ลมหมุนทางวิญญาณ


อย่าให้ลมหมุนลากท่านลงไป นี่เป็นวันของท่าน—ที่จะยืนอย่างมั่นคงในฐานะสานุศิษย์ของพระเจ้า พระเยซูคริสต์

ข้าพเจ้าต้อนรับท่านเช้านี้—โดยเฉพาะเยาวชนทั้งที่นี่ในศูนย์การประชุมใหญ่และทั่วโลก คนรุ่นท่านได้รับเลือกและมีจุดหมาย ข้าพเจ้าพูดกับท่านเป็นพิเศษ

หลายปีก่อนขณะที่เราไปเยี่ยมครอบครัวของเราในฟลอริดา เกิดทอร์นาโดห่างจากเราไม่ไกลนัก ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้านเคลื่อนที่ เธอเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ บ้านเคลื่อนที่เริ่มสั่นสะเทือน ครู่หนึ่งผ่านไป จากนั้นเธอได้ยินเสียงเพื่อนบ้านบอกว่า “ฉันอยู่นี่ในห้องด้านหน้า” ขณะออกมาจากห้องน้ำ เธอแปลกใจมากเมื่อพบว่าทอร์นาโดยกบ้านเคลื่อนที่ของเธอพัดลอยไปในอากาศ หล่นลงบนหลังคาบ้านเคลื่อนที่ของเพื่อนบ้านพอดี

เพื่อนเยาวชนทั้งหลาย โลกจะไม่ใกล้ถึงการเสด็จมาครั้งที่สองของพระผู้ช่วยให้รอดอย่างเงียบๆ พระคัมภีร์ประกาศว่า “สิ่งทั้งปวงจะอยู่ในความโกลาหล”1 บริคัม ยังก์กล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้รับการเปิดเผยในตอนเริ่มต้นศาสนจักรนี้ ว่าศาสนจักรจะกระจายไปทั่ว รุ่งเรือง เติบโตและแผ่ขยาย อำนาจของซาตานจะเพิ่มขึ้นตามอัตราส่วนการกระจายพระกิตติคุณไปในบรรดาประชาชาติของแผ่นดินโลก”2

สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าแผ่นดินไหวและสงคราม3 ดังที่พยากรณ์ไว้คือลมหมุนทางวิญญาณซึ่งสามารถถอนท่านออกจากรากฐานทางวิญญาณและพัดพาวิญญาณท่านไปในที่ซึ่งท่านไม่นึกฝันว่าจะเป็นไปได้ บางครั้งท่านแทบไม่ทันสังเกตว่าท่านย้ายที่แล้ว

ลมหมุนที่เลวร้ายที่สุดคือการล่อลวงของปฏิปักษ์ บาปเป็นส่วนหนึ่งของโลกเสมอมา แต่ไม่เคยเข้าถึงง่ายเท่านี้ ไม่เคยละโมบเท่านี้ และเป็นที่ยอมรับมากเท่านี้ แน่นอนว่ามีอำนาจอันทรงพลังที่จะกำราบลมหมุนแห่งบาป สิ่งนั้นเรียกว่าการกลับใจ

ท่านไม่ได้ทำให้เกิดลมหมุนทั้งหมดในชีวิต บางครั้งเกิดขึ้นเพียงเพราะการเลือกผิดของผู้อื่น และบางคราวเกิดขึ้นเพราะนี่คือความเป็นมรรตัย

สมัยเด็ก ประธานบอยด์ เค. แพคเกอร์ป่วยด้วยโรคโปลิโอที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อเอ็ลเดอร์ดัลลิน เอช. โอ๊คส์อายุเจ็ดขวบ บิดาท่านเสียชีวิตกะทันหัน เมื่อซิสเตอร์แครอล เอฟ. แม็คคองกีในฝ่ายประธานเยาวชนหญิงสามัญเป็นวัยรุ่น บิดามารดาเธอหย่าร้าง การท้าทายจะเกิดขึ้นกับท่าน แต่เมื่อท่านวางใจพระผู้เป็นเจ้า การท้าทายจะเสริมสร้างศรัทธาของท่าน

ตามธรรมชาติ ต้นไม้ที่โตในสภาพลมแรงจะแข็งแรงกว่า เมื่อลมแรงพัดต้นอ่อน พลังภายในต้นทำสองอย่าง คือ หนึ่ง กระตุ้นรากให้โตเร็วขึ้นและขยายรากออกไปอีก สอง พลังภายในต้นเริ่มสร้างองค์ประกอบของเซลล์ซึ่งทำให้ลำต้นและกิ่งหนาขึ้น โอนเอนไปตามแรงลมง่ายขึ้น รากและกิ่งก้านสาขาที่แข็งแรงจะปกป้องต้นไม้จากลมที่จะพัดย้อนมาอย่างแน่นอน4

ท่านมีค่าอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพระผู้เป็นเจ้ามากกว่าต้นไม้ ท่านเป็นบุตรหรือธิดาของพระองค์ พระองค์ทรงทำให้วิญญาณท่านแข็งแกร่งและสามารถหยุ่นตัวพอจะต้านลมหมุนของชีวิต ลมหมุนในวัยเยาว์ของท่าน เหมือนลมปะทะต้นอ่อน สามารถเพิ่มพูนความเข้มแข็งทางวิญญาณของท่านได้ เพื่อเตรียมท่านให้พร้อมรับวันเวลาข้างหน้า

ท่านเตรียมพร้อมรับมือกับลมหมุนของท่านอย่างไร “จงจำไว้…บนศิลาของพระผู้ไถ่ของเรา, ผู้ทรงเป็นพระคริสต์, พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า, ที่ลูกต้องสร้างรากฐานของลูก; เพื่อเมื่อมารจะส่งลมอันมีกำลังแรงของเขามา, …ลูกศรของเขาในลมหมุน, …เมื่อลูกเห็บของเขาและพายุอันมีกำลังแรงของเขาทั้งหมดจะกระหน่ำมาบนลูก, มันจะไม่มีพลัง…เพื่อลากเอาลูกลงไป…เพราะศิลาซึ่งบนนั้นลูกได้รับการสร้างขึ้น”5 นี่คือความปลอดภัยของท่านเมื่อเกิดลมหมุน

ประธานโธมัส เอส. มอนสันกล่าวว่า “ครั้งหนึ่งมาตรฐานของศาสนจักรกับมาตรฐานของสังคมสอดคล้องกันแทบทุกอย่าง แต่บัดนี้มีช่องว่างระหว่างเรา และช่องนั้นกำลังกว้างออกไปเรื่อยๆ”6 สำหรับบางคน ช่องว่างดังกล่าวก่อให้เกิดลมหมุนรุนแรงทางวิญญาณ ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่าง

เดือนที่ผ่านมาฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองจัดพิมพ์จดหมายถึงผู้นำของศาสนจักรทั่วโลก ใจความส่วนหนึ่งอ่านว่า “การเปลี่ยนแปลงในกฎหมายบ้านเมืองไม่ได้เปลี่ยนกฎศีลธรรมที่พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญญัติไว้แม้แต่น้อย ทั้งไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ พระผู้เป็นเจ้าทรงคาดหวังให้เราธำรงรักษาพระบัญญัติของพระองค์ไม่ว่าความคิดเห็นหรือกระแสนิยมในสังคมจะต่างไปอย่างไร กฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศของพระองค์ชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องถูกต้องเหมาะสมก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นระหว่างชายกับหญิงที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในฐานะสามีภรรยาเท่านั้น ศาสนจักรใคร่ขอให้ท่านทบทวน … หลักคำสอนที่มีอยู่ใน ‘ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก’”7

เมื่อโลกปลีกตัวออกจากกฎของพระเจ้าเรื่องความบริสุทธิ์ทางเพศ เราไม่ตามไป ประธานมอนสันกล่าวว่า “พระผู้ช่วยให้รอดของมนุษยชาติทรงอธิบายพระองค์เองว่าทรงอยู่ในโลกแต่มิใช่ของโลก เราอยู่ในโลกแต่ไม่เป็นของโลกได้เช่นกันเมื่อเราปฏิเสธแนวคิดตลอดจนคำสอนผิดๆ และแน่วแน่ต่อสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงบัญชา”8

ขณะที่รัฐบาลและผู้ประสงค์ดีหลายคนให้นิยามใหม่ของการแต่งงาน พระเจ้าไม่ทรงทำเช่นนั้น นับตั้งแต่กาลเริ่มต้น พระผู้เป็นเจ้าทรงเริ่มการแต่งงานระหว่างชายกับหญิง—อาดัมกับเอวา พระองค์ทรงกำหนดจุดประสงค์ของการแต่งงานให้เป็นมากกว่าความพอใจและความสมหวังของผู้ใหญ่ สำคัญกว่านั้นคือ สร้างสภาวะแวดล้อมในอุดมคติให้บุตรธิดาถือกำเนิดและได้รับการอบรมเลี้ยงดู ครอบครัวเป็นสมบัติจากสวรรค์9

ทำไมเรายังคงพูดกันถึงเรื่องนี้ ดังที่อัครสาวกเปาโลกล่าวว่า “เราไม่ได้เอาใจใส่ในสิ่งที่มองเห็น แต่เอาใจใส่ในสิ่งที่มองไม่เห็น”10 ในฐานะอัครสาวกของพระเจ้าพระเยซูคริสต์ เรามีหน้าที่รับผิดชอบที่จะสอนแผนของพระผู้สร้างให้บุตรธิดาของพระองค์และเตือนเรื่องผลของการเพิกเฉยพระบัญญัติของพระองค์

เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าพูดกับกุลสตรีคนหนึ่งจากสหรัฐ ข้าพเจ้าอ้างจากอีเมลของเธอดังนี้

“ปีที่ผ่านมาเพื่อนบางคนของดิฉันบนเฟสบุ๊คเริ่มโพสต์ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งงาน หลายคนสนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกัน และเยาวชนแอลดีเอสหลายคนบอกว่าพวกเขา ‘ไลค์’ โพสต์เหล่านั้น ส่วนดิฉันไม่แสดงความเห็น

“ดิฉันตัดสินใจประกาศความเชื่อเรื่องการแต่งงานตามจารีต

“ดิฉันเพิ่มคำอธิบายเข้ากับรูปโปรไฟล์ของดิฉันว่า ‘ดิฉันเชื่อเรื่องการแต่งงานระหว่างชายกับหญิง’ ดิฉันได้รับข้อความแทบจะทันทีว่า ‘เธอเห็นแก่ตัว’ ‘เธอชอบตัดสิน’ มีคนหนึ่งเปรียบดิฉันกับเจ้าของทาส ดิฉันได้รับโพสต์นี้จากเพื่อนที่ดีคนหนึ่งซึ่งเป็นสมาชิกเข้มแข็งของศาสนจักร ‘คุณต้องตามให้ทันยุคสมัย สถานการณ์เปลี่ยน คุณก็ควรเปลี่ยน’

“ดิฉันไม่ตอบโต้” เธอบอก “แต่ดิฉันไม่ลบข้อความของดิฉันออก”

เธอสรุปว่า “บางครั้ง เหมือนที่ประธานมอนสันพูดไว้ ‘คุณต้องยืนคนเดียว’ หวังว่าพวกเราเยาวชนจะยืนด้วยกันในความซื่อตรงต่อพระผู้เป็นเจ้าและต่อคำสอนของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต”11

เราควรมีความกังวลเป็นพิเศษต่อผู้ที่ต่อสู้กับความรู้สึกเสน่หาเพศเดียวกัน สิ่งนี้เป็นลมหมุนที่มีอัตราความเร็วสูงมาก ข้าพเจ้าขอแสดงความรักความชื่นชมต่อผู้ที่กล้าเผชิญหน้ากับการท้าทายศรัทธานี้และแน่วแน่ต่อพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า12 แต่ทุกคนควรได้รับความเมตตาและความเอาใจใส่จากเราไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไรและมีความเชื่อใด13

พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนเราให้เรารักไม่เพียงเพื่อนของเราเท่านั้นแต่ให้รักคนที่เห็นต่างจากเราด้วย—แม้ผู้ที่ไม่ยอมรับเรา พระองค์ตรัสว่า “เพราะว่าถ้าพวกท่านรักคนที่รักท่าน พวกท่านจะได้บำเหน็จอะไร? …ถ้าพวกท่านทักทายแต่พี่น้องของตนเท่านั้น ท่านได้ทำอะไรพิเศษยิ่งกว่าคนอื่นๆ?”14

ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธเตือนเราว่า “จงระวังอย่าคิดว่าตนชอบธรรม” และให้เราเพิ่มความรักแก่ชายหญิงทุกคนจนกระทั่งเรารู้สึก “ต้องการแบกพวกเขาไว้บนบ่า”15 ไม่มีที่สำหรับการเย้ยหยัน กลั่นแกล้ง หรือความดื้อรั้นในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

ถ้าท่านมีคำถามเกี่ยวกับคำแนะนำจากผู้นำศาสนจักร โปรดสนทนาข้อกังวลที่จริงใจของท่านกับบิดามารดาและผู้นำของท่าน ท่านต้องการกำลังซึ่งมาจากความวางใจในศาสดาพยากรณ์ของพระเจ้า ประธานฮาโรลด์ บี. ลีกล่าวว่า “ความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวที่เรามีในฐานะสมาชิกศาสนจักรนี้คือ…เรียนรู้ที่จะเอาใจใส่พระคำและพระบัญญัติที่พระเจ้าจะประทานผ่านศาสดาพยากรณ์ของพระองค์…มีบางสิ่งที่ต้องอาศัยความอดทนและศรัทธา ท่านอาจจะไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้น…ซึ่งอาจตรงข้ามกับความคิดเห็นทางการเมือง…ทางสังคมของท่าน…ขัดกับชีวิตทางสังคมของท่าน แต่หากท่านฟังสิ่งเหล่านี้ ราวกับมาจากปากของพระเจ้าพระองค์เอง…‘ประตูแห่งนรกจะเอาชนะเจ้าไม่ได้…และพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทำให้พลังแห่งความมืดกระจายไปต่อหน้าเจ้า…’ (คพ. 21:6)”16

อีกสิ่งหนึ่งที่คุ้มกันเราจากลมหมุนของชีวิตคือพระคัมภีร์มอรมอน

เมื่อประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์เป็นวัยรุ่น ครอบครัวท่านย้ายไปอยู่เมืองใหม่ ตอนแรกท่านไม่ชอบการย้ายและมีเพื่อนไม่กี่คน ท่านรู้สึกว่าท่านเข้ากับนักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายไม่ได้ ลมหมุนกำลังหมุน ท่านทำอะไร ท่านทุ่มเทพลังงานให้แก่การศึกษาพระคัมภีร์มอรมอน ซึ่งท่านอ่านหลายรอบ17 หลายปีต่อมา ประธานอายริงก์เป็นพยานว่า “ข้าพเจ้า [ชอบ] กลับไปอ่านพระคัมภีร์มอรมอนและดื่มด่ำบ่อยๆ”18 “นั่นเป็นประจักษ์พยานอันทรงพลังที่สุดที่เขียนบอกเราว่าพระเยซูคือพระคริสต์”19

พระเจ้าประทานอีกวิธีหนึ่งให้ท่านยืนหยัด นั่นคือของประทานทางวิญญาณซึ่งมีพลังยิ่งกว่าลมหมุนของปฏิปักษ์! พระองค์ตรัสว่า “จงยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์, และไม่หวั่นไหว.”20

สมัยข้าพเจ้าเป็นวัยรุ่น มีพระวิหารเพียง 13 แห่งในศาสนจักร เวลานี้มี 142 แห่ง สมาชิกศาสนจักร 85 เปอร์เซ็นต์อยู่ห่างพระวิหารไม่เกิน 200 ไมล์ (320 กม.) พระเจ้าทรงช่วยให้คนรุ่นท่านไปพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้มากกว่าคนรุ่นใดในประวัติศาสตร์โลก

ท่านเคยสวมชุดสีขาวยืนรอทำพิธีบัพติศมาในพระวิหารหรือไม่ ท่านรู้สึกอย่างไร มีความรู้สึกบริสุทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในพระวิหาร สันติสุขของพระผู้ช่วยให้รอดกำราบลมหมุนของโลก

ความรู้สึกของท่านในพระวิหารเป็นต้นแบบของความรู้สึกที่ท่านต้องการในชีวิต21

จงหาปู่ย่าตายายและญาติห่างๆ ที่ล่วงลับไปก่อนท่าน นำชื่อพวกเขาไปพระวิหารกับท่าน22 เมื่อท่านเรียนรู้เกี่ยวกับบรรพชนของท่าน ท่านจะเห็นต้นแบบของชีวิต ของการแต่งงาน ของบุตรธิดา ต้นแบบของความชอบธรรม และบางครั้งต้นแบบที่ท่านจะต้องการหลีกเลี่ยง23

ต่อมาในพระวิหารท่านจะเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการสร้างโลก เกี่ยวกับต้นแบบชีวิตของอาดัมและเอวา และสำคัญที่สุดคือ เกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดของเราพระเยซูคริสต์

พี่น้องวัยเยาว์ของข้าพเจ้า เรารัก ชื่นชม และสวดอ้อนวอนให้ท่าน อย่าให้ลมหมุนลากท่านลงไป นี่เป็นวันของท่าน—ที่จะยืนอย่างมั่นคงในฐานะสานุศิษย์ของพระเจ้า พระเยซูคริสต์24

จงสร้างรากฐานให้มั่นคงยิ่งขึ้นบนศิลาของพระผู้ไถ่ของท่าน

เห็นคุณค่าของพระชนม์ชีพและคำสอนของพระองค์ให้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ทำตามแบบอย่างและพระบัญญัติของพระองค์อย่างขยันหมั่นเพียรยิ่งขึ้น

น้อมรับความรักของพระองค์อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงพระเมตตาและพระคุณ ตลอดจนของประทานอันทรงพลังแห่งการชดใช้ของพระองค์

เมื่อท่านทำเช่นนั้น ข้าพเจ้าสัญญาว่าท่านจะเห็นลมหมุนอย่างที่ควรจะเป็น—การทดสอบ การล่อลวง สิ่งรบกวน หรือ การท้าทายที่จะช่วยให้ท่านเติบโต เมื่อท่านดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมปีแล้วปีเล่า ข้าพเจ้ายืนยันได้ว่าประสบการณ์ของท่านจะยืนยันกับท่านอีกหลายครั้งว่าพระเยซูคือพระคริสต์ ศิลาทางวิญญาณใต้เท้าของท่านจะแข็งแกร่งและมั่นคง ท่านจะยินดีที่พระผู้เป็นเจ้าทรงวางท่านไว้ที่นี่ให้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมครั้งสุดท้ายสำหรับการเสด็จมาอันรุ่งโรจน์ของพระคริสต์

พระผู้ช่วยให้รอดตรัสว่า “เราจะไม่ละทิ้งพวกท่านไว้ให้เป็นลูกกำพร้า เราจะมาหาท่าน”25 นี่คือคำสัญญาของพระองค์ ข้าพเจ้าทราบว่าคำสัญญานั้นเป็นจริง ข้าพเจ้าทราบว่าพระองค์ทรงพระชนม์ ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

แสดงข้ออ้างอิง

  1.  

    1. หลักคำสอนและพันธสัญญา 88:91.

  2.  

    2. Discourses of Brigham Young, sel. John A. Widtsoe (1954), 72.

  3.  

    3. ดู ดัลลิน เอช. โอ๊คส์, “การเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จมาครั้งที่สอง,” เลียโฮนา, พ.ค. 2004, 7–11.

  4.  

    4. ดู A. Stokes, A. H. Fitter, and M. P. Coutts, “Responses of Young Trees to Wind and Shading: Effects on Root Architecture,” Journal of Experimental Botany, vol. 46, no. 290 (Sept. 1995), 1139–46.

  5.  

    5. ฮีลามัน 5:12.

  6.  

    6. โธมัส เอส. มอนสัน, “อำนาจฐานะปุโรหิต,” เลียโฮนา, พ.ค. 2011 หน้า 84.

  7.  

    7. จดหมายจากฝ่ายประธานสูงสุด, 6 มี.ค., 2014; ดู เดวิด เอ. เบดนาร์, “เราเชื่อในการเป็นคนบริสุทธิ์,” เลียโฮนา, พ.ค., 41–44; ดัลลิน เอช. โอ๊คส์, “ห้ามมีพระผู้เป็นเจ้าอื่น,” เลียโฮนา, พ.ย. 2013, 72–75. ; เพื่อความเข้มแข็งของเยาวชน (หนังสือ, 2011), 35–37.

  8.  

    8. โธมัส เอส. มอนสัน, “อำนาจฐานะปุโรหิต,” เลียโฮนา, พ.ค. 2011 หน้า 85.

  9.  

    9. เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันกล่าวว่า: “การแต่งงานคือรากฐานของระเบียบสังคม … การสมรสนั้นไม่ใช่ระหว่างสามีกับภรรยาเท่านั้น แต่ยังน้อมรับความเป็นหุ้นส่วนกับพระผู้เป็นเจ้าด้วย” (“บำรุงเลี้ยงชีวิตแต่งงาน,” เลียโฮนา, พ.ค. 2006, 44). ดู มัทธิว 19:5–6 ด้วย.

  10.  

    10. 2 โครินธ์ 4:18.

  11.  

    11. จดหมายและคำสนทนาส่วนตัว, 17 มี.ค. 2014; ดู โธมัส เอส. มอนสัน, “กล้ายืนคนเดียว,” เลียโฮนา, พ.ย. 2011, 77–85 ด้วย.

  12.  

    12. ดู เจฟฟรีย์ อาร์. ฮอลแลนด์ “ช่วยคนที่ต่อสู้กับแรงดึงดูดจากเพศเดียวกัน,” เลียโฮนา ต.ค. 2007, 40–43.

  13.  

    13. แม้เมื่อคอริฮอร์ผู้ต่อต้านพระคริสต์หมายมั่นทำลายศรัทธาของผู้คน แต่กฎของพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองเขาไม่ให้ถูกลงโทษตามกฎ “ไม่มีกฎที่ขัดขวางความเชื่อของมนุษย์; เพราะเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่งที่ว่าจะมีกฎซึ่งจะนำมนุษย์ไปสู่ฐานะที่ไม่เสมอภาค … หากมนุษย์ปรารถนาจะรับใช้พระผู้เป็นเจ้า, ก็เป็นสิทธิ์ของเขา;… แต่หากเขาไม่เชื่อในพระองค์ก็ไม่มีกฎที่จะลงโทษเขา” (แอลมา 30:7, 9) หลักแห่งความเชื่อข้อสิบเอ็ด อ่านว่า: “เราอ้างเอกสิทธิ์แห่งการนมัสการพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตามการวินิจฉัยจากมโนธรรมของเราเอง, และยอมให้มนุษย์ทั้งปวงมีเอกสิทธิ์เช่นเดียวกัน, ให้พวกเขานมัสการโดยวิธีใด, ณ สถานที่ใด, หรือสิ่งใดก็ได้ที่พวกเขาจะนมัสการ.”

  14.  

    14. มัทธิว 5:46–47.

  15.  

    15. คำสอนของประธานศาสนจักร: โจเซฟ สมิธ (2007), 461, 462.

  16.  

    16. คำสอนของประธานศาสนจักร: ฮาโรลด์ บี. ลี (2000), 79; ดู โรเบิร์ต ดี. เฮลส์, “การประชุมใหญ่สามัญ: เสริมสร้างศรัทธาและประจักษ์พยาน,” เลียโฮนา, พ.ย. 2013, 6–8 ด้วย.

  17.  

    17. ดู โรเบิร์ต ไอ. อีตันและเฮนรีย์ เจ. อายริงก์, I Will Lead You Along: The Life of Henry B. Eyring (2013), 40.

  18.  

    18. เฮนรีย์ บี. อายริงก์, Choose Higher Ground (2013), 38.

  19.  

    19. เฮนรย์ บี. อายริงก์, To Draw Closer to God (1997), 118.

  20.  

    20. หลักคำสอนและพันธสัญญา 87:8; ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 45:32 ด้วย.

  21.  

    21. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 52:14.

  22.  

    22. ดู นีล แอล. แอนเดอร์เซ็น, “Find Our Cousins!” (คำปราศรัยที่การประชุมใหญ่ประวัติครอบครัว RootsTech 2014, Feb. 8, 2014); lds.org/prophets-and-apostles/unto-all-the-world/find-our-cousins.

  23.  

    23. ดู เดวิด เอ. เบดนาร์, “ใจของลูกหลานจะหันไป,” เลียโฮนา, พ.ย. 2011, 29–33.

  24.  

    24. ดู ฮีลามัน 7:9.

  25.  

    25. ยอห์น 14:18.