สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของท่าน

ที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายประธานเยาวชนหญิงสามัญ

Second Counselor in the Young Women General Presidency


ไม่ว่า [สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของท่าน] จะเป็นทางภูมิศาสตร์หรือช่วงเวลาขณะหนึ่ง สถานที่เหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันและมีพลังเสริมสร้างอย่างน่าอัศจรรย์

โดยแอนน์ เอ็ม. ดิบบ์

สาระสําคัญของสหกิจกรรมปี 2013 มาจากหลักคำสอนและพันธสัญญาภาคที่ 87 คำแนะนำนี้อยู่ในหลักคำสอนและพันธสัญญาที่ต่างกันสามภาค เห็นได้ชัดว่าคำตักเตือนนี้สำคัญและอธิบายถึงวิธีที่เราจะได้รับความคุ้มครอง ความเข้มแข็ง และสันติสุขในช่วงเวลาของความไม่สงบ—คำแนะนำที่ได้รับการดลใจคือ “เจ้า​จงยืน​อยู่​ใน​สถาน​ที่​ศักดิ์สิทธิ์, และ​ไม่​หวั่นไหว”1

ขณะที่ดิฉันไตร่ตรองหัวข้อนี้ดิฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า “ ‘สถานที่ศักดิ์สิทธิ์’ ที่พระบิดาบนสวรรค์รับสั่งถึงคืออะไร" ประธานเอสรา แทฟท์ เบนสันแนะนำว่า “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์รวมถึงพระวิหารของเรา อาคารประชุมของเรา บ้านของเรา และสเตคแห่งไซอันซึ่ง…เป็นสถานที่ ‘เพื่อ​การ​คุ้ม​ภัย, และ​เพื่อ​เป็น​ที่พักพิง’”2 นอกจากนี้ ดิฉันเชื่อว่าเราแต่ละคนสามารถค้นพบสถานที่อีกหลายแห่ง อันดับแรกเราอาจจะนึกถึงคำว่า สถานที่ ในแง่ของสิ่งแวดล้อมทางกายภาพหรือสถานที่ทางภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ดี สถานที่ สามารถเป็น “สภาวะ ตำแหน่ง หรือสภาพของจิตใจที่แตกต่างอย่างชัดเจน”3 นี่หมายความว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยังรวมถึง ช่วงเวลาขณะหนึ่ง—ช่วงเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานต่อเรา ช่วงเวลาที่เรารู้สึกถึงความรักของพระบิดาบนสวรรค์ หรือช่วงเวลาที่เราได้รับคำตอบจากการสวดอ้อนวอนของเรา ยิ่งไปกว่านั้น ดิฉันเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่ท่านมีความกล้าหาญที่จะยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่มีใครยินดีที่จะทำ ท่านกำลังสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ตลอดชีวิตสั้นแต่สง่างามของโจเซฟ สมิธ ท่าน”[ยืน]ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์” และไม่หวั่นไหว สมัยที่ท่านเป็นวัยรุ่นอายุน้อย จิตใจท่านว้าวุ่นกับความสับสนเรื่องศาสนาในชุมชนของท่านและต้องการทราบว่าศาสนจักรใดในบรรดาศาสนจักรทั้งหมดนั้นแท้จริง บริเวณป่าใกล้บ้านท่านกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เมื่อท่านคุกเข่าลงท่ามกลางหมู่ไม้และกล่าวคำสวดอ้อนวอนออกเสียงเป็นครั้งแรก การสวดอ้อนวอนของท่านได้รับคำตอบ ทุกวันนี้วิสุทธิชนยุคสุดท้ายยังกล่าวถึงป่านั้นว่าเป็นป่าศักดิ์สิทธิ์

เยาวชนหญิงทั่วโลกยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ ที่ค่ายเยาวชนหญิง ผู้นำคนหนึ่งแบ่งปันกับดิฉันเรื่องราวประสบการณ์ของเยาวชนหญิงคนหนึ่งให้ดิฉันฟัง เยาวชนหญิงคนนี้แข็งขันน้อยและยังไม่เชื่อเกี่ยวกับประสบการณ์ทางวิญญาณในป่า หลังจากวันแรกเธอบอกผู้นำว่า “ดิฉันสนุกมากแต่ขอให้เราตัดการพูดถึงพระวิญญาณออกไปได้ไหมคะ ดิฉันมาที่นี่เพื่อเข้าค่าย ชมธรรมชาติ อยู่กับเพื่อนๆ และเพื่อความสนุก!” อย่างไรก็ตามเมื่อถึงช่วงสุดท้ายของการประชุมแสดงประจักษ์พยาน เยาวชนหญิงคนเดียวกันนี้ยอมรับทั้งน้ำตาว่า “ดิฉันไม่อยากกลับบ้าน ดิฉันจะทำอย่างไรให้รู้สึกว่าพระวิญญาณอยู่กับดิฉันแบบนี้ตลอดเวลา” เธอค้นพบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งในชีวิตของโจเซฟ สมิธคือห้องนอนของท่านเอง อาจยากที่จะเชื่อเพราะเหมือนกับท่านหลาย ๆ คน โจเซฟ สมิธนอนในห้องเดียวกันกับพี่น้อง ห้องนั้นกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เมื่อท่านกล่าวคำสวดอ้อนวอนด้วยศรัทธาแรงกล้า ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความต้องการ ท่านอธิบายว่า “หลังจาก​ข้าพเจ้า​เข้า​นอน​คืน​นั้น​แล้ว, ข้าพเจ้า​ถวาย​ตน​ต่อ​การ​สวดอ้อนวอนและ​การ​วิงวอน​พระผู้เป็นเจ้า​ผู้ทรง​ฤทธา​นุ​ภาพ​เพื่อ​การ​อภัย​บาป​และ​ความ​เขลา​ทั้งปวง​ของ​ข้าพเจ้า”4 สามปีที่ผ่านไปนับแต่โจเซฟ ได้รับนิมิตในป่าศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ง่ายเลย โจเซฟเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดปีต้องอดทนต่อการเหยียดหยาม เยอะเย้ย และถูกระรานอย่างไม่สิ้นสุด แต่คืนนั้นในห้องนอนของโจเซฟ เทพโมโรไนมาปรากฏเพื่อตอบคำวิงวอนของท่าน โจเซฟได้รับความรู้ และการปลอบโยน คืนนั้นห้องนอนของท่านกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ขณะกำลังดูวีดิทัศน์สารของมอรมอนสำหรับเยาวชน ดิฉันเป็นพยานถึงห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ในวีดิทัศน์ อินกริด เดลกาโด เยาวชนหญิงจากเอลซัลวาดอร์กำลังบอกเล่าความรู้สึกของเธอเกี่ยวกับพระวิหาร เธอกล่าวว่า “เป็นเรื่องดีที่เรารู้ว่ามีสถานที่หลบไปจากสิ่งต่าง ๆ ของโลกและได้รับศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ ได้ช่วยผู้คนที่ไม่สามารถรับศาสนพิธีเหล่านั้นในชีวิต” ขณะที่เธอพูดมีวีดิทัศน์ฉายภาพที่อินกริดกำลังอ่านพระคัมภีร์รายล้อมไปด้วยโปสเตอร์มอรมอนแอ็ดส์ ข้อความพระคัมภีร์ หนังสือความก้าวหน้าส่วนบุคคล ภาพครอบครัว และแน่นอนของเล่นตุ๊กตาสัตว์ที่เธอโปรดปราน5 บางทีเธออาจจะไม่ทราบก็ได้ว่าเธอได้สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห่างไกลจากเรื่องทางโลกของเธอเอง ดิฉันสงสัยว่ากี่ครั้งที่อินกริดอ่านพระคัมภีร์และรู้สึกถึงพระวิญญาณ และรับคำตอบจากการสวดอ้อนวอนของเธอในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเธอ

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่นึกไม่ถึงในชีวิตของโจเซฟ สมิธคือคุกลิเบอร์ตี้ เอ็ลเดอร์เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์กล่าวว่า “ไม่มีช่วงเวลาใดที่จะเป็นความทุกข์ยากในชีวิตของโจเซฟมากไปกว่าการกักขังอันโหดร้าย ผิดกฎหมาย และไร้ความยุติธรรมนี้” เอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์อธิบายต่อไปว่ามีผู้กล่าวถึงคุกลิเบอร์ตี้ว่าเป็น “คุกพระวิหาร” เนื่องจากประสบการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธได้รับขณะอยู่ที่นั่น6

ท่านที่เป็นเยาวชนหญิงบางคนอาจกำลังประสบภาวะคุกลิเบอร์ตี้ของท่านเอง สถานที่ซึ่งท่านเผชิญกับความอัปยศอดสู สถานที่ซึ่งท่านไม่รู้สึกถึงความการุณย์รัก ท่านถูกเหยียดหยาม ถูกรังแก หรือแม้แต่ได้รับอันตรายทางร่างกาย เยาวชนหญิงทั้งหลาย ดิฉันขอให้ท่านฟังคำพูดของเอ็ลเดอร์ฮอลแลนด์ที่ว่า “ท่านสามารถมีประสบการณ์ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นการเปิดเผยและการเรียนรู้กับพระเจ้า ในประสบการณ์ที่สาหัสสากรรจ์ที่สุดในชีวิตท่าน …ในเวลาที่ต้องอดทนต่อความอยุติธรรมอันเจ็บปวดที่สุด ขณะเผชิญความยากลำบากและการต่อต้านในแบบที่ท่านไม่เคยพบเจอมาก่อน”7 กล่าวอีกนัยหนึ่ง เฉกเช่นศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ ท่าน สามารถสร้างและยืนในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้ในยามยากลำบากที่สุดเท่าที่เคยประสบมา

เคิร์สเทน หญิงสาวคนหนึ่งเล่าให้ดิฉันฟังถึงประสบการณ์อันเจ็บปวด โรงเรียนมัธยมปลายเป็นคุกลิเบอร์ตี้ของเธอ โชคดีที่ห้องวงดนตรีบรรเทาความเจ็บปวดให้เธอ เธอกล่าวว่า “เมื่อดิฉันก้าวเข้าไปในห้อง ดิฉันรู้สึกราวกับว่ากำลังก้าวเข้าไปในสถานที่ปลอดภัย ไม่มีถ้อยคำเหยียดหยามหรือเยาะเย้ย ไม่มีถ้อยคำหยาบคาย เราได้ยินแต่ถ้อยคำให้กำลังใจและรัก เรามีเมตตาต่อกัน เป็นสถานที่แห่งความสุข ห้องดนตรีเต็มไปด้วยพระวิญญาณขณะที่เราฝึกซ้อมดนตรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะอิทธิพลของผู้ฝึกสอน เขาเป็นชาวคริสต์ที่ดี มองย้อนกลับไป โรงเรียนมัธยมปลายเป็นสถานที่แห่งการหล่อหลอม นับว่ายากแต่ดิฉันได้เรียนรู้การปรับตัว ดิฉันจะขอบคุณสถานที่หลบภัยของดิฉัน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของดิฉัน ห้องวงดนตรีของดิฉันเองตลอดไป”8

คืนนี้ท่านได้ตรึกตรองถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของท่านหรือไม่ ดิฉันขอให้เยาวชนหญิงหลายร้อยคนแบ่งปันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเธอกับดิฉัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทางภูมิศาสตร์หรือช่วงเวลาต่าง ๆ สถานที่เหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกันและมีพลังเสริมสร้างอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อไปนี้เป็นคำตอบเก้าข้อของพวกเธอ

  1. หนึ่ง: “ดิฉันอยู่ในโรงพยาบาล กำลังอุ้มน้องชายคนใหม่ของดิฉัน”
  2. สอง: “แต่ละครั้งที่ดิฉันอ่านปิตุพร ดิฉันรู้สึกว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงรู้จักและรักดิฉัน”
  3. สาม: “วันที่ดิฉันอายุครบ 12 ปี เยาวชนหญิงในวอร์ดตกแต่งบานประตูของดิฉันด้วยกระดาษตัดเป็นรูปหัวใจ9 ดิฉันรู้สึกเป็นที่รัก เป็นที่ยอมรับ และมีความสุข!”
  4. สี่: “วันหนึ่งขณะที่ดิฉันกำลังอ่านพระคัมภีร์ มีวลีหนึ่ง ‘สะดุดใจ’ ดิฉัน ดิฉันพบคำตอบสำหรับคำสวดอ้อนวอนของดิฉัน”
  5. ห้า: “ดิฉันเดินเข้าไปในงานเลี้ยงที่คนกำลังดื่มเหล้าและทำกิจกรรมอันไม่เป็นที่ยอมรับอื่นๆ พระวิญญาณทรงบอกให้ดิฉันหันหลังกลับ ดิฉันกลับบ้านและแน่นอนว่ามี ‘ผลตอบรับทางสังคม’ อย่างไรก็ดี ช่วงเวลานั้นดิฉันเกิดความมั่นใจที่ทำให้ดิฉันทราบว่าดิฉันสามารถดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณได้”
  6. หก: “ระหว่างการประชุมศีลระลึก ดิฉันกำลังนึกถึงการชดใช้ ดิฉันจำได้ว่าต้องให้อภัยคนที่ดิฉันโกรธ การเลือกที่จะให้อภัยเป็นการกระทำด้านบวกซึ่งจะนำการชดใช้มาสู่ชีวิตประจำวันของดิฉัน”
  7. เจ็ด: “หลังจากเข้าร่วมการเริ่มต้นใหม่กับคุณแม่ ท่านหอมแก้มดิฉันและบอกว่าท่านรักดิฉัน เป็นครั้งแรกที่ดิฉันจำได้ว่าท่านทำเช่นนั้น”
  8. แปด: “โดยคำยืนยันจากอธิการ ดิฉันรู้ว่าคำสัญญาที่พระคัมภีร์ให้ไว้เป็นความจริง: ‘ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ’10 ดิฉันรู้สึกมีความหวังและรู้ว่าสามารถเริ่มกระบวนการอันยาวนานของการกลับใจ”
  9. สุดท้าย: “เย็นวันหนึ่ง ดิฉันรวบรวมความกล้าที่จะแบ่งปันความรู้สึกเกี่ยวกับพระกิตติคุณและพระคัมภีร์มอรมอนกับเพื่อนสนิทของดิฉัน ต่อมา ดิฉันได้รับเกียรติเข้าร่วมพิธีบัพติศมาของเธอ ตอนนี้เราไปโบสถ์ด้วยกัน”

ดิฉันขอแบ่งปันกับท่านถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของดิฉัน ครั้งหนึ่ง ดิฉันรู้สึกหนักใจ หวาดกลัว และโดดเดี่ยว ดิฉันสวดอ้อนวอนในใจว่า “พระบิดาบนสวรรค์ ข้าพระองค์ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดี ขอทรงช่วยข้าพระองค์ด้วยเถิด” จากนั้นไม่นานมีคนเดินมาหาดิฉันอย่างไม่คาดคิด วางมือบนไหล่ดิฉันพร้อมกล่าวถ้อยคำที่จริงใจและให้กำลังใจ เวลานั้นดิฉันรู้สึกสงบ รู้สึกเป็นที่ยอมรับ ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดิฉันนึกถึงถ้อยคำของประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์ “พระเจ้าทอดพระเนตรเห็นเราและทรงดูแลเรา แต่โดยปกติจะทรงทำผ่านบุคคลอีกคนหนึ่งที่ตอบรับความต้องการของเรา”11 สำหรับดิฉันเวลาในชั่วขณะนั้น สถานที่นั้นกลายเป็นชั่วขณะและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

เยาวชนหญิงที่รัก มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกนับไม่ถ้วนที่ดิฉันอยากจะให้เราแบ่งปันกัน เมื่อท่านกลับบ้านคืนนี้ดิฉันขอกระตุ้นให้ท่านจดในบันทึกของท่านสถานที่เหล่านั้นที่ท่านรับรู้และจำได้ ดิฉันเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกท่าน หลายพันคนกำลังยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่เหล่านี้ให้ความคุ้มครอง ความเข้มแข็ง และความสงบสุขแก่ท่านในเวลาที่ท่านไม่สบายใจ ประจักษ์พยานของท่านกำลังมั่นคงขึ้นเพราะท่านกำลังยืนหยัดเพื่อความจริงและความชอบธรรมในวิธีที่ สง่างาม

เยาวชนผู้ทรงเกียรติของศาสนจักร ท่านคือวีรชน ดิฉันรักท่าน ดิฉันสัมผัสถึงความรักที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงมีต่อท่านและดิฉันแสดงประจักษ์พยานว่าพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เป็นความจริง พระองค์ทรงรออยู่ ทรงพร้อมจะอุ้มชูท่านขณะที่ท่าน “ยืน...ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และไม่หวั่นไหว” ดิฉันรักและสนับสนุนประธานโธมัส เอส. มอนสัน ศาสดาพยากรณ์ที่แท้จริงผู้เป็นขวัญกำลังใจแก่เรา ดิฉันกล่าวสิ่งเหล่านี้ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Mostrar las referencias

  1.  

    1. หลักคำสอนและพันธสัญญา 87:8; ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 45:32; 101:22.

  2.  

    2. เอสรา แทฟท์ เบ็นสัน, “Prepare Yourself for the Great Day of the Lord,” New Era, May 1982, 50; ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6 ด้วย.

  3.  

    3. Merriam-Webster Online, “place,” merriam-webster.com/dictionary/place.

  4.  

    4. โจเซฟ สมิธ—ประวัติ 1:29.

  5.  

    5. ดู “Practice, Celebration, Dedication: Temple Blessings in El Salvador,” lds.org/youth/video.

  6.  

    6. เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์, “Lessons from Liberty Jail,” Ensign, ก.ย. 2009, 26.

  7.  

    7. เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์, “Lessons from Liberty Jail,” 28.

  8.  

    8. การสนทนาเป็นการส่วนตัวกับผู้เขียน.

  9.  

    9. บางครั้งในสหรัฐเรียกว่า “ฮาร์ท แอทแทคค์”.

  10.  

    10. อิสยาห์ 1:18.

  11.  

    11. สเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์, “The Abundant Life,” Ensign, July 1978, 4; Tambuli, มิ.ย. 1979, 4.