สะบาโตและศีลระลึก

แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง


L. Tom Perry
ขอให้ครอบครัวท่านเปี่ยมด้วยความรักเมื่อท่านให้เกียรติสะบาโตตลอดทั้งวันและประสบพรทางวิญญาณตลอดสัปดาห์

พี่น้องชายหญิงทั่วโลก เช้านี้เรามาเพื่อฟังเสียงของศาสดาพยากรณ์ ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าเสียงที่เราเพิ่งได้ยินเป็นเสียงศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลกในปัจจุบัน ประธานโธมัส เอส. มอนสัน เราได้รับพรมากเหลือเกินที่มีคำสอนและแบบอย่างของท่าน!

ปีนี้เราทุกคนมีโอกาสศึกษาถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ในพันธสัญญาใหม่ในโรงเรียนวันอาทิตย์ ขณะที่พันธสัญญาเดิมเป็นการศึกษาเกี่ยวกับศาสดาพยากรณ์และผู้คน พันธสัญญาใหม่มุ่งเน้นชีวิตและอิทธิพลของมหาบุรุษผู้เสด็จมาในความเป็นมรรตัยด้วยการเป็นพลเมืองของทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดินโลก—พระผู้ช่วยให้รอดและพระผู้ไถ่ของเรา พระเยซูคริสต์

โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยหลักคำสอนของมนุษย์ที่ลืมง่ายและสูญเสียศรัทธาในเรื่องราวอันสำคัญยิ่งเกี่ยวกับพระชนม์ชีพและการปฏิบัติศาสนกิจของพระผู้ช่วยให้รอด—พันธสัญญาใหม่ หนังสือศักดิ์สิทธิ์นี้อยู่ใจกลางประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ เฉกเช่นพระผู้ช่วยให้รอดพึงอยู่ใจกลางชีวิตเรา เราต้องตั้งใจแน่วแน่ว่าจะศึกษาและเห็นคุณค่า!

มีไข่มุกอันล้ำค่าของปัญญาอยู่ในการศึกษาพันธสัญญาใหม่ ข้าพเจ้ามักจะชอบอ่านเรื่องราวของเปาโลตอนท่านเดินทางและจัดตั้งศาสนจักรของพระผู้ช่วยให้รอด โดยเฉพาะคำสอนที่ท่านให้ทิโมธี ในบทที่สี่ที่เปาโลเขียนถึงทิโมธี อ่านได้ว่า “จงสั่งและสอนสิ่งเหล่านี้ … จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวงทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์”1 ข้าพเจ้าคิดว่าไม่มีวิธีใดที่เราจะเริ่มหรือยังคงเป็นแบบอย่างของผู้เชื่อได้ดีไปกว่าการถือปฏิบัติวันสะบาโต

เริ่มต้นด้วยการสร้างโลก มีหนึ่งวันแยกจากวันอื่นทั้งหมด “พระเจ้าจึงทรงอวยพระพรแก่วันที่เจ็ด ทรงตั้งไว้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์” 2 แม้แต่พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงพักผ่อนจากการทำงานในวันนี้ และพระองค์ทรงคาดหวังให้ลูกๆ ของพระองค์ทำเช่นเดียวกัน พระองค์ทรงบัญชาลูกหลานอิสราเอลว่า

“จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์

“จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน

“แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า …

“… เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์”3

แบบแผนของการถือปฏิบัติวันสะบาโตต้องรวมการนมัสการไว้ด้วยเสมอ หลังจากอาดัมและเอวาเข้าสู่ความเป็นมรรตัย พวกท่านได้รับบัญชาให้ “นมัสการพระเจ้าพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา, และ…ถวายลูกสัตว์หัวปีของฝูงของพวกเขา, เป็นเครื่องถวายบูชาแด่พระเจ้า … [ใน] อุปมาถึงการพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดา”4 สัตวบูชาเตือนลูกหลานของอาดัมให้ระลึกว่าวันหนึ่งพระเมษโปดกของพระผู้เป็นเจ้า พระเยซูคริสต์ จะทรงพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อเรา

ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ พระผู้ช่วยให้รอดตรัสถึงการพลีพระชนม์ชีพดังกล่าว5 ในคืนก่อนการตรึงกางเขน พระดำรัสของพระองค์เริ่มเกิดสัมฤทธิผล พระองค์ทรงให้สานุศิษย์ของพระองค์มารวมกันที่ห้องชั้นบน ห่างจากสิ่งรบกวนของโลก และพระองค์ทรงจัดตั้งศีลระลึกแห่งพระกระยาหารของพระเจ้า

“ระหว่างอาหารมื้อนั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังมา และเมื่อถวายสาธุการแล้ว ทรงหักส่งให้แก่เหล่าสาวกตรัสว่า จงรับกินเถิด นี่เป็นกายของเรา

“แล้วพระองค์จึงทรงหยิบถ้วยโมทนาพระคุณและส่งให้เขา ตรัสว่า จงรับไปดื่มทุกคนเถิด

“ด้วยว่านี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญา ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนเป็นอันมาก”6

นับจากนั้นเป็นต้นมา การชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดกลายเป็นการพลีบูชาครั้งสุดท้ายและสำคัญยิ่ง เมื่อพระองค์ทรงปรากฏในทวีปอเมริกาหลังจากฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ทรงประสาทฐานะปุโรหิตให้สานุศิษย์ของพระองค์และทรงแนะนำศีลระลึกโดยตรัสว่า

“และสิ่งนี้เจ้าจงถือปฏิบัติเสมอ, … แม้ดังที่เราหักขนมปังและอวยพรมันและให้มันแก่เจ้า

“… และมันจะเป็นประจักษ์พยานต่อพระบิดาว่าเจ้าระลึกถึงเราตลอดเวลา. และหากเจ้าระลึกถึงเราตลอดเวลาเจ้าจะมีพระวิญญาณของเราอยู่กับเจ้า”7

น่าแปลกที่ว่าแม้จะผ่านยุคมืดของการละทิ้งความเชื่อมาแล้วแต่แบบแผนนี้ของการนมัสการในวันสะบาโตและศีลระลึกยังคงปฏิบัติกันหลายรูปแบบ

เมื่อพระกิตติคุณได้รับการฟื้นฟู อัครสาวกสามคน เปโตร ยากอบ และยอห์น ผู้ได้รับศีลระลึกครั้งแรกจากพระผู้ช่วยให้รอด มาปรากฏต่อโจเซฟ สมิธและออลิเวอร์ คาวเดอรี สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตซึ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติศีลระลึกต่อสมาชิกศาสนจักรของพระคริสต์ได้รับการฟื้นฟูภายใต้การกำกับดูแลของพวกท่าน8

สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงประสาทให้ศาสดาพยากรณ์และอัครสาวก และจากพวกท่านมาถึงเรา ยังคงอยู่บนแผ่นดินโลกทุกวันนี้ เยาวชนผู้ดำรงฐานะปุโรหิตทั่วโลกดำรงตนให้มีคุณสมบัติคู่ควรใช้อำนาจฐานะปุโรหิตโดยตั้งใจรักษาพระบัญญัติและดำเนินชีวิตตามมาตรฐานพระกิตติคุณ เมื่อเยาวชนชายเหล่านี้มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ทางวิญญาณตลอดเวลา พวกเขาย่อมพร้อมจะเตรียมและให้พรศีลระลึกตามวิธีของพระผู้ช่วยให้รอ—วิธีที่พระองค์ทรงกำหนดไว้เมื่อ 2,000 ปีก่อน

การรับส่วนศีลระลึกเป็นศูนย์กลางการถือปฏิบัติวันสะบาโต ในหลักคำสอนและพันธสัญญา พระเจ้าทรงบัญชาเราทุกคนว่า

“และเพื่อเจ้าจะรักษาตัวให้หมดจดจากโลกได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น, เจ้าจงไปยังบ้านแห่งการสวดอ้อนวอนและถวายศีลระลึกของเจ้าในวันศักดิ์สิทธิ์ของเรา;

“เพราะตามจริงแล้ว นี่คือวันที่กำหนดไว้ให้เจ้าเพื่อพักผ่อนจากการทำงานของเจ้า, และเพื่อแสดงความจงรักของเจ้าแด่พระผู้สูงสุด …

“และในวันนี้เจ้าจะไม่ทำสิ่งใดอื่น”9

ขณะพิจารณาแบบแผนของสะบาโตและศีลระลึกในชีวิตเรา ดูเหมือนจะมีสามสิ่งที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากเรา หนึ่ง รักษาตัวเราให้หมดจดจากโลก สอง ไปยังบ้านแห่งการสวดอ้อนวอนและถวายศีลระลึกของเรา และสาม พักผ่อนจากการงานของเรา

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เป็นชาวคริสต์และดำเนินชีวิตตามแบบสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสต์ พระองค์ตรัสถึงเราว่า “เขาไม่ใช่ของโลก เหมือนดังที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก”10 เพื่อรักษาตัวเราให้หมดจดจากโลก พระองค์ทรงคาดหวังให้เราหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนทางโลกอย่างเช่นธุรกิจและสิ่งบันเทิงในวันสะบาโต

ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ทรงปรารถนาให้เราแต่งกายอย่างเหมาะสมด้วย เยาวชนของเราอาจคิดว่า “การแต่งกายสุภาพเรียบร้อย” เป็นเรื่องล้าสมัย แต่เรารู้ว่าวันอาทิตย์เมื่อเราสวมเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ในวันธรรมดา เจตคติและการกระทำจะเป็นตามนั้น แน่นอนว่าอาจไม่จำเป็นต้องให้ลูกๆ สวมชุดวันอาทิตย์จนถึงตะวันตกดิน แต่เราช่วยพวกเขาเตรียมรับศีลระลึกและชื่นชมพรตลอดวันนั้นโดยผ่านเสื้อผ้าที่เราสนับสนุนให้พวกเขาสวมใส่และกิจกรรมที่เราวางแผน

การถวายศีลระลึกของเราแด่พระเจ้าหมายความว่าอะไร เรายอมรับว่าเราทุกคนล้วนทำผิดพลาด เราแต่ละคนต้องสารภาพและละทิ้งบาปและความผิดต่อพระบิดาบนสวรรค์และคนที่เราอาจทำให้ขุ่นเคือง สะบาโตเปิดโอกาสอันล้ำค่าให้เราถวายสิ่งเหล่านี้—ศีลระลึกของเรา—แด่พระเจ้า พระองค์ตรัสว่า “จำไว้ว่าในวันนี้, วันของพระเจ้า, เจ้าจงถวายเครื่องสักการะของเจ้าและศีลระลึกของเจ้าแด่พระผู้สูงสุด, สารภาพบาปต่อพี่น้องของเจ้า, และต่อพระพักตร์พระเจ้า”11

เอ็ลเดอร์เมลวิน เจ. บัลลาร์ดเสนอว่า “เราต้องการให้วิสุทธิชนยุคสุดท้ายทุกคนมายังโต๊ะศีลระลึกเพราะนั่นเป็นสถานที่สำรวจตนเอง ตรวจสอบตนเอง ที่ซึ่งเราเรียนรู้ว่าต้องแก้ไขวิถีของเราและทำชีวิตเราให้ถูกต้อง โดยดำรงตนสอดคล้องกับคำสอนของศาสนจักรและปรองดองกับพี่น้องชายหญิงของเรา”12

เมื่อเรารับส่วนศีลระลึกอย่างมีค่าควร เราเป็นพยานว่าเราเต็มใจรับพระนามของพระผู้ช่วยให้รอดไว้กับเราและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ และระลึกถึงพระองค์ ตลอดเวลา เพื่อเราจะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับเรา เราต่อพันธสัญญาบัพติศมาในวิธีนี้ พระเจ้าทรงรับรองกับสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “เมื่อเจ้าทำสิ่งนี้บ่อยเท่าใดเจ้าก็จะจดจำโมงนี้ที่เราอยู่กับเจ้า”13

บางครั้งเราคิดว่าการพักผ่อนจากการงานเป็นเพียงการวางเครื่องมัดฟางไว้เฉยๆ ในทุ่งหรือติดป้าย “ปิดทำการ” ไว้ที่ประตูสำนักงาน แต่ในโลกปัจจุบัน การงานรวมถึงงานประจำวันในชีวิตเราด้วย นี่อาจหมายถึงธุรกิจที่เราทำจากบ้านได้ การแข่งขันกีฬา และงานอาชีพอื่นๆ ซึ่งนำเราออกห่างจากการนมัสการในวันสะบาโตและโอกาสในการปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้อื่น

“อย่าล้อเล่นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์”14 พระเจ้าทรงเปิดเผยต่อวิสุทธิชน ประหนึ่งเตือนเราให้รู้ถึงสิ่งที่พระองค์รับสั่งกับสานุศิษย์ของพระองค์ว่า “วันสะบาโตนั้นทรงตั้งไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่ทรงสร้างมนุษย์ไว้สำหรับวันสะบาโต”15

พี่น้องชายหญิงทั้งหลาย ในยุคสุดท้ายนี้ปฏิปักษ์ประสบความสำเร็จเมื่อเราผ่อนผันคำมั่นของเราต่อพระผู้ช่วยให้รอด เพิกเฉยคำสอนของพระองค์ในพันธสัญญาใหม่และพระคัมภีร์เล่มอื่น และเลิกติดตามพระองค์ บิดามารดาทั้งหลาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องสอนบุตรธิดาให้เป็นแบบอย่างของผู้เชื่อโดยเข้าร่วมการประชุมศีลระลึก เมื่อถึงเช้าวันอาทิตย์ จงช่วยให้พวกเขาสงบนิ่ง แต่งกายเหมาะสม และพร้อมทางวิญญาณเพื่อรับส่วนเครื่องหมายศีลระลึกและรับพลังที่ชี้ทางสว่าง จรรโลงใจ และเชิดชูใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอให้ครอบครัวท่านเปี่ยมด้วยความรักเมื่อท่านให้เกียรติสะบาโตตลอดทั้งวันและประสบพรทางวิญญาณตลอดสัปดาห์ จงเชื้อเชิญบุตรธิดาของท่านให้ “ลุกขึ้นและฉายส่องออกไป” โดยรักษาวันสะบาโตให้ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อ “แสงสว่าง [ของพวกเขา] จะเป็นธงให้ประชาชาติ”16

ขณะที่เวลาผ่านไป ข้าพเจ้ายังคงนึกถึงวันสะบาโตในวัยเยาว์และวัยหนุ่มของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายังจำวันแรกที่ข้าพเจ้าส่งผ่านศีลระลึกสมัยเป็นมัคนายกได้และถ้วยแก้วใบเล็กๆ ที่ข้าพเจ้าส่งผ่านไปยังสมาชิกวอร์ดของเรา สามสี่ปีก่อนมีการปรับปรุงอาคารศาสนจักรในบ้านเกิดของข้าพเจ้า ช่องในแท่นพูดถูกปิดตายมานาน พอเปิดออกก็พบถ้วยแก้วใบเล็กๆ จำนวนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นหลายปี ข้าพเจ้าได้รับมาใบหนึ่งเป็นที่ระลึก

ข้าพเจ้าจำหีบเก็บของสีเขียวที่เรานำติดตัวไปในกองทหารนาวิกโยธินสหรัฐได้ด้วย ข้างในหีบเป็นถาดไม้และห่อถ้วยศีลระลึกเพื่อเราจะได้รับพรจากสันติและความหวังแห่งพระกระยาหารของพระเจ้าแม้ในความขัดแย้งและความสิ้นหวังของสงคราม

ขณะนึกถึงถ้วยศีลระลึกเหล่านั้นจากวัยเยาว์ของข้าพเจ้า ถ้วยใบหนึ่งตรงมุมหนึ่งในบ้านวัยเด็กของข้าพเจ้า และอีกใบหนึ่งห่างออกไปหลายร้อยไมล์ในแปซิฟิก ข้าพเจ้าเปี่ยมด้วยความกตัญญูที่พระผู้ช่วยให้รอดของโลกทรงยอมดื่มจาก “ถ้วยอันขมขื่น” 17 เพื่อเห็นแก่ข้าพเจ้า และเพราะพระองค์ทรงทำเช่นนั้น ข้าพเจ้าจึงพูดพร้อมกับผู้เขียนสดุดีได้ว่า “ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้น”18 ด้วยพรแห่งการชดใช้อันไม่มีขอบเขตและเป็นนิรันดร์ของพระองค์

ในวันนี้ก่อนสะบาโต เมื่อเราเริ่มการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ขอให้เราระลึกถึงพรและโอกาสที่เป็นของเราขณะเข้าร่วมการประชุมศีลระลึกแต่ละสัปดาห์ในวอร์ดและสาขาของเรา ขอให้เราเตรียมพร้อมและประพฤติปฏิบัติในวันสะบาโตจนสามารถเรียกพรที่สัญญาไว้กับเราและครอบครัวเราลงมาได้ ข้าพเจ้าเป็นพยานพิเศษว่าปีติสูงสุดที่เราได้รับในชีวิตนี้อยู่ในการทำตามพระผู้ช่วยให้รอด ขอให้เรารักษาพระบัญญัติโดยรักษาวันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ให้บริสุทธิ์ นี่คือคำสวดอ้อนวอนของข้าพเจ้า ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Show References

  1.  

    1.  1 ทิโมธี 4:11–12

  2.  

    2.  ปฐมกาล 2:3

  3.  

    3.  อพยพ 20:8–11

  4.  

    4.  โมเสส 5:5, 7

  5.  

    5. ดู ตัวอย่างใน มาระโก 10:32–34; ยอห์น 2:19; 10:17; 12:32

  6.  

    6.  มัทธิว 26:26–28

  7.  

    7.  3 นีไฟ 18:6–7

  8.  

    8. ดู โจเซฟ สมิธ—ประวัติ 1:68–69, 72; ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 27:12–13

  9.  

    9.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 59:9–10, 13

  10.  

    10.  ยอห์น 17:16

  11.  

    11.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 59:12

  12.  

    12. ใน ไบรอันท์ เอส. ฮิงค์ลีย์ Sermons and Missionary Services of Melvin Joseph Ballard (1949), 150.

  13.  

    13. งานแปลของโจเซฟ สมิธ มาระโก 14:21 ในภาคผนวกของพระคัมภีร์

  14.  

    14.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 6:12

  15.  

    15.  มาระโก 2:27

  16.  

    16.  หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:5

  17.  

    17.  3 นีไฟ 11:11

  18.  

    18.  สดุดี 23:5