“เพราะว่าเราวางแบบอย่างแก่พวกท่านแล้ว”


แบบอย่างอันยิ่งใหญ่ของบุคคลที่เคยอยู่บนแผ่นดินโลกคือพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์…พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราทำตามแบบอย่างอันดีพร้อมของพระองค์

ขณะที่ข้าพเจ้าไตร่ตรองหน้าที่ของข้าพเจ้าในการแบ่งปันพระกิตติคุณ ข้าพเจ้านึกถึงคนที่ข้าพเจ้ารักที่มีอิทธิพลอันอ่อนโยนซึ่งได้ช่วยให้ข้าพเจ้าพบเส้นทางที่ได้รับแต่งตั้งจากเบื้องบนซึ่งช่วยความก้าวหน้าทางวิญญาณของข้าพเจ้า ในเวลาสำคัญในชีวิตข้าพเจ้า พระบิดาในสวรรค์ประทานพรข้าพเจ้าให้มีบางคนที่รักข้าพเจ้ามากพอที่จะช่วยแนะแนวการเลือกให้อยู่ในทางที่เหมาะสม พวกเขาทำตามพระวจนะของพระผู้ช่วยให้รอด “เพราะเราวางแบบอย่างแก่พวกท่านแล้ว เพื่อให้ท่านทำเหมือนอย่างที่เราทำกับท่านด้วย”1

สมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก คุณพ่อไม่ได้เป็นสมาชิกของศาสนจักรและคุณแม่เป็นสมาชิกแข็งขันน้อย เราอาศัยอยู่ในวอชิงตันดีซี บิดามารดาของคุณแม่อาศัยอยู่ห่างไปกว่า 4,000 กิโลเมตรในรัฐวอชิงตัน ไม่กี่เดือนหลังจากวันเกิดครบรอบแปดขวบของข้าพเจ้า คุณยายวิทเทิลเดินทางข้ามประเทศมาเยี่ยมเรา คุณยายกังวลที่ข้าพเจ้าและพี่ชายคนโตไม่ได้รับบัพติศมา ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าท่านพูดอะไรกับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับข้อกังวลนี้ แต่ข้าพเจ้ารู้ว่าเช้าวันหนึ่งท่านพาข้าพเจ้ากับพี่ชายไปที่สวนสาธารณะและบอกความรู้สึกของท่านถึงความสำคัญของการรับบัพติศมาและการเข้าประชุมที่โบสถ์เป็นประจำ ข้าพเจ้าจำรายละเอียดของคำพูดไม่ได้ แต่ถ้อยคำของท่านกระตุ้นบางสิ่งในใจข้าพเจ้าและไม่นานข้าพเจ้ากับพี่ชายรับบัพติศมา

คุณยายยังคงสนับสนุนพวกเราต่อไป ข้าพเจ้าจำได้ว่าทุกครั้งที่ข้าพเจ้าหรือพี่ชายได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พูดที่โบสถ์ เราจะโทรศัพท์หาท่านเพื่อขอคำแนะนำ ภายในไม่กี่วันจะมีคำพูดที่เขียนด้วยลายมือส่งมาทางไปรษณีย์ ผ่านไประยะหนึ่งคำแนะนำของท่านเปลี่ยนเป็นโครงร่างที่ทำให้เราต้องใช้ความพยายามในส่วนของเรามากขึ้น

คุณยายใช้ความกล้าหาญและการให้เกียรติอย่างพอเหมาะในการช่วยให้คุณพ่อเห็นถึงความสำคัญของการขับรถพาเราไปโบสถ์เพื่อร่วมการประชุม ท่านช่วยเราในทุกวิธีที่เหมาะสมเพื่อให้รู้สึกถึงความจำเป็นของพระกิตติคุณในชีวิต

สิ่งสำคัญที่สุดคือเรารู้ว่าคุณยายรักเราและท่านรักพระกิตติคุณ ท่านเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยม! ข้าพเจ้าขอบคุณยิ่งต่อประจักษ์พยานที่ท่านแบ่งปันกับข้าพเจ้าสมัยข้าพเจ้าเป็นเด็ก อิทธิพลของท่านเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของข้าพเจ้าเพื่อความดีนิรันดร์

ต่อมา ขณะกำลังจะเรียนจบมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าตกหลุมรักสาวสวยชื่อเจนนีน วัทคินส์ ข้าพเจ้าคิดว่าเธอกำลังเริ่มมีความรู้สึกลึกซึ้งให้ข้าพเจ้าบ้าง คืนหนึ่งเมื่อเรากำลังพูดถึงอนาคต เธอค่อยๆ สานเรื่องเข้าสู่การสนทนาที่มีคำพูดซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตข้าพเจ้าไปตลอดกาล เธอกล่าวว่า “เมื่อฉันแต่งงาน จะต้องแต่งกับอดีตผู้สอนศาสนาที่ซื่อสัตย์ในพระวิหาร”

ก่อนหน้านั้นข้าพเจ้าไม่ค่อยได้นึกถึงเรื่องงานเผยแผ่มากนัก คืนนั้นแรงบันดาลใจที่จะคิดถึงการรับใช้เป็นผู้สอนศาสนาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ข้าพเจ้ากลับบ้านและไม่สามารถคิดถึงเรื่องอื่นได้ ข้าพเจ้านอนไม่หลับทั้งคืน ข้าพเจ้าไม่มีสมาธิในการเรียนในวันรุ่งขึ้น หลังจากสวดอ้อนวอนมากมายข้าพเจ้าตัดสินใจเข้าพบอธิการและเริ่มเขียนใบสมัครเป็นผู้สอนศาสนา

เจนนีนไม่เคยขอให้ข้าพเจ้ารับใช้งานเผยแผ่ เพื่อเธอ เธอรักข้าพเจ้ามากพอที่จะแบ่งปันความเชื่อมั่นของเธอและจากนั้นเปิดโอกาสให้ข้าพเจ้าหาเส้นทางชีวิตของตนเอง เราทั้งสองรับใช้งานเผยแผ่และต่อมาผนึกในพระวิหาร ความกล้าหาญและคำมั่นสัญญาของเจนนีนที่มีต่อศรัทธาของเธอสร้างความแตกต่างในชีวิตของเราด้วยกัน ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเราจะไม่มีวันพบความสุขที่เราชื่นชมโดยปราศจากศรัทธาอันเข้มแข็งของเธอที่มีต่อหลักธรรมของการรับใช้พระเจ้าก่อน เธอเป็นแบบอย่างอันชอบธรรมที่ยอดเยี่ยม

ทั้งคุณยายวิทเทิลและเจนนีนรักข้าพเจ้ามากพอที่จะแบ่งปันความเชื่อมั่นว่าศาสนพิธีของพระกิตติคุณและการรับใช้พระบิดาในสวรรค์จะเป็นพรต่อชีวิตข้าพเจ้า เธอทั้งสองไม่ได้บังคับหรือทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ดีในสิ่งที่เป็น พวกเขาเพียงแต่รักข้าพเจ้าและพระบิดาในสวรรค์ ทั้งสองคนรู้ว่าพระองค์สามารถทำให้ชีวิตข้าพเจ้าแตกต่างไปได้มากกว่าที่จะทำด้วยตนเอง แต่ละคนช่วยข้าพเจ้าอย่างกล้าหาญด้วยความรักเพื่อให้พบกับหนทางของความสุขอันยิ่งใหญ่

เราแต่ละคนจะเป็นอิทธิพลที่ดีได้อย่างไร เราจะต้องแน่ใจว่ามีความรักอย่างแท้จริงต่อผู้ที่เราต้องการช่วยอย่างชอบธรรมเพื่อพวกเขาสามารถเริ่มพัฒนาความมั่นใจในความรักของพระผู้เป็นเจ้า สำหรับคนมากมายในโลกแล้ว การท้าทายอันดับแรกในการยอมรับพระกิตติคุณคือการพัฒนาศรัทธาในพระบิดาในสวรรค์ ผู้ทรงรักพวกเขาอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นสิ่งที่ง่ายกว่าที่จะพัฒนาศรัทธาเมื่อพวกเขามีเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่รักต่อพวกเขาด้วยความรักแบบเดียวกัน

การให้พวกเขามั่นใจในความรักของท่านจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาศรัทธาในความรักของพระผู้เป็นเจ้า จากนั้นผ่านทางการสื่อสารที่เปี่ยมด้วยความรักและความเอาใจใส่ ชีวิตของพวกเขาจะได้รับพรจากการแบ่งปันบทเรียนที่ท่านเรียนรู้ ประสบการณ์ที่ท่านมี และหลักธรรมที่ท่านปฏิบัติเพื่อพบวิธีแก้ไขกับปัญหาของท่านเอง แสดงความสนใจอย่างแท้จริงในความผาสุกของพวกเขา จากนั้นแบ่งปันประจักษ์พยานของท่านเกี่ยวกับพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

ท่านสามารถช่วยในวิธีที่มีพื้นฐานอยู่ในหลักธรรมและหลักคำสอน ส่งเสริมคนที่ท่านรักให้แสวงหาความเข้าใจในสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้พวกเขาทำ วิธีหนึ่งที่จะทำสิ่งนี้คือถามคำถามที่จะให้พวกเขาคิดและจากนั้นให้เวลาพวกเขามากพอ—ไม่ว่าจะเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลายวัน หลายเดือน หรือมากกว่านั้น—เพื่อไตร่ตรองและพยายามหาคำตอบด้วยตนเอง ท่านอาจต้องช่วยให้พวกเขารู้ถึงวิธีสวดอ้อนวอนและวิธีจดจำคำตอบของคำสวดอ้อนวอนของพวกเขา จะช่วยให้พวกเขารู้ว่าพระคัมภีร์เป็นแหล่งช่วยที่สำคัญของการได้รับและการจดจำคำตอบ ด้วยวิธีนี้ท่านจะช่วยให้พวกเขาเตรียมตัวสำหรับโอกาสและการท้าทายในอนาคต

จุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าคือ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์.”2 นั่นคือพื้นฐานของทุกสิ่งที่เราทำ บางครั้งเราหลงใหลในสิ่งที่เราคิดว่าน่าดึงดูดหรือหมกมุ่นอยู่กับความรับผิดชอบทั่วไปจนลืมนึกถึงจุดประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ขณะท่านพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะให้ความสำคัญต่อหลักธรรมพื้นฐานที่สุดในชีวิต ท่านจะได้รับความเข้าใจมากขึ้นในสิ่งที่ท่านต้องทำและท่านจะทำให้เกิดผลมากขึ้นสำหรับพระเจ้าและทำให้ตนเองมีความสุขมากขึ้น

เมื่อชีวิตของท่านให้ความสำคัญต่อหลักธรรมพื้นฐานของแผนแห่งความรอด ท่านจะเอาใจใส่มากขึ้นต่อการแบ่งปันสิ่งที่ท่านรู้เพราะท่านเข้าใจถึงความสำคัญอันเป็นนิรันดร์ของศาสนพิธีพระกิตติคุณ ท่านจะแบ่งปันสิ่งที่ท่านรู้ด้วยวิธีที่จะส่งเสริมให้เพื่อนของท่านอยากจะได้รับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิญญาณ ท่านจะช่วยคนที่ท่านรักให้ต้องการรับปากว่าจะเชื่อฟังพระบัญญัติทั้งหมดของพระองค์และรับพระนามของพระเยซูคริสต์ไว้กับพวกเขา

จงจำไว้ว่าการเปลี่ยนใจเลื่อมใสของแต่ละบุคคลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน จงพยายามเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว สอนด้วยวิสัยทัศน์ถึงความสำคัญของครอบครัวที่ผนึกในพระวิหาร กับบางครอบครัวอาจใช้เวลาหลายปี นี่คือกรณีของคุณพ่อคุณแม่ข้าพเจ้า หลายปีหลังจากที่ข้าพเจ้ารับบัพติศมา คุณพ่อรับบัพติศมา และต่อมาครอบครัวของข้าพเจ้าผนึกในพระวิหาร คุณพ่อรับใช้เป็นผู้ผนึกในพระวิหาร และคุณแม่รับใช้กับท่านที่นั่น เมื่อท่านมีวิสัยทัศน์ของศาสนพิธีการผนึกในพระวิหาร ท่านจะช่วยสร้างอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก

จำไว้ว่าการรักพวกเขาคือรากฐานอันทรงพลังในการเป็นอิทธิพลต่อผู้ที่ท่านต้องการจะช่วย อิทธิพลของคุณยายวิทเทิลของข้าพเจ้าและเจนนีน จะไม่ได้รับการเอาใจใส่ถ้าหากข้าพเจ้าไม่รู้แต่แรกว่าพวกเขารักข้าพเจ้าและต้องการให้ข้าพเจ้ามีสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต

ควบคู่มากับความรักนั้น คือการวางใจพวกเขา ในบางกรณีอาจดูเหมือนว่ายากที่จะวางใจ แต่จงหาวิธีที่จะวางใจพวกเขา ลูกของพระบิดาในสวรรค์สามารถทำสิ่งอันน่าประหลาดใจเมื่อพวกเขารู้สึกว่าได้รับความวางใจ ลูกทุกคนของพระผู้เป็นเจ้าในโลกมรรตัยได้เลือกแผนของพระผู้ช่วยให้รอด จงวางใจให้โอกาสพวกเขาว่าจะทำสิ่งนั้นอีกครั้ง

แบ่งปันหลักธรรมที่จะช่วยผู้ที่ท่านรักให้รุดหน้าไปบนเส้นทางสู่ชีวิตนิรันดร์ จงจำไว้ว่าเราทุกคนค่อยๆ เติบโต ท่านได้ทำตามแบบแผนเดียวกันทางด้านความเข้าใจทางพระกิตติคุณ จงแบ่งปันพระกิตติคุณอย่าง เรียบง่าย ต่อไป

ประจักษ์พยานส่วนตัวของท่านในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เป็นเครื่องมืออันทรงพลัง แหล่งช่วยที่ควบคู่กันคือการสวดอ้อนวอน พระคัมภีร์มอรมอนกับพระคัมภีร์อื่นๆ และคำมั่นสัญญาของท่านต่อศาสนพิธีฐานะปุโรหิต ทุกสิ่งทั้งหมดนี้จะส่งเสริมต่อการนำทางของพระวิญญาณ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องพึ่งพา

เพื่อให้มีประสิทธิภาพและทำตามที่พระเยซูคริสต์ทรงทำ3 จงเอาใจใส่หลักธรรมพระกิตติคุณพื้นฐาน การชดใช้ของพระเยซูคริสต์ทำให้เราสามารถเป็นเหมือนพระบิดาในสวรรค์มากขึ้น เพื่อเราจะสามารถมีชีวิตอยู่ด้วยกันนิรันดรในครอบครัวของเรา

ไม่มีหลักธรรมใดที่จะเป็นพื้นฐานต่องานของเรามากไปกว่าการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ จงเป็นพยานถึงพระผู้ช่วยให้รอดและอำนาจแห่งการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้ของพระองค์ทุกครั้งเมื่อโอกาสเหมาะสม ใช้พระคัมภีร์ที่สอนถึงพระองค์และสาเหตุที่พระองค์ทรงเป็นแบบฉบับอันดีพร้อมให้แก่ชีวิตทุกคน4 ท่านจะต้องพากเพียรศึกษา อย่าหมกมุ่นมากเกินไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญจนท่านพลาดที่จะเรียนรู้หลักคำสอนและคำสอนของพระเจ้า โดยมีพื้นฐานทางหลักคำสอนที่แน่นเป็นการส่วนตัว ท่านจะเป็นแหล่งช่วยที่ทรงพลังในการแบ่งปันความจริงอันสำคัญนี้กับผู้อื่นที่ต้องการสิ่งเหล่านี้อย่างยิ่ง

เรารับใช้พระบิดาในสวรรค์ได้ดีที่สุดโดยการเป็นอิทธิพลที่ชอบธรรมให้แก่ผู้อื่นและรับใช้พวกเขา5 แบบอย่างอันยิ่งใหญ่ของบุคคลที่เคยอยู่บนแผ่นดินโลกคือพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ การปฏิบัติศาสนกิจในความเป็นมรรตัยของพระองค์เปี่ยมไปด้วยการสอน การรับใช้ และความรักผู้อื่น พระองค์ทรงนั่งกับบุคคลที่ถูกตัดสินว่าไม่มีค่าควรที่จะเป็นเพื่อนของพระองค์ พระองค์ทรงรักเขาแต่ละคน พระองค์ทรงเห็นถึงความต้องการของพวกเขาและทรงสอนพระกิตติคุณของพระองค์ให้พวกเขา พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราทำตามแบบอย่างอันดีพร้อมของพระองค์

ข้าพเจ้ารู้ว่าพระกิตติคุณของพระองค์เป็นหนทางสู่สันติสุขและความสุขในชีวิตนี้ ขอให้เราจดจำที่จะทำดังพระองค์ทรงทำโดยแบ่งปันความรัก ความวางใจ และความรู้เรื่องความจริงของเราให้แก่ผู้อื่นที่ยังไม่ได้รับแสงสว่างสดใสของพระกิตติคุณ ในพระนามขอ งพระเยซูคริสต์ เอเมน