เชิญมาร่วมกับเรา

โดย ประธานดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟ

ที่ปรึกษาที่สองในฝ่ายประธานสูงสุด


ดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟ
ไม่ว่าสภาวการณ์ ประวัติส่วนตัว หรือความเข้มแข็งในประจักษ์พยานของท่านจะเป็นอย่างไร ยังมีที่ว่างในศาสนจักรนี้สำหรับท่าน

เคยมีชายคนหนึ่งฝันว่าอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีศาสนาต่างๆ จากทั่วโลกมาชุมนุมกัน เขาตระหนักว่าแต่ละศาสนามีหลายสิ่งหลายอย่างที่พึงปรารถนาและมีคุณค่า

เขาพบกับสามีภรรยาแสนดีคู่หนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนจากศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายจึงถามว่า “พวกคุณ เรียกร้องอะไรจากสมาชิก”

เรา ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย” พวกเขาตอบ “แต่ พระเจ้า ทรงขอให้เราอุทิศถวายทุกอย่าง”

สามีภรรยาคู่นั้นอธิบายต่อไปเกี่ยวกับการเรียกในศาสนจักร การสอนประจำบ้านและการเยี่ยมสอน งานเผยแผ่เต็มเวลา การสังสรรค์ในครอบครัวทุกสัปดาห์ งานพระวิหาร สวัสดิการและการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อมนุษยธรรม ตลอดจนงานมอบหมายการสอนต่างๆ

“พวกคุณจ่ายค่าจ้างสำหรับงานทุกอย่างที่สมาชิกทำหรือไม่” ชายคนนั้นถาม

“ไม่เลย” สามีภรรยาคู่นั้นอธิบาย “พวกเขายินดีสละเวลาโดยไม่รับค่าจ้าง”

“นอกจากนั้น” สามีภรรยากล่าวต่อ “ทุกหกเดือนสมาชิกศาสนจักรเรายังใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เข้าร่วมหรือรับชมการประชุมใหญ่สามัญเป็นเวลา 10 ชั่วโมงอีกด้วย”

“มีผู้พูดตลอดสิบชั่วโมงเชียวหรือ” ชายคนนั้นประหลาดใจ

“การประชุมที่โบสถ์ทุกสัปดาห์เล่า ใช้เวลานานเท่าไร”

“สามชั่วโมง ทุกวันอาทิตย์!”

“โอ้โฮ” ชายคนนั้นกล่าว “สมาชิกศาสนจักรของพวกคุณทำอย่างที่ว่ามาจริงหรือ”

“ยิ่งกว่านั้นอีก เรายังไม่ได้พูดถึงประวัติครอบครัว ค่ายเยาวชน การให้ข้อคิดทางวิญญาณ การศึกษาพระคัมภีร์ การอบรมผู้นำ กิจกรรมเยาวชน เซมินารีช่วงเช้าตรู่ การดูแลอาคารประชุมศาสนจักร และที่ขาดไม่ได้คือกฎแห่งสุขภาพของพระเจ้า การอดอาหารเป็นประจำทุกเดือนเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ และส่วนสิบเลยนะ”

ชายคนนั้นกล่าวว่า “ตอนนี้ผมงงแล้ว ใครจะอยากเข้าร่วมศาสนจักรแบบนั้นทำไม”

สามีภรรยายิ้มพลางตอบว่า “นึกว่าคุณจะไม่ถามแล้ว”

ใครจะอยากเข้าร่วมศาสนจักรแบบนั้นทำไม

ช่วงเวลาที่บรรดาศาสนจักรหลายแห่งทั่วโลกกำลังประสบภาวะที่จำนวนสมาชิกลดลงอย่างมาก แต่ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย—แม้จะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับหลายแห่ง—กลับเป็นศาสนจักรหนึ่งที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ณ เดือนกันยายน ปี 2013 ศาสนจักรมีสมาชิกทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน

มีเหตุผลหลายประการ แต่ข้าพเจ้าขอกล่าวเพียงบางประการ

ศาสนจักรของพระผู้ช่วยให้รอด

ประการแรก ศาสนจักรได้รับการฟื้นฟูในยุคสมัยของเราด้วยพระเยซูคริสต์พระองค์เอง ที่นี่ท่านจะพบสิทธิอำนาจที่จะกระทำในพระนามของพระองค์—ในการให้บัพติศมาเพื่อการปลดบาป ประสาทของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผนึกบนแผ่นดินโลกและในสวรรค์1

ผู้คนเข้าร่วมศาสนจักรนี้รักพระผู้ช่วยให้รอด พระเยซูคริสต์ และปรารถนาจะติดตามพระองค์ พวกเขาชื่นชมยินดีในความรู้ที่ว่าพระผู้เป็นเจ้าตรัสกับมนุษยชาติอีกครั้ง เมื่อรับศาสนพิธีฐานะปุโรหิตอันศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาสัมผัสได้ถึงเดชานุภาพของพระองค์ในชีวิต2 เมื่อเข้าไปในพระวิหาร พวกเขารู้สึกว่าอยู่ในที่ประทับของพระองค์ เมื่ออ่านพระคัมภีร์3และดำเนินชีวิตตามคำสอนจากศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ พวกเขายิ่งเข้าใกล้พระผู้ช่วยให้รอดที่พวกเขารักมาก

ศรัทธาแข็งขัน

อีกเหตุผลหนึ่งคือเพราะศาสนจักรเปิดโอกาสให้กระทำคุณความดี

การเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ แต่คนส่วนใหญ่ต้องการมากกว่าการฟังโอวาทสร้างแรงบันดาลใจหรือฝันแต่สวรรค์เลิศล้ำของตนเอง4 พวกเขาต้องการนำศรัทธาไปสู่การปฏิบัติ พวกเขาต้องการพับแขนเสื้อลงมือทำงานในอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่นี้

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าร่วมกับเรา—พวกเขามีโอกาสแปลงพรสวรรค์ ความกรุณา และเวลาของตนเองให้ออกมาเป็นงานดี เนื่องจากเราไม่มีเจ้าหน้าที่ทางศาสนาในท้องที่คนใดได้รับค่าจ้างในโบสถ์ทุกแห่งของเราทั่วโลก สมาชิกเราจึงปฏิบัติศาสนกิจด้วยตนเอง พวกเขาได้รับเรียกจากการดลใจ บางครั้งเรารับอาสาเอง บางครั้งมี “ผู้อาสาให้เราทำ” เราไม่ได้มองงานมอบหมายเป็นภาระ แต่เป็นโอกาสให้เรามีสัมฤทธิผลในพันธสัญญาที่เรายินดีทำเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้าและบุตรธิดาของพระองค์

พรอันล้ำค่า

เหตุผลที่สามว่าทำไมผู้คนจึงเข้าร่วมศาสนจักรคือ เพราะการเดินในเส้นทางของความเป็นสานุศิษย์นำไปสู่พรอันล้ำค่า

เรามองว่าบัพติศมาเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของเราในความเป็นสานุศิษย์ การเดินกับพระเยซูคริสต์ทุกวันนำไปสู่สันติสุขและจุดประสงค์ในชีวิตนี้ นำไปสู่ปีติอันล้ำลึกและความรอดนิรันดร์ในโลกที่จะมาถึง

ผู้ที่ดำเนินตามเส้นทางนี้อย่างซื่อสัตย์จะหลีกเลี่ยงกับดัก โทมนัส และความเสียดายในชีวิตได้เป็นอันมาก

ผู้ที่ยากจนทางวิญญาณแต่ซื่อสัตย์ในใจจะพบขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่แห่งความรู้ที่นี่

ผู้ที่ทนทุกข์หรือเศร้าโศกจะพบการรักษาที่นี่

ผู้ที่แบกภาระบาปจะพบการให้อภัย เสรีภาพ และการพักผ่อน

ถึงผู้ที่ทิ้งศาสนจักร

การค้นหาความจริงนำผู้คนหลายล้านคนมาสู่ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย อย่างไรก็ตาม มีบางคนทิ้งศาสนจักรที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยรัก

บางคนอาจถามว่า “ถ้าพระกิตติคุณดีเลิศขนาดนั้น ใครจะทิ้งศาสนจักรไปทำไม”

บางครั้งเราคิดไปเองว่าเป็นเพราะคนเหล่านั้นขุ่นเคืองหรือเกียจคร้านหรือบาปหนา แต่ความจริงไม่ใช่เรื่องเรียบง่ายเช่นนั้น อันที่จริง ไม่ได้มีเพียงเหตุผลเดียวที่ใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ

สมาชิกที่เรารักบางคนต่อสู้อยู่หลายปีกับคำถามที่ว่าพวกเขาควรแยกตัวออกจากศาสนจักรหรือไม่

ในศาสนจักรนี้ที่เคารพสิทธิ์เสรีส่วนบุคคลเป็นอย่างยิ่ง ศาสนจักรที่ฟื้นฟูโดยเด็กหนุ่มผู้ถามคำถามและแสวงหาคำตอบ เราเคารพผู้ที่ตั้งใจแสวงหาความจริง ใจเราอาจสลายเมื่อการเดินทางทำให้พวกเขาออกห่างจากศาสนจักรที่เรารักและความจริงที่เราค้นพบ แต่เราเคารพสิทธิ์ในการนมัสการพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตามวินิจฉัยจากมโนธรรมของพวกเขา เช่นเดียวกับที่เราอ้างเอกสิทธิ์นั้นสำหรับตัวเราเอง5

คำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ

บางคนต่อสู้กับคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่เราพูดหรือทำในอดีต เรายอมรับอย่างเปิดเผยว่าในประวัติศาสตร์เกือบ 200 ปีของศาสนจักร—พร้อมด้วยเหตุการณ์ที่ได้รับการดลใจ น่าสรรเสริญ และศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเกิดขึ้นไม่ขาดสาย—มีคำพูดหรือการกระทำบางอย่างในอดีตที่อาจทำให้ผู้คนเกิดคำถาม

บางครั้งคำถามเกิดขึ้นเพียงเพราะเรามีข้อมูลไม่ครบถ้วนและเราเพียงแต่ต้องอดทนอีกนิด เมื่อความจริงทั้งหมดเป็นที่รู้ในที่สุด สิ่งที่เราไม่เข้าใจมาก่อนจะคลี่คลายสมปรารถนา

บางครั้งมีความคิดเห็นแตกต่างออกไปว่า “ข้อเท็จจริง” นั้นๆ แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร คำถามที่สร้างข้อสงสัยให้แก่บางคนอาจสร้างศรัทธาในคนอื่นๆ หลังจากศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียด

ความผิดพลาดของผู้ไม่ดีพร้อม

หากจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือ มีช่วงเวลาที่สมาชิกหรือผู้นำในศาสนจักรเคยทำผิดพลาด อาจมีสิ่งที่เราพูดหรือทำลงไปไม่สอดคล้องกับค่านิยม หลักธรรม หรือหลักคำสอนของเรา

ข้าพเจ้าคิดว่าศาสนจักรจะดีพร้อมได้ก็ต่อเมื่อดำเนินงานโดยผู้ที่ดีพร้อม พระผู้เป็นเจ้าทรงดีพร้อม และหลักคำสอนของพระองค์บริสุทธิ์ แต่พระองค์ทรงทำงานผ่านเรา—บุตรธิดาผู้ไม่ดีพร้อมของพระองค์—และคนที่ไม่ดีพร้อมย่อมทำผิดพลาด

ในหน้าชื่อเรื่องของพระคัมภีร์มอรมอนเราอ่านว่า “และบัดนี้, หากจะมีข้อบกพร่องก็เป็นด้วยความผิดของมนุษย์; ดังนั้น, จงอย่าตำหนิเรื่องของพระผู้เป็นเจ้า, เพื่อจะได้พบว่าท่านไม่มีจุดด่างพร้อยที่บัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์.”6

นี่คือวิถีที่เป็นมาโดยตลอดและจะเป็นไปจนกว่าจะถึงวันที่สมบูรณ์เมื่อพระคริสต์ทรงปกครองแผ่นดินโลกด้วยพระองค์เอง

น่าเสียดายที่บางคนสะดุดเนื่องจากความผิดพลาดจากน้ำมือมนุษย์ แต่ทั้งๆ ที่เป็นเช่นนี้ ความจริงนิรันดร์ของพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายก็มิได้แปดเปื้อน เสื่อมถอย หรือพินาศแต่อย่างใด

ในฐานะอัครสาวกของพระเจ้าพระเยซูคริสต์และผู้ที่ได้เห็นด้วยตนเองถึงสภาและการทำงานของศาสนจักรนี้ ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานอย่างจริงจังว่าไม่มีการตัดสินใจสำคัญเรื่องใดซึ่งส่งผลต่อศาสนจักรแห่งนี้หรือสมาชิกศาสนจักร ที่กระทำลงไปโดยไม่ผ่านการแสวงหาอย่างตั้งใจจริงเพื่อให้ได้รับการดลใจ การนำทาง และความเห็นชอบจากพระบิดานิรันดร์ นี่คือศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงยอมให้ศาสนจักรของพระองค์พลัดออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้หรือล้มเหลวในการบรรลุจุดหมายอันศักดิ์สิทธิ์

มีที่ว่างสำหรับท่าน

สำหรับผู้ที่แยกตนเองออกจากศาสนจักร ข้าพเจ้ากล่าวกับท่าน มิตรสหายที่รักของข้าพเจ้า ยังมีที่สำหรับท่านที่นี่

เชิญมาเติมพรสวรรค์ ของประทาน และพลังงานของท่านให้เรา เราทุกคนจะดีขึ้นเพราะการนั้น

บางคนอาจถามว่า “แต่ความสงสัยของฉันล่ะ”

เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะมีคำถาม—เมล็ดเล็กของความอยากรู้อย่างจริงใจมักจะงอกงามเติบโตเป็นต้นโอ๊คสูงใหญ่ของความเข้าใจ มีสมาชิกศาสนจักรเพียงไม่กี่คน ในต่างช่วงต่างวาระกัน ที่ยังไม่เคยต่อสู้กับคำถามหนักหน่วงหรือคำถามละเอียดอ่อน จุดประสงค์หนึ่งของศาสนจักรคือบำรุงเลี้ยงและบ่มเพาะเมล็ดแห่งศรัทธา—บางครั้งแม้กระทั่งในดินทรายแห่งความสงสัยไม่แน่ใจ ศรัทธาคือความหวังในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่เป็นความจริง7

ดังนั้น พี่น้องที่รักทั้งหลาย—มิตรสหายที่รักของข้าพเจ้า—โปรดจงสงสัยความสงสัยของท่านก่อนที่ท่านจะสงสัยศรัทธาของท่านเอง8 เราต้องไม่มีวันยอมให้ความสงสัยกักขังเราและกันเราออกจากความรักจากสวรรค์ สันติสุข และของประทานที่มาจากศรัทธาในพระเจ้าพระเยซูคริสต์

บางคนอาจกล่าวว่า “ฉันเข้ากับคนที่โบสถ์ของคุณไม่ได้

หากท่านสามารถมองทะลุจิตใจเราได้ บางทีท่านอาจจะพบว่าเราเข้ากันได้มากกว่าที่ท่านคิด ท่านอาจแปลกใจที่พบว่าเรามีความใฝ่ฝัน การต่อสู้ดิ้นรน และความหวังคล้ายกับท่าน ภูมิหลังหรือการเลี้ยงดูที่ท่านได้รับอาจดูต่างไปจากที่ท่านเห็นในวิสุทธิชนยุคสุดท้ายหลายคน แต่นั่นอาจเป็นพรก็ได้ พี่น้องทั้งหลาย มิตรสหายที่รักยิ่ง เราต้องการพรสวรรค์และมุมมองพิเศษของท่าน ความหลากหลายของแต่ละบุคคลและหมู่คนทั่วโลกคือจุดแข็งของศาสนจักรนี้

บางคนอาจบอกว่า “ฉันไม่คิดว่าจะดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของคุณได้

มีเหตุผลที่ดีกว่านั้นอีก! ศาสนจักรมีจุดประสงค์เพื่อบำรุงเลี้ยงผู้ไม่ดีพร้อม ผู้ที่กำลังต่อสู้ดิ้นรน และผู้อ่อนล้า ศาสนจักรเต็มไปด้วยผู้คนที่ ปรารถนา สุดใจที่จะรักษาพระบัญญัติ แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ เชี่ยวชาญ ในการทำเช่นนั้นก็ตาม

บางคนอาจกล่าวว่า “ฉันรู้จักสมาชิกหน้าซื่อใจคดคนหนึ่งในศาสนจักรของคุณ ฉันคงเข้าร่วมศาสนจักรที่มีคนแบบนั้นเป็นสมาชิกไม่ได้หรอก

หากท่านนิยามคำว่า หน้าซื่อใจคด คือคนที่ยังดำเนินชีวิตไม่สมบูรณ์แบบตามความเชื่อของตนเอง เราย่อมเป็นคนหน้าซื่อใจคดกันทั้งสิ้น ไม่มีใครเป็นเหมือนพระคริสต์เท่าที่เราทราบว่าควรจะเป็น แต่เราปรารถนาอย่างจริงจังที่จะเอาชนะความผิดและแนวโน้มที่จะทำบาปของเรา เราปรารถนาสุดใจและสุดจิตวิญญาณของเราที่จะเป็นคนดีขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากการชดใช้ของพระเยซูคริสต์

หากสิ่งเหล่านี้คือความปรารถนาของท่านแล้ว ไม่ว่าสภาวการณ์ ประวัติส่วนตัว หรือความเข้มแข็งในประจักษ์พยานของท่านจะเป็นอย่างไร ยังมีที่ว่างในศาสนจักรนี้สำหรับท่าน เชิญมาเข้าร่วมกับเรา!

เชิญมาเข้าร่วมกับเรา!

แม้เราจะไม่ดีพร้อมแบบมนุษย์ แต่ข้าพเจ้ามั่นใจว่าในบรรดาสมาชิกศาสนจักรแห่งนี้ท่านจะพบจิตวิญญาณมากมายซึ่งดีที่สุดเท่าที่โลกมีให้ ดูเหมือนว่าศาสนจักรของพระเยซูคริสต์จะดึงดูดผู้มีใจกรุณา ผู้ห่วงใยผู้อื่น ผู้ซื่อสัตย์ และผู้มีวิริยะอุตสาหะมาทั้งนั้น

หากท่านคาดหวังที่จะพบคนดีพร้อมที่นี่ ท่านจะผิดหวัง แต่หากท่านแสวงหาหลักคำสอนบริสุทธิ์ของพระคริสต์ พระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า “ซึ่งรักษาจิตวิญญาณที่บาดเจ็บ”9และอิทธิพลการชำระให้บริสุทธิ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านจะพบสิ่งเหล่านั้นที่นี่ ในยุคที่ศรัทธากำลังเสื่อมโทรม—ในยุคนี้ที่หลายคนรู้สึกห่างไกลจากอ้อมกอดของสวรรค์—ที่นี่ท่านจะพบผู้คนที่มุ่งมาดปรารถนาจะรู้จักและเข้าใกล้พระผู้ช่วยให้รอดโดยรับใช้พระผู้เป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์เช่นเดียวกับท่าน เชิญมาร่วมกับเรา!

พวกท่านก็จะไปจากเราด้วยหรือ?

ข้าพเจ้านึกถึงช่วงเวลาหนึ่งในพระชนม์ชีพของพระผู้ช่วยให้รอดเมื่อคนจำนวนมากทอดทิ้งพระองค์10 พระเยซูตรัสถามสานุศิษย์สิบสองคนของพระองค์ว่า

“พวกท่านก็จะจากเราไปด้วยหรือ?”

“ซีโมนเปโตรทูลตอบพระองค์ว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาใครได้? พระองค์ทรงมีถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์”11

มีช่วงเวลาที่เราต้องตอบคำถามเดียวกันนี้ เราจะจากพระองค์ไปด้วยหรือ? หรือเราจะยึดมั่นในพระคำแห่งชีวิตนิรันดร์เช่นเดียวกับเปโตร?

หากท่านแสวงหาความจริง ความหมาย และวิธีแปลงศรัทธาเป็นการกระทำ หากท่านกำลังมองหาสถานที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เชิญมาเข้าร่วมกับเรา!

หากท่านละทิ้งความเชื่อที่ครั้งหนึ่งท่านเคยน้อมรับ เชิญกลับมาเข้าร่วมกับเราอีกครั้ง!

หากท่านถูกล่อลวงให้ยอมแพ้ ขอให้อยู่ต่ออีกหน่อย มีที่ว่างให้ท่านที่นี่

ข้าพเจ้าวิงวอนทุกท่านที่จะได้ยินหรืออ่านถ้อยคำนี้: เชิญมาร่วมกับเรา เชิญมาสดับฟังสุรเสียงเรียกจากพระคริสต์ผู้สุภาพอ่อนโยน แบกกางเขนของท่านและติดตามพระองค์ไป12

เชิญมาร่วมกับเรา! เพราะที่นี่ท่านจะพบสิ่งล้ำค่าเกินกว่าจะตีราคา

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าที่นี่ท่านจะพบถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์ คำสัญญาถึงพรแห่งการไถ่ ตลอดจนเส้นทางสู่สันติและความสุข

ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนอย่างจริงจังขอให้การค้นหาความจริงของท่านทำให้ความปรารถนาที่จะมาร่วมกับเราติดตรึงอยู่ในใจท่าน ในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

Show References

  1.  

    1. ดู มัทธิว 6:18–19; ฮีลามัน 10:7.

  2.  

    2. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 84:20.

  3.  

    3. ดู 2 นีไฟ 33:10.

  4.  

    4. ดู “ฉันทำความดีบ้างหรือไม่?” เพลงสวด, บทเพลงที่ 109.

  5.  

    5. ดู หลักแห่งความเชื่อข้อ 11.

  6.  

    6. หน้าชื่อเรื่องของพระคัมภีร์มอรมอน; ดู มอรมอน 8:17.

  7.  

    7. ดู ฮีบรู 11:1; แอลมา 32:21.

  8.  

    8. ดู เอฟ. เอฟ. บอสเวิร์ธ, Christ the Healer (1924), 23.

  9.  

    9. เจคอบ 2:8.

  10.  

    10. ดู ยอห์น 6:66.

  11.  

    11. ยอห์น 6:67–68.

  12.  

    12. ดู มัทธิว 16:24.