เราเชื่อในการเป็นคนบริสุทธิ์

โดย เอ็ลเดอร์เดวิด เอ. เบดนาร์

แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง


เดวิด เอ. เบดนาร์
การเชื่อฟังกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นในชีวิตและทำให้เราก้าวหน้าในนิรันดร

ข่าวสารของข้าพเจ้าเกี่ยวกับคำถามพื้นฐานที่มีผลทางวิญญาณอันสำคัญ เหตุใดกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศจึงสำคัญ ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์จะยืนยันความจริงของหลักธรรมที่ข้าพเจ้าเน้น

แผนแห่งความสุขของพระบิดา

ความสำคัญอันเป็นนิรันดร์ของความบริสุทธิ์ทางเพศสามารถเข้าใจได้ภายในบริบทโดยทั่วไปในแผนแห่งความสุขของพระบิดาบนสวรรค์ของเราที่มีให้บุตรธิดาของพระองค์ “มนุษย์ทั้งหลาย—ชายและหญิง—ได้รับการสร้างในรูปลักษณ์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่ละคนเป็นปิยบุตรหรือปิยธิดาทางวิญญาณของพระบิดาพระมารดาบนสวรรค์ และ … มีลักษณะและจุดหมายปลายทางแห่งสวรรค์” (“ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก” เลียโฮนา พ.ย. 2010, 165) ชายและหญิงทุกคนอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าในฐานะลูกๆ ทางวิญญาณของพระองค์ก่อนจะมาบนแผ่นดินโลกเพื่อเป็นสัตภาวะมรรตัย แผนของพระบิดาช่วยให้บุตรธิดาทางวิญญาณของพระองค์ได้รับร่างกาย เพื่อจะได้รับประสบการณ์ในชีวิต และก้าวหน้าไปสู่ความสูงส่ง

ความสำคัญของร่างกาย

ร่างกายของเราสร้างขึ้นมาให้สามารถรองรับประสบการณ์อันกว้างใหญ่ ล้ำลึกและลึกซึ้งซึ่งไม่สามารถได้รับจากการดำรงอยู่ก่อนเกิดของเรา ดังนั้น ความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่น ความสามารถในการจดจำและกระทำตามความจริง และความสามารถในการเชื่อฟังหลักธรรมและศาสนพิธีแห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ได้รับการขยายผ่านร่างกายของเรา ในความเป็นมรรตัย เราได้รับประสบการณ์ถึงความอ่อนโยน ความรัก ความเมตตา ความสุข ความเศร้า ความผิดหวัง ความเจ็บปวด แม้กระทั่งการท้าทายด้านความจำกัดของร่างกายในแบบที่จะเตรียมเราสู่ความเป็นนิรันดร์ กล่าวง่ายๆ คือมีบทเรียนที่เราต้องเรียนรู้และประสบการณ์ที่เราต้องมี ดังที่พระคัมภีร์อธิบายว่า “ตามเนื้อหนัง” (1 นีไฟ 19:6; แอลมา 7:12–13)

อำนาจแห่งการให้กำเนิด

หลังจากโลกสร้างขึ้น อาดัมถูกนำไปไว้ในสวนเอเดน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสิ่งสำคัญ พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ไม่ดีเลยที่ชายคนนี้จะอยู่คนเดียว” (โมเสส 3:18; ดู ปฐมกาล 2:18 ด้วย) และเอวากลายเป็นภรรยาและผู้ช่วยของอาดัม ความผสมผสานกันที่เฉพาะตัวของความสามารถทางวิญญาณ ทางกายภาพ ทางจิตใจ และทางอารมณ์ของทั้งชายและหญิงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบัญญัติแผนแห่งความสุข “แต่อย่างไรก็ดี ในองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ชายก็ขาดผู้หญิงไม่ได้ และผู้หญิงก็ขาดผู้ชายไม่ได้” (1 โครินธ์ 11:11) ความประสงค์คือให้ชายและหญิงเรียนรู้ เสริมสร้างความเข้มแข็ง เป็นพร และเติมเต็มกันและกัน

วิธีที่สร้างชีวิตมรรตัยกำหนดมาจากเบื้องบน “พระบัญญัติข้อแรก … พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่อาดัมและเอวาเกี่ยวข้องกับศักยภาพของคนทั้งสองที่จะเป็นบิดามารดาในฐานะสามีภรรยา” (เลียโฮนา พ.ย. 2012, 165) พระบัญญัติที่ให้ขยายเผ่าพันธุ์และเพิ่มพูนให้เต็มแผ่นดินโลกยังคงบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นการแต่งงานระหว่างชายหญิงเป็นช่องทางที่ได้รับอำนาจในการนำวิญญาณก่อนเกิดมาสู่ความเป็นมรรตัย การละเว้นการมีเพศสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงก่อนแต่งงานและการซื่อสัตย์อย่างเต็มที่ในชีวิตสมรสปกป้องความบริสุทธิ์ของช่องทางศักดิ์สิทธิ์นี้

อำนาจการให้กำเนิดมีความสำคัญทางวิญญาณ การใช้อำนาจนี้ในทางที่ผิดทำลายจุดประสงค์ของแผนของพระบิดาและของการดำรงอยู่ทางมรรตัยของเรา พระบิดาบนสวรรค์ของเราและพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้างและประทานส่วนหนึ่งของอำนาจแห่งการสร้างของพระองค์ให้เราแต่ละคน แนวทางที่เฉพาะในการใช้ความสามารถอย่างเหมาะสมในการรังสรรค์ชีวิตเป็นองค์ประกอบสำคัญในแผนของพระบิดา การใช้และความรู้สึกของเราที่มีต่ออำนาจจากสวรรค์จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดความสุขของเราในชีวิตและจุดหมายปลายทางของเราในความเป็นนิรันดร์

เอ็ลเดอร์ดัลลิน เอช. โอ๊คส์ อธิบายว่า

“อำนาจในการสร้างชีวิตมนุษย์คืออำนาจอันสูงสุดที่พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่บุตรธิดาของพระองค์ การใช้อำนาจนี้ประกาศิตไว้ในพระบัญญัติข้อแรก แต่พระบัญญัติที่สำคัญอีกข้อหนึ่งให้ไว้เพื่อห้ามไม่ให้ใช้สิ่งนี้ในทางที่ผิด การที่เราเน้นเรื่องกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศอธิบายได้จากความเข้าใจของเราถึงจุดประสงค์ของอำนาจแห่งการให้กำเนิดเพื่อทำให้แผนของพระผู้เป็นเจ้าเกิดสัมฤทธิผล …

“นอกพันธะการแต่งงาน การใช้อำนาจการให้กำเนิดทุกรูปแบบเป็นการลดคุณค่าและการกระทำที่ออกนอกลู่นอกทางต่อคุณลักษณะอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชายและหญิงไม่ว่าในระดับใดก็ตาม” (“The Great Plan of Happiness,” Ensign, Nov. 1993, 74)

มาตรฐานของศีลธรรมทางเพศ

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายมีมาตรฐานทางศีลธรรมเดียวที่ไม่เบี่ยงเบน ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งเหมาะสมมีเพียงระหว่างชายหญิงในสัมพันธภาพของการแต่งงานดังที่อธิบายไว้ในแผนของพระผู้เป็นเจ้า ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้มีไว้เพื่อแสวงหาใคร่รู้ ตอบสนองความต้องการ นันทนาการหรือความบันเทิงที่กระทำอย่างเห็นแก่ตัว ไม่ได้เป็นชัยชนะที่ต้องได้มาหรือเป็นเพียงการกระทำอย่างหนึ่งที่ต้องทำ ในทางกลับกัน สิ่งเหล่านี้คือการแสดงออกที่ลึกซึ้งอย่างหนึ่งของธรรมชาติและศักยภาพอันสูงส่งของเราในความเป็นมรรตัยและเป็นวิธีเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่พันธะทางอารมณ์และทางวิญญาณระหว่างสามีภรรยา เราคือผู้มีสิทธิ์เสรีที่ได้รับพรด้วยสิทธิ์เสรีและได้รับนิยามจากการสืบทอดอันสูงส่งว่าเป็นบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า—ไม่ใช่โดยพฤติกรรมทางเพศ เจตคติร่วมสมัย หรือปรัชญาทางโลก

มนุษย์ปุถุชน

กษัตริย์เบ็นจามินอธิบายว่าในระดับหนึ่งมนุษย์ปุถุชนอยู่ในตัวเราแต่ละคน (ดู โมไซยาห์ 3:19) มนุษย์ปุถุชนชายหญิงไม่กลับใจ มีตัณหาราคะ (ดู โมไซยาห์ 16:5; แอลมา 42:10; โมเสส 5:13) หมกมุ่นและลุ่มหลง จองหองและเห็นแก่ตัว ดังที่ประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์สอน “‘มนุษย์ปุถุชน’ คือ ‘มนุษย์โลก’ ที่ยอมให้กิเลสของสัตว์เดรัจฉานมาครอบคลุมความโน้มเอียงทางวิญญาณ” (“Ocean Currents and Family Influences,” Ensign, Nov. 1974, 112)

กลับกัน “ชาย [หรือหญิง] ของพระคริสต์” (ฮีลามัน 3:29) มีจิตวิญญาณสูงส่งและควบคุมกิเลส (ดู แอลมา 38:12) ควบคุมอารมณ์ได้และมีความยับยั้งชั่งใจ มีความกรุณาและไม่เห็นแก่ตัว ชายและหญิงของพระคริสต์ยึดมั่นกับพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า มีชีวิตอย่างสมถะ และแบกรับกางเขนของพระองค์ (ดู มัทธิว 16:24; มาระโก 8:34; ลูกา 9:23; คพ. 56:2) มุ่งหน้าไปตามทางคับแคบและแคบแห่งความซื่อสัตย์ การเชื่อฟัง และการอุทิศตนต่อพระผู้ช่วยให้รอดและพระกิตติคุณของพระองค์

ในฐานะบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า เราสืบทอดศักยภาพแห่งสวรรค์จากพระองค์ แต่ตอนนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่ตก ทุกอณูของร่างกายเราสร้างมาจากธรรมชาติที่ตกและอยู่ภายใต้อิทธิพลของบาป ความเสื่อมทราม และความตาย ผลก็คือ การตกของอาดัมและผลทางวิญญาณและทางกายภาพของการตกส่วนใหญ่แล้วมีผลต่อร่างกายของเราโดยตรง แต่กระนั้นเราคือสัตภาวะที่มีสองส่วน เพราะวิญญาณของเราคือส่วนที่เป็นนิรันดร์สถิตอยู่ในร่างกายของเราที่อยู่ภายใต้การตก ดังที่พระเยซูทรงเน้นกับอัครสาวกเปโตรว่า “จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง” (มัทธิว 26:41)

ดังนั้นลักษณะอันแท้จริงของการทดสอบแห่งความเป็นมรรตัยสามารถสรุปได้เป็นคำถามต่อไปนี้: ฉันจะตอบรับต่อความโน้มเอียงของการเป็นมนุษย์ปุถุชนหรือ หรือฉันจะยอมต่อการชักจูงของพระวิญญาณบริสุทธิ์และทิ้งความเป็นมนุษย์ปุถุชนและกลับเป็นวิสุทธิชนโดยผ่านการชดใช้ของพระคริสต์พระเจ้า (ดู โมไซยาห์ 3:19) นั่นคือการทดสอบ ความทะยานอยาก ความปรารถนา ความมีใจชอบ และแรงผลักดันของมนุษย์ปุถุชนจะเอาชนะได้โดยและผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ เราอยู่บนแผ่นดินโลกเพื่อพัฒนาคุณสมบัติเหมือนอย่างพระผู้เป็นเจ้าและควบคุมกิเลสตัณหาทุกอย่างของเนื้อหนัง

เจตนาของปฏิปักษ์

แผนของพระบิดาออกแบบมาเพื่อเตรียมแนวทางให้บุตรธิดาของพระองค์ เพื่อช่วยให้พวกเขามีความสุข และนำพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัยไปหาพระองค์โดยมีร่างกายอันสูงส่งที่ฟื้นคืนชีวิต พระบิดาบนสวรรค์ทรงปรารถนาให้เราอยู่ด้วยกันในแสงสว่างและเต็มไปด้วยความหวัง ในทางกลับกันลูซิเฟอร์ทำงานเพื่อให้บุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าสับสน ไม่มีความสุข และขัดขวางความก้าวหน้านิรันดร์ของพวกเขา เจตนาโดยทั่วไปของบิดาแห่งความเท็จคือให้เราทุกคน “เศร้าหมองเหมือนตัวเขา” (2 นีไฟ 2:27) ลูซิเฟอร์ต้องการให้เราอยู่ตามลำพังในความมืดและสิ้นหวังในที่สุด

ซาตานทำงานอย่างไม่ย่อท้อที่จะบิดเบือนส่วนสำคัญที่สุดในแผนของพระบิดา เขาไม่มีร่างกายและความก้าวหน้านิรันดร์ของเขาถูกหยุดไว้ ดังเช่นน้ำไหลไปตามร่องน้ำที่มีเขื่อนมาขวางกั้น ความก้าวหน้านิรันดร์ของปฏิปักษ์ก็ถูกกีดขวางเช่นกันเพราะเขาไม่มีร่างกาย เพราะการกบฏของลูซิเฟอร์ เขาไม่ยอมรับพรทั้งปวงแห่งความเป็นมรรตัยและประสบการณ์ที่มีให้ผ่านร่างกายแห่งเนื้อหนังและกระดูก เขาไม่สามารถเรียนรู้บทเรียนซึ่งวิญญาณที่มีร่างกายเท่านั้นสามารถเรียนรู้ เขาไม่พอใจความจริงแห่งการฟื้นคืนชีวิตที่แท้จริงซึ่งมวลมนุษย์ทุกคนจะได้รับ ความหมายหนึ่งอันทรงพลังทางพระคัมภีร์ของคำว่า “อัปมงคล” คือแสดงให้เห็นว่าขาดความสามารถของเขาที่จะพัฒนาต่อไปและเป็นเหมือนกับพระบิดาบนสวรรค์

เพราะร่างกายคือสิ่งสำคัญที่สุดของแผนแห่งความสุขของพระบิดาและต่อพัฒนาการทางวิญญาณของเรา ลูซิเฟอร์พยายามหยุดยั้งความก้าวหน้าของเราโดยล่อลวงให้เราใช้ร่างกายของเราในทางที่ผิด ผู้หนึ่งที่เย้ยหยันความเป็นนิรันดร์มากที่สุดคือปฏิปักษ์ เขาทุกข์ยากอย่างแน่นอนเพราะไม่มีร่างกาย ชักจูงให้เราได้รับความเศร้าหมองผ่านทางการใช้ร่างกายของเราอย่างไม่เหมาะสม เครื่องมือเดียวที่เขาไม่มีแต่กระนั้นเป็นเป้าหมายหลักในความพยายามของเขาที่จะล่อลวงเราไปสู่ความพินาศทางวิญญาณ

การล่วงละเมิดกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศเป็นบาปที่ร้ายแรงมากและเป็นการใช้วิหารของเราในทางที่ผิด สำหรับผู้ที่รู้และเข้าใจแผนแห่งความรอด การทำให้ร่างกายมีมลทินเป็นการกระทำของการกบฏ (ดู โมไซยาห์ 2:36–37; คพ. 64:34–35) และเป็นการปฏิเสธอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเราว่าเป็นบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเรามองข้ามความเป็นมรรตัยไปสู่นิรันดร จะเห็นได้ง่ายว่าความเป็นเพื่อนจอมปลอมที่ปฏิปักษ์สนับสนุนเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน

พรแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศ

แอลมาให้คำแนะนำชิบลันบุตรชายของเขาให้ “หักห้ามความลุ่มหลงทั้งปวง [ของเขา], เพื่อ [เขา] จะเต็มไปด้วยความรัก” (แอลมา 38:12) การฝึกควบคุมมนุษย์ปุถุชนในตัวเราแต่ละคนทำให้เรามีความรักต่อพระเจ้าและลูกๆ ของพระองค์มากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น และยาวนาน ความรักเพิ่มขึ้นผ่านความหักห้ามใจอย่างชอบธรรมและลดลงผ่านการหมกมุ่นที่วู่วาม

ประธานมาเรียน จี. รอมนีย์ ประกาศว่า

“ข้าพเจ้าไม่สามารถนึกถึงพรใดที่พึงปรารถนามากไปกว่าพรที่สัญญาต่อผู้ที่สะอาดและบริสุทธิ์ พระเยซูตรัสถึงรางวัลเฉพาะของคุณธรรมที่แตกต่างกัน แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วพระองค์ทรงเก็บพรประเสริฐสุดให้ผู้ที่ใจบริสุทธิ์ ‘เพราะเขาทั้งหลาย’ พระองค์ตรัส ‘จะได้เห็นพระเจ้า’ (มัทธิว 5:8) พวกเขาไม่เพียงเห็นพระเจ้าเท่านั้น แต่พวกเขาจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้านในที่ประทับของพระองค์

“นี่คือ … คำสัญญาของพระผู้ช่วยให้รอด ‘ให้คุณธรรมประดับความนึกคิดของท่านไม่เสื่อมคลาย; เมื่อนั้นความมั่นใจของท่านจะแข็งแกร่งขึ้นในการประทับอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า’ (คพ. 121:45) (“Trust in the Lord,” Ensign, May 1979, 42)

เราได้รับสัญญาด้วยว่า ถ้าเราดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งความบริสุทธิ์ “พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเป็นเพื่อนที่ยั่งยืน [ของเรา]” (คพ. 121:46) ดังนั้น การดำเนินชีวิตตามกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศอัญชิญพรประเสริฐบางประการที่ชายหญิงจะได้รับในความเป็นมรรตัย—ความมั่นใจทางวิญญาณที่เหมาะสมเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัว มิตรสหาย เพื่อนในศาสนจักร และในที่สุดอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระผู้ช่วยให้รอด ความปรารถนาภายในของเราในการเป็นส่วนร่วมเกิดสัมฤทธิผลในความชอบธรรมเมื่อเราเดินในแสงสว่างแห่งความหวัง

หลักธรรมแห่งการกลับใจ

บางท่านที่ได้ฟังข่าวสารนี้จำต้องกลับใจจากบาปทางเพศหรือบาปอื่นๆ พระผู้ช่วยให้รอดมักได้รับการกล่าวว่าเป็นนายแพทย์ผู้ยิ่งใหญ่ และพระนามนี้มีทั้งสัญลักษณ์และความสำคัญอย่างแท้จริง เราทุกคนประสบกับความเจ็บปวดที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือบาดแผลทางร่างกาย เมื่อเราเจ็บปวด ปกติแล้วเราจะแสวงหาการบรรเทาความเจ็บและขอบคุณยาหรือการรักษาที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของเรา ลองนึกว่าบาปเป็นบาดแผลทางวิญญาณที่ทำให้รู้สึกผิดหรือเหมือนกับที่แอลมาอธิบายให้โคริแอนทอนว่าเป็น “ความสำนึกผิดจากมโนธรรม” (แอลมา 42:18) ความรู้สึกผิดในวิญญาณคือความเจ็บปวดที่มีต่อร่างกาย—เป็นการเตือนถึงอันตรายและเป็นการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม การชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดทำให้มียาบรรเทาความเจ็บปวดที่สามารถรักษาบาดแผลทางวิญญาณและกำจัดความรู้สึกผิด อย่างไรก็ตามยานี้จะใช้ได้โดยผ่านหลักธรรมแห่งศรัทธาในพระเจ้าพระเยซูคริสต์ การกลับใจและการเชื่อฟังอย่างต่อเนื่อง ผลของการกลับใจอย่างแท้จริงคือสันติสุขแห่งมโนธรรม การปลอบโยน การเยียวยาและการเริ่มใหม่

อธิการหรือประธานสาขาของท่านคือผู้ช่วยแพทย์ทางวิญญาณที่ได้รับอนุญาติให้ช่วยท่านกลับใจและเยียวยา อย่างไรก็ตามโปรดจำไว้ว่าขอบเขตและความเอาจริงเอาจังของการกลับใจจะต้องตรงกับลักษณะและความรุนแรงของบาปท่าน—โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับวิสุทธิชนยุคสุดท้ายผู้ที่อยู่ภายในพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ บาดแผลทางวิญญาณที่ร้ายแรงเรียกร้องการรักษาอย่างต่อเนื่องและเวลาเพื่อจะเยียวยาอย่างเต็มที่ให้หายขาด

คำสัญญาและประจักษ์พยาน

หลักคำสอนที่ข้าพเจ้าอธิบายจะดูเหมือนว่าโบราณและล้าสมัยสำหรับคนจำนวนมากในโลกที่ดูหมิ่นความศักดิ์สิทธิ์ของอำนาจการให้กำเนิดและดูถูกคุณค่าของชีวิตมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ความจริงของพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงไปตามแฟชั่น สมัยนิยม หรือโพลแสดงความเห็นของสาธารณะ ข้าพเจ้าสัญญาว่าการเชื่อฟังกฎแห่งความบริสุทธิ์ทางเพศจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นในชีวิตและทำให้เราก้าวหน้าในนิรันดร ความบริสุทธิ์ทางเพศและคุณธรรมเคยเป็น เป็นอยู่ และจะเป็น “ที่รักยิ่งและมีค่าที่สุด” อยู่เสมอ (โมไรไน 9:9) ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ เอเมน