และสาขาที่กำหนดไว้

ประธานสเตคและอธิการจับเกลียวคลื่นขณะที่พวกเขาใช้เวลามากขึ้นและมากขึ้นในการสัมภาษณ์ผู้คาดหวังเป็นผู้สอนศาสนา ผู้นำฐานะปุโรหิตเหล่านี้ถือกุญแจแห่งความรับผิดชอบสำหรับงานเผยแผ่ศาสนาในหน่วยของพวกเขาและสร้างแรงบันดาลใจให้สมาชิกมีส่วนร่วม

บรรดาพี่น้องชายหญิงในสภาวอร์ดแต่ละแห่งกำลังเตรียมจับเกลียวคลื่น ในสภานั้นคือหัวหน้าเผยแผ่วอร์ด4 ข้าพเจ้าขอพูดเฉพาะกับพวกท่านที่เป็นหัวหน้าเผยแผ่วอร์ด อธิการเรียกท่านให้นำงานเผยแผ่ในวอร์ด และบางท่านก็ประสบความสำเร็จที่มีผู้ช่วยคนหนึ่งได้รับเรียกมาช่วยท่าน ในการทำงานกับคนอื่นๆในสภาวอร์ด ท่านหาสมาชิกที่แข็งขันน้อย สมาชิกที่ครอบครัวไม่ได้เป็นสมาชิก และเพื่อนบ้านที่สนใจ ท่านประชุมเป็นประจำกับผู้สอนศาสนาเต็มเวลา ท่านให้คำแนะนำและช่วยผู้สอนศาสนา กรุณาช่วยพวกเขาเขียนแผนงานประจำวันโดยมุ่งเน้นโอกาสที่จะสอนอย่างมีเป้าหมาย นี่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของท่าน บทบาทของท่านสำคัญ สำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของงานนี้ หากท่านจับเกลียวคลื่นด้วยศรัทธาและความกระตือรือร้น คนอื่นก็จะทำเช่นกัน ท่านในฐานะหัวหน้าเผยแผ่วอร์ด ท่านคือ บุคคล ที่เชื่อมโยงระหว่างสมาชิกกับผู้สอนศาสนาในงานอันศักดิ์สิทธิ์ของการช่วยชีวิตบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า5

เพื่อนและเพื่อนบ้านที่ไม่เป็นสมาชิกและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อของเราก็สามารถจับเกลียวคลื่นได้เช่นกัน เรากระตุ้นให้พวกเขารักษาสิ่งดีงามและความจริงทั้งหมดไว้ในชีวิต เราเชื้อเชิญพวกเขาให้รับมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งความจริงอันรุ่งโรจน์ที่ผ่านทางแผนนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้า ครอบครัวสามารถอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์6

คลื่นแห่งความจริงและความชอบธรรมนี้ช่างน่าอัศจรรย์! นี่ ไม่ใช่ ฝีมือมนุษย์! สิ่งนี้มาจากพระเจ้า เมื่อพระองค์ตรัสว่า “เราจะเร่งงานของเราเมื่อถึงเวลา”7 คลื่นนี้มีพลังมากขึ้นโดยการประกาศจากสวรรค์เมื่อ 193 ปีที่แล้ว ประกอบไปด้วยคำเจ็ดคำเท่านั้น “นี่คือบุตรที่รักของเรา, จงฟังท่าน!”8 ประกาศโดยพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ คำประกาศนี้ได้แนะนำให้เด็กหนุ่มโจเซฟ สมิธไปหาพระเจ้าพระเยซูคริสต์ คำเจ็ดคำนั้นได้นำการฟื้นฟูพระกิตติคุณของพระองค์ออกมา เพราะอะไร เพราะพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระชนม์ของเราทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรัก พระองค์ต้องการให้บุตรธิดาของพระองค์รู้จักพระองค์และพระเยซูคริสต์ผู้ที่พระองค์ทรงใช้มา9 พระองค์ทรงประสงค์ให้บุตรธิดาของพระองค์ได้รับความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์!10

เพราะจุดประสงค์อันรุ่งโรจน์นี้ ผู้สอนศาสนาของเราจึงสอนเรื่องการฟื้นฟู พวกเขาทราบว่าเมื่อประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว พระเจ้าได้สถาปนาศาสนจักรของพระองค์ หลังจากการตรึงกางเขนของพระองค์และมรณกรรมของเหล่าอัครสาวก มนุษย์เปลี่ยนแปลงศาสนจักรและหลักคำสอน จากนั้น หลังจากคนหลายรุ่นตกอยู่ในความมืดมิดทางวิญญาณ และดังที่ศาสดาพยากรณ์ก่อนหน้านั้นทำนายไว้ล่วงหน้า11 พระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ทรงฟื้นฟูศาสนจักร หลักคำสอน และสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต เพราะการฟื้นฟูดังกล่าว ความรู้และศาสนพิธีที่จำเป็นต่อความรอดและความสูงส่งจึงมีให้คนทั้งปวงอีกครั้ง12 ในที่สุด ความสูงส่งนั้นทำให้เราแต่ละคนได้อยู่กับครอบครัวของเราในที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้าและพระเยซูคริสต์ตลอดกาล

ข้าพเจ้าไม่สามารถพูดถึงการฟื้นฟูด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์นี้ทำให้ตกตะลึง! เหลือเชื่อ! น่าทึ่ง! ช่างน่าอัศจรรย์เพียงใดที่บรรดาผู้ส่งสารจากสวรรค์มามอบสิทธิอำนาจและพลังอำนาจให้แก่งานนี้

พระบิดานิรันดร์ของเราและพระเยซูคริสต์ทรงปรากฏต่อศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธหลายต่อหลายครั้ง13 ภายใต้การกำกับดูแลของพระองค์ ผู้ส่งสารจากสวรรค์ท่านอื่นๆ มาปรากฏ แต่ละท่านมาพร้อมกับวัตถุประสงค์ที่เจาะจง ตัวอย่างเช่น

  1. เทพโมโรไนมาเปิดเผยพระคัมภีร์มอรมอน14
  2. ยอห์นผู้ถวายบัพติศมาฟื้นฟูฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน15
  3. เปโตร ยากอบ และยอห์นฟื้นฟูฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค16
  4. โมเสสมอบกุญแจเพื่อการรวมอิสราเอล17
  5. เอลีอัสประสาทกุญแจแห่งความรู้เกี่ยวกับอับราฮัม18
  6. เอลียาห์ฟื้นฟูกุญแจแห่งสิทธิอำนาจการผนึก19

นอกจากนี้ การฟื้นฟูยังได้เพิ่มความรู้ว่าวิสุทธิชนมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ พระเจ้าทรงจัดเตรียมพระคัมภีร์เล่มใหม่ ทรงเพิ่มพระคัมภีร์มอรมอนให้พระคัมภีร์ไบเบิลอันศักดิ์สิทธิ์ พยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์ เป็นบันทึกของคำพยากรณ์และการปฏิบัติศาสนกิจของพระเจ้าผู้ฟื้นคืนพระชนม์ต่อผู้คนในอเมริกาสมัยโบราณ อธิบายถึงแผนแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า20—แผนแห่งความรอด21 พระคัมภีร์มอรมอนสอดคล้องกันโดยสมบูรณ์กับพระคัมภีร์ไบเบิล บันทึกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองเล่มยืนยันความจริงในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์และความสำคัญของการชดใช้ของพระองค์22

การฟื้นฟูทำให้คำพยากรณ์หลายอย่างในพระคัมภีร์ไบเบิลมีสัมฤทธิผล ตัวอย่างเช่น อิสยาห์พยากรณ์ว่าพระนิเวศน์ของพระเจ้าจะสถาปนาขึ้นบนยอดเขาทั้งหลาย23 การอพยพของผู้บุกเบิกชาวมอรมอนไปยังภูเขาฝั่งตะวันตกของอเมริกาเป็นเรื่องราวสัมฤทธิผลของการเสียสละและศรัทธา อิสยาห์บอกล่วงหน้าไว้เช่นกันว่าพระผู้เป็นเจ้าจะทรงทำ “งานอัศจรรย์และการอันน่าพิศวง”24 นั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดสัมฤทธิผลโดยงานอันศักดิ์สิทธิ์ของกองทัพผู้สอนศาสนาที่กำลังเติบโตของเรา

พันธสัญญาเดิมสอนเรื่องส่วนสิบที่ได้รับการฟื้นฟู25 ผลก็คือ มีผู้จ่ายส่วนสิบมากขึ้นที่ได้รับพรอันเนื่องมาจากการเชื่อฟังของพวกเขา การอ้างถึงเมลคีเซเดคชัดเจนขึ้นโดยพระคัมภีร์ของการฟื้นฟู26 คำพยากรณ์ที่ว่าไม้ของโจเซฟ (พระคัมภีร์มอรมอน) และไม้ของยูดาห์ (พระคัมภีร์ไบเบิล) จะรวมกันเป็นหนึ่งในพระหัตถ์พระผู้เป็นเจ้าบัดนี้มีสัมฤทธิผลแล้ว27

การฟื้นฟูอธิบายพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ให้กระจ่างขึ้นเช่นกัน ข้ออ้างอิงเกี่ยวกับบัพติศมาแทนคนตายบัดนี้เป็นที่เข้าใจมากขึ้น28 ศาสนพิธีสำหรับบรรพชนผู้ล่วงลับของเราปัจจุบันประกอบพิธีโดยใช้ตัวแทนในพระวิหาร 141 แห่งทั่วโลก ไม่มีทางอื่นใดอีกที่จะมอบความรอดให้บรรพชนของเราผู้ที่ล่วงลับไปโดยปราศจากความรู้เรื่องพระกิตติคุณ29 ยอห์นผู้เปิดเผยเห็นนิมิตของ “ทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งเหาะไปในท้องฟ้า เพื่อประกาศข่าวประเสริฐนิรันดร์แก่คนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลก” เป็นการบอกล่วงหน้าถึงพันธกิจของเทพโมโรไนและพระคัมภีร์มอรมอน30

พระคัมภีร์มอรมอนเป็นจุดศูนย์กลางของการฟื้นฟู มีผู้เขียน ได้รับการปกปักรักษาและส่งมอบภายใต้การกำกับดูแลของพระเจ้า แปล “โดยของประทานและเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า”31 พระคัมภีร์หลักคำสอนและพันธสัญญาประกอบด้วยการเปิดเผยเพิ่มเติมที่ประทานแก่ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ โดยผ่านทางท่าน เราได้รับหน้าหนังสือของพระคัมภีร์มากกว่าที่เราได้รับจากศาสดาพยากรณ์ท่านอื่นๆ ในช่วงเวลาที่โศกเศร้า ท่านกล่าวแก่วิสุทธิชนในนอวู อิลลินอยส์ ว่า “ข้าพเจ้าไม่เคยบอกท่านว่าข้าพเจ้าดีพร้อม แต่ไม่เคยมีความผิดพลาดในการเปิดเผยที่ข้าพเจ้าสอน”32

ขอให้สมาชิกและผู้สอนศาสนาร่วมกันเชื้อเชิญคนทั้งปวงมาเรียนรู้เรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้า พระเยซูคริสต์ และพระกิตติคุณของพระองค์ แต่ละคนที่มีข้อสงสัยควรแสวงหาอย่างจริงจังและสวดอ้อนวอนอย่างแรงกล้าเพื่อทูลขอความมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริง ความจริงจะแสดงให้ประจักษ์โดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์33

ข้าพเจ้าขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ สำหรับการฟื้นฟูและพลังขับเคลื่อนคลื่นอันโอฬารแห่งความจริงและความชอบธรรมไปทั่วโลก ขอให้เราจับเกลียวคลื่นนี้และทำให้พระบัญชาของพระเจ้ามีสัมฤทธิผลในการนำพระกิตติคุณไปให้ “แก่ทุกประชาชาติ ทุกเผ่า ทุกภาษา และทุกชนชาติ”34 ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Mostrar las referencias

  1.  

    1. ดู โธมัส เอส มอนสัน “ขอต้อนรับสู่การประชุมใหญ่” Ensign หรือ เลียโฮนา, พ.ย. 2012, 4–5.

  2.  

    2. ดู 1 เปโตร 3:15.

  3.  

    3. ดู โธมัส เอส. มอนสัน, “การประชุมใหญ่เวียนมาอีกครา,” เลียโฮนา, พฤษภาคม 2011, หน้า 6.

  4.  

    4. ดู คู่มือเล่ม 2: การบริหารงานศาสนจักร (2010), 5.1.

  5.  

    5. เราขอบคุณวิสุทธิชนที่มุ่งมั่นอุทิศถวายอย่างจริงใจ พวกเขาพยายามที่จะบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น พวกเขาพยายาม “สร้างอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าก่อน และสถาปนาความชอบธรรมของพระองค์” (Joseph Smith Translation, Matthew 6:38 [ใน Matthew 6:33, footnote a]).

  6.  

    6. ดู “ครอบครัวสามารถอยู่ด้วยกันชั่วนิรันดร์”, เพลงสวด ที่ 148 คำอธิบายเพิ่มเติมอยู่ใน หลักคำสอนและพันธสัญญา 132:7, 19.

  7.  

    7. หลักคำสอนและพันธสัญญา 88:73

  8.  

    8. โจเซฟ สมิธ—ประวัติ 1:17.

  9.  

    9. ดู ยอห์น 17:3.

  10.  

    10. ดู โมเสส 1:39.

  11.  

    11. ดู มัทธิว 17:11; กิจการ 3:20–21; เอเฟซัส 1:10; 2 นีไฟ 30:8; หลักคำสอนและพันธสัญญา 132:40, 45.

  12.  

    12. ดู 3 นีไฟ 27:13–14, 21; หลักคำสอนและพันธสัญญา 39:6; หลักแห่งความเชื่อ ข้อ 4.

  13.  

    13. ดู Karl R. Anderson, The Savior in Kirtland (2012), 228–43.

  14.  

    14. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 27:5; ดู โจเซฟ สมิธ—ประวัติ 1:33–34 ด้วย.

  15.  

    15. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 13.

  16.  

    16. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 20:2–3; 27:12; 128:20; ดู Larry C. Porter, “Dating the Restoration of the Melchizedek Priesthood,” Ensign, June 1979, 4–10 ด้วย.

  17.  

    17. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 110:11.

  18.  

    18. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 110:12.

  19.  

    19. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 110:13–16.

  20.  

    20. ดู แอลมา 42, โดยเฉพาะ ข้อ 8.

  21.  

    21. ดู ตัวอย่าง แอลมา 12:28–30.

  22.  

    22. ดู ตัวอย่างเช่น 1 โครินธ์ 15:22; แอลมา 34:9.

  23.  

    23. ดู อิสยาห์ 2:2.

  24.  

    24. อิสยาห์ 29:14.

  25.  

    25. ดู ปฐมกาล 14:18–20; มาลาคี 3:8–10; หลักคำสอนและพันธสัญญา 119–120.

  26.  

    26. ดู ปฐมกาล 14:18; สดุดี 110:4; ดู แอลมา 13:14–18; หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:14–22 ด้วย.

  27.  

    27. ดู เอเสเคียล 37:16, 19; หลักคำสอนและพันธสัญญา 27:5.

  28.  

    28. ดู 1 โครินธ์ 15:29; หลักคำสอนและพันธสัญญา 128.

  29.  

    29. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 137:7; 138:31–34.

  30.  

    30. วิวรณ์ 14:6; ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 133:36–39ด้วย.

  31.  

    31. หน้าชื่อเรื่องของพระคัมภีร์มอรมอน เขียนโดยโมโรไน; หลักคำสอนและพันธสัญญา 135:3.

  32.  

    32. คำสอนของประธานศาสนาจักร:โจเซฟ สมิธ (2007), 561.

  33.  

    33. ดู โมโรไน 10:4–5.

  34.  

    34. วิวรณ์ 14:6; ดู 1 นีไฟ 19:17; หลักคำสอนและพันธสัญญา 133:37ด้วย.