ข่าวสารจากฝ่ายประธานสูงสุด

ระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา

โดย ประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์

ที่ปรึกษาที่หนึ่งในฝ่ายประธานสูงสุด

พิมพ์ แบ่งปัน
    family at sacrament meeting

    ท่านจะนึกภาพพร้อมข้าพเจ้าได้หรือไม่ขณะศาสดาพยากรณ์โมโรไนจารึกถ้อยคำสุดท้ายของพระคัมภีร์มอรมอนไว้บนแผ่นจารึกทองคำ เขาอยู่คนเดียว เขาเห็นประเทศชาติของเขา ผู้คนของเขา และครอบครัวของเขาล่มสลาย แผ่นดินเป็น “วัฏจักรหนึ่ง” ของสงคราม (มอรมอน 8:8) ทว่าเขามีความหวัง เพราะเขาเห็นวันเวลาของเรา! และในบรรดาทั้งหมดที่เขาเขียนไว้ เขาเชื้อเชิญให้เรา จำ (ดู โมโรไน 10:3)

    ประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์ (1895–1985) ชอบสอนว่าคำสำคัญที่สุดในพจนานุกรมน่าจะเป็นคำว่า จำ เพราะเราทำพันธสัญญากับพระผู้เป็นเจ้า ท่านกล่าว “สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำมากที่สุดคือจดจำ” พันธสัญญาเหล่านั้น1

    ท่านจะพบคำว่า จำ ทั่วพระคัมภีร์ เมื่อนีไฟตักเตือนพี่ๆ ของท่าน ท่านมักจะเชื้อเชิญให้พวกเขาจดจำพระวจนะของพระเจ้าและจดจำว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยชีวิตบรรพบุรุษของพวกเขาอย่างไร (ดู 1 นีไฟ 15:11, 25; 17:40)

    ในคำกล่าวลาครั้งสำคัญของกษัตริย์เบ็นจามิน ท่านใช้คำว่า จำ เจ็ดครั้ง ท่านหวังว่าผู้คนของท่านจะจดจำ “ความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า … และพระคุณความดีและความอดกลั้นของพระองค์” ต่อพวกเขา (โมไซยาห์ 4:11; ดู 2:41; 4:28, 30; 5:11–12 ด้วย)

    เมื่อพระผู้ช่วยให้รอดทรงจัดตั้งศีลระลึก พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เหล่าสาวกรับส่วนเครื่องหมาย “เพื่อเป็นที่ระลึกถึง” การพลีพระชนม์ชีพของพระองค์ (ลูกา 22:19) ในคำสวดอ้อนวอนศีลระลึกทุกครั้งที่ท่านและข้าพเจ้าได้ยิน คำว่า ตลอดเวลา ตามหลังคำว่า ระลึกถึง (ดู คพ. 20:77, 79)

    ข่าวสารของข้าพเจ้าเป็นการเชื้อเชิญแม้ถึงกับขอร้องให้ระลึกถึง ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอแนะสามประการเกี่ยวกับสิ่งที่ท่านจะระลึกถึงในแต่ละสัปดาห์เมื่อท่านรับส่วนเครื่องหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของศีลระลึก ข้าพเจ้าหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านเช่นที่เป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้า

    ระลึกถึงพระเยซูคริสต์

    หนึ่ง ระลึกถึงพระผู้ช่วยให้รอด ระลึกว่าพระองค์ทรงเป็นใครขณะประทับบนแผ่นดินโลก พระองค์ตรัสว่าอย่างไรกับผู้อื่น และพระองค์ทรงแสดงพระเมตตาในการกระทำของพระองค์อย่างไร ระลึกว่าพระองค์ทรงใช้เวลากับใครและพระองค์ทรงสอนอะไร พระผู้ช่วยให้รอด “เสด็จไปทำคุณประโยชน์” (กิจการของอัครทูต 10:38) พระองค์เสด็จเยือนคนเจ็บป่วย พระองค์ตั้งพระทัยทำตามพระประสงค์ของพระบิดา

    เหนือสิ่งอื่นใดเราสามารถระลึกถึงราคาสูงที่พระองค์ทรงจ่ายจากความรักที่ทรงมีต่อเราเพื่อลบคราบบาปของเรา เมื่อเราระลึกถึงพระองค์ ความปรารถนาจะติดตามพระองค์จะเพิ่มขึ้น เราจะต้องการเป็นคนมีน้ำใจมากขึ้น ให้อภัยมากขึ้น เต็มใจแสวงหาพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าและทำตามนั้นมากขึ้น

    ระลึกถึงสิ่งที่ท่านต้องทำให้ดีขึ้น

    เราจะคิดถึงพระผู้ช่วยให้รอด—ความบริสุทธิ์และความดีพร้อมของพระองค์—ได้ยากหากไม่คิดด้วยว่าเราบกพร่องและไม่ดีพร้อมเพียงใดเมื่อเทียบกับพระองค์ เราทำพันธสัญญาว่าจะเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์ แต่เรามักจะไม่บรรลุมาตรฐานสูงดังกล่าว แต่พระผู้ช่วยให้รอดทรงทราบว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้พระองค์ประทานศาสนพิธีแห่งศีลระลึกแก่เรา

    ศีลระลึกมีต้นกำเนิดในการถวายเครื่องพลีบูชาในสมัยพันธสัญญาเดิม ซึ่งรวมถึงการสารภาพบาป (ดู เลวีนิติ 5:5) เราไม่ถวายสัตวบูชาอีกต่อไป แต่เรายังคงสามารถทิ้งบาปของเราได้ พระคัมภีร์เรียกสิ่งนี้ว่าการพลีบูชา “ใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด” (3 นีไฟ 9:20) จงมารับศีลระลึกด้วยใจที่กลับใจ (ดู คพ. 59:12; โมโรไน 6:2) ขณะทำเช่นนั้น ท่านจะได้รับการให้อภัยบาปและท่านจะไม่หลงออกนอกเส้นทางที่จะนำกลับไปหาพระผู้เป็นเจ้า

    ระลึกถึงความก้าวหน้าที่ท่านทำอยู่

    ขณะท่านสำรวจชีวิตตนระหว่างศาสนพิธีศีลระลึก ข้าพเจ้าหวังว่าความคิดท่านจะไม่เพียงจดจ่อกับสิ่งที่ท่านทำผิดแล้วเท่านั้น แต่จดจ่อกับสิ่งที่ท่านทำถูกด้วย—ชั่วขณะที่ท่านรู้สึกว่าพระบิดาบนสวรรค์และพระผู้ช่วยให้รอดพอพระทัยท่าน ท่านอาจจะใช้เวลาสักครู่ระหว่างศีลระลึกทูลขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยให้ท่านเห็นสิ่งเหล่านี้ หากท่านทำเช่นนั้น ข้าพเจ้าสัญญาว่าท่านจะรู้สึกบางอย่าง ท่านจะรู้สึกมีความหวัง

    เมื่อข้าพเจ้าทำเช่นนี้ พระวิญญาณทรงรับรองกับข้าพเจ้าว่าแม้ข้าพเจ้าจะยังห่างไกลความดีพร้อม แต่วันนี้ข้าพเจ้าเป็นคนดีกว่าเมื่อวาน และนี่ทำให้ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าเพราะพระผู้ช่วยให้รอด ข้าพเจ้าจึงสามารถเป็นคนดีขึ้นได้ในวันพรุ่งนี้

    ตลอดเวลา คือยาวนาน และบอกเป็นนัยว่าต้องพยายามจดจ่อมาก ท่านรู้จากประสบการณ์ว่าการตั้งใจคิดถึงสิ่งหนึ่งตลอดเวลานั้นยากเพียงใด แต่ไม่ว่าท่านรักษาสัญญาว่าจะระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลาดีเพียงใด พระองค์ทรงระลึกถึงท่านตลอดเวลา

    พระผู้ช่วยให้รอดทรงทราบความท้าทายของท่าน พระองค์ทรงทราบว่าการมีความห่วงกังวลของชีวิตบีบคั้นท่านนั้นเป็นอย่างไร พระองค์ทรงทราบว่าท่านต้องการพรที่มาจากการระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลาและการเชื่อฟังพระองค์เร่งด่วนเพียงใด—“เพื่อ [ท่าน] จะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับ [ท่าน] ตลอดเวลา” (คพ. 20:77; เน้นตัวเอน)

    ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงต้อนรับท่านกลับมาที่โต๊ะศีลระลึกทุกสัปดาห์ โดยประทานโอกาสให้ท่านเป็นพยานต่อพระองค์อีกครั้งว่าท่านจะระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา

    แสดงข้ออ้างอิง

    อ้างอิง

    1. 1.

      สเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์, “Circles of Exaltation” (ปราศรัยกับนักการศึกษาศาสนาของระบบการศึกษาของศาสนจักร, 28 มิ.ย., 1968), 5.