หลักคำสอนและพันธสัญญา

    หลักคำสอนและพันธสัญญา 

    ภาค ๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ระหว่างการประชุมใหญ่พิเศษของเอ็ลเดอร์ในศาสนจักร, ซึ่งมีขึ้นที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:221–224.) มีการเปิดเผยหลายประการที่ได้รับจากพระเจ้าก่อนเวลานี้, และการรวบรวมการเปิดเผยเหล่านี้เพื่อพิมพ์เป็นเล่มคือประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่ได้รับความเห็นชอบในที่ประชุม. ภาคนี้ประกอบเป็นคำปรารภของพระเจ้าเกี่ยวกับหลักคำสอน, พันธสัญญา, และพระบัญญัติที่ประทานไว้ในสมัยการประทานนี้.

    ๑–๗, เสียงเตือนออกไปสู่ผู้คนทั้งปวง; ๘–๑๖, การละทิ้งความเชื่อและความชั่วร้ายเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๑๗–๒๓, โจเซฟ สมิธ ได้รับเรียกให้ฟื้นฟูความจริงและเดชานุภาพของพระเจ้าสู่แผ่นดินโลก; ๒๔–๓๓, นำพระคัมภีร์มอรมอนออกมาและสถาปนาศาสนจักรที่แท้จริง; ๓๔–๓๖, สันติสุขจะถูกนำไปจากแผ่นดินโลก; ๓๗–๓๙, จงค้นคว้าพระบัญญัติเหล่านี้.

    ภาค ๒

    บางส่วนจากถ้อยคำที่เทพโมโรไนพูดกับโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ขณะอยู่ในบ้านของบิดาท่านศาสดาพยากรณ์ที่แมนเชสเตอร์, รัฐนิวยอร์ก, ค่ำวันที่ ๒๑ กันยายน ค.ศ. ๑๘๒๓ (History of the Church, 1:12). โมโรไนเป็นนักประวัติศาสตร์คนสุดท้ายในลำดับนักประวัติศาสตร์หลายคนที่ทำบันทึกไว้ซึ่งบัดนี้อยู่ต่อหน้าชาวโลก นั่นคือพระคัมภีร์มอรมอน. (เปรียบเทียบมาลาคี ๔: ๕–๖; ดู ภาค ๒๗:๙; ๑๑๐:๑๓–๑๖; และ ๑๒๘:๑๘ ด้วย.)

    , เอลียาห์จะเปิดเผยฐานะปุโรหิต; ๒–๓, คำสัญญาต่อบรรพบุรุษปลูกไว้ในใจของลูกหลาน.

    ภาค ๓

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, เพนน์ซิลเวเนีย, เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๒๘, เกี่ยวกับการสูญเสียต้นฉบับงานแปลส่วนแรกของพระคัมภีร์มอรมอน ๑๑๖ หน้า, ซึ่งเรียกว่าหนังสือของลีไฮ. ท่านศาสดาพยากรณ์ยินยอมให้มาร์ติน แฮร์ริส นำเอกสารดังกล่าวออกไปจากความอารักขาของท่านด้วยความลังเลใจ, ขณะนั้นมาร์ติน แฮร์ริส เป็นผู้จดคำแปลพระคัมภีร์มอรมอนในช่วงเวลาสั้น ๆ ระยะหนึ่ง. การเปิดเผยนี้ประทานผ่านอูริมและทูมมิม. (History of the Church, 1:21–23.) (ดู ภาค ๑๐.)

    ๑–๔, วิถีของพระเจ้าเป็นหนึ่งรอบนิรันดร์; ๕–๑๕, โจเซฟ สมิธ ต้องกลับใจ มิเช่นนั้นจะสูญเสียของประทานแห่งการแปล; ๑๖–๒๐, พระคัมภีร์มอรมอนปรากฏออกมาเพื่อช่วยพงศ์พันธุ์ของลีไฮ.

    ภาค ๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงบิดาท่าน, โจเซฟ สมิธ, ซีเนียร์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:28).

    ๑–๔, การรับใช้อย่างกล้าหาญช่วยผู้ปฏิบัติศาสนกิจของพระเจ้าให้รอด; ๕–๖, คุณลักษณะอย่างพระผู้เป็นเจ้าทำให้คนเหล่านั้นมีคุณสมบัติสำหรับการปฏิบัติศาสนกิจ; , สิ่งทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับพระผู้เป็นเจ้าต้องมีการแสวงหา.

    ภาค ๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๒๙, ตามคำขอของมาร์ติน แฮร์ริส (History of the Church, 1:28–31).

    ๑–๑๐, คนรุ่นนี้จะได้รับพระคำของพระเจ้าผ่านโจเซฟ สมิธ; ๑๑–๑๘, พยานสามคนจะเป็นพยานถึงพระคัมภีร์มอรมอน; ๑๙–๒๐, พระคำของพระเจ้าจะได้รับการพิสูจน์ว่าจริง เหมือนกับในเวลาก่อนหน้านี้; ๒๑–๓๕, ให้มาร์ติน แฮร์ริส กลับใจและเป็นพยานหนึ่งในนั้น.

    ภาค ๖

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และ ออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:32–35). ออลิเวอร์ คาวเดอรีเริ่มงานของเขาในฐานะผู้จดคำแปลพระคัมภีร์มอรมอน, ในวันที่ ๗ เมษายน ค.ศ. ๑๘๒๙. เขาได้รับการแสดงให้ประจักษ์จากสวรรค์ยืนยันความจริงถึงประจักษ์พยานของท่านศาสดาพยากรณ์เกี่ยวกับแผ่นจารึก ซึ่งบนนั้นมีบันทึกพระคัมภีร์มอรมอนจารึกอยู่. ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าโดยผ่านอูริมและทูมมิมและได้รับคำตอบนี้.

    ๑–๖, คนงานในทุ่งของพระเจ้าจะได้ความรอด; ๗–๑๓, ไม่มีของประทานใดยิ่งใหญ่กว่าของประทานแห่งความรอด; ๑๔–๒๗, พยานแห่งความจริงเกิดขึ้นโดยอำนาจของพระวิญญาณ; ๒๘–๓๗, จงดูพระคริสต์, และทำความดีตลอดเวลา.

    ภาค ๗

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๒๙, เมื่อคนทั้งสองทูลถามโดยผ่านอูริมและทูมมิมว่ายอห์น, สานุศิษย์ผู้เป็นที่รัก, ยังอยู่ในเนื้อหนังหรือตายแล้ว. การเปิดเผยเป็นฉบับแปลของบันทึกที่ยอห์นทำไว้บนแผ่นหนังและซ่อนไว้ด้วยตัวท่านเอง (History of the Church, 1:35–36).

    ๑–๓, ยอห์น ผู้เป็นที่รักจะมีชีวิตอยู่จนพระเจ้าเสด็จมา; ๔–๘, เปโตร, ยากอบ, และยอห์น ถือกุญแจพระกิตติคุณ.

    ภาค ๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:36–37). ระหว่างการแปลพระคัมภีร์มอรมอน, ออลิเวอร์, ผู้ยังเป็นคนจดคำแปล, โดยเขียนตามคำที่ท่านศาสดาพยากรณ์บอก, ปรารถนาจะได้รับการประสาทพรด้วยของประทานแห่งการแปล. พระเจ้าทรงตอบรับคำวิงวอนของเขาโดยประทานการเปิดเผยนี้.

    ๑–๕, การเปิดเผยมาโดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์; ๖–๑๒, ความรู้ถึงความลี้ลับของพระผู้เป็นเจ้าและอำนาจในการแปลบันทึกโบราณมาโดยศรัทธา.

    ภาค ๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:37–38). ออลิเวอร์ถูกตักเตือนให้อดทนและให้พอใจที่จะเขียน, ในขณะนั้น, ตามคำบอกของผู้แปล, แทนที่จะพยายามแปล.

    ๑–๖, มีบันทึกโบราณอื่น ๆ ที่ยังจะต้องแปล; ๗–๑๔, พระคัมภีร์มอรมอนแปลโดยศึกษาและโดยการยืนยันทางวิญญาณ.

    ภาค ๑๐

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, ในฤดูร้อน ปี ๑๘๒๘ (History of the Church, 1:20–23). ในนี้พระเจ้าตรัสบอกโจเซฟ ถึงการที่คนชั่วร้ายเปลี่ยนแปลงต้นฉบับ ๑๑๖ หน้าจากงานแปลหนังสือของลีไฮ, ในพระคัมภีร์มอรมอน. ต้นฉบับดังกล่าวหายไปจากการครอบครองของมาร์ติน แฮร์ริส, ซึ่งได้รับการฝากฝังไว้ชั่วคราว. (ดู หัวบทภาค ๓.) แผนการชั่วคือจะคอยให้แปลเรื่องที่อยู่ในหน้าซึ่งถูกขโมยอีกครั้ง และจากนั้นจะทำให้ผู้แปลเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยแสดงให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องต้องกันซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลง. จุดประสงค์ชั่วนี้ซึ่งมารร้ายเป็นต้นคิดและพระเจ้าทรงทราบแม้ขณะที่มอรมอน, นักประวัติศาสตร์สมัยโบราณชาวนีไฟ, กำลังย่อแผ่นจารึกที่เก็บรวบรวมไว้, มีแสดงอยู่ในพระคัมภีร์มอรมอน (ดู ถ้อยคำของมอรมอน ๑:๓–๗).

    ๑–๒๖, ซาตานยั่วยุคนชั่วร้ายให้ต่อต้านงานของพระเจ้า; ๒๗–๓๓, เขาหมายมั่นจะทำลายจิตวิญญาณมนุษย์; ๓๔–๕๒, พระกิตติคุณจะต้องออกไปสู่ชาวเลมันและทุกประชาชาติผ่านพระคัมภีร์มอรมอน; ๕๓–๖๓, พระเจ้าจะทรงสถาปนาศาสนจักรของพระองค์และพระกิตติคุณของพระองค์ท่ามกลางมนุษย์; ๖๔–๗๐, พระองค์จะทรงรวบรวมคนที่กลับใจเข้ามาสู่ศาสนจักรของพระองค์และจะช่วยคนที่เชื่อฟังให้รอด.

    ภาค ๑๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงพี่ชายท่าน ไฮรัม สมิธ, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:39–46). การเปิดเผยนี้ได้รับผ่านอูริมและทูมมิม เป็นการตอบคำวิงวอนและคำทูลถามของโจเซฟ. History of the Church มีข้อมูลที่บ่งบอกว่าการเปิดเผยนี้ได้รับหลังการฟื้นฟูฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน.

    ๑–๖, คนงานในสวนองุ่นของพระเจ้าจะได้ความรอด; ๗–๑๔, จงแสวงหาปัญญา, ป่าวร้องการกลับใจ, วางใจในพระวิญญาณ; ๑๕–๒๒, จงรักษาพระบัญญัติ, และศึกษาพระคำของพระเจ้า; ๒๓–๒๗, จงอย่าปฏิเสธวิญญาณแห่งการเปิดเผยและการพยากรณ์; ๒๘–๓๐, บรรดาผู้ที่รับพระคริสต์จะกลายเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า.

    ภาค ๑๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึง โจเซฟ ไนท์, ซีเนียร์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:47–48). โจเซฟ ไนท์ เชื่อการประกาศของโจเซฟ สมิธ เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านมีแผ่นจารึกพระคัมภีร์มอรมอนอยู่ในครอบครองและงานแปลซึ่งในเวลานั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ และหลายครั้งให้ความช่วยเหลือเป็นสิ่งของแก่โจเซฟ สมิธ และผู้จดคำแปลของท่าน, ซึ่งทำให้พวกท่านสามารถแปลต่อไปได้. เนื่องด้วยการร้องขอจากโจเซฟ ไนท์, ท่านศาสดาพยากรณ์จึงทูลถามพระเจ้าและได้รับการเปิดเผย.

    ๑–๖, คนงานในสวนองุ่นจะได้ความรอด; ๗–๙, ทุกคนที่ปรารถนาและมีความสามารถจะได้ช่วยในงานของพระเจ้า.

    ภาค ๑๓

    การแต่งตั้งโจเซฟ สมิธ และออลิเวอร์ คาวเดอรี สู่ฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนที่ริมฝั่งแม่น้ำซัสเควฮันนา, ใกล้ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:39–42). การแต่งตั้งกระทำโดยมือของเทพผู้ประกาศตนว่าคือยอห์น, ผู้เดียวกันกับที่เรียกกันในภาคพันธสัญญาใหม่ว่า ยอห์น ผู้ถวายบัพติศมา. เทพอธิบายว่าท่านกระทำภายใต้การกำกับดูแลของเปโตร, ยากอบ, และยอห์น, อัครสาวกสมัยโบราณ, ผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิตระดับสูงกว่า, ซึ่งเรียกว่าฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค. มีสัญญาให้ไว้แก่โจเซฟ และออลิเวอร์ว่า ในเวลาอันสมควรคนทั้งสองจะได้รับการประสาทฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค. (ดู ภาค ๒๗:๗, ๘, ๑๒.)

    นำเสนอกุญแจและอำนาจฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน.

    ภาค ๑๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงเดวิด วิตเมอร์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:48–50). ครอบครัววิตเมอร์เกิดมีความสนใจการแปลพระคัมภีร์มอรมอนเป็นอย่างยิ่ง. ท่านศาสดาพยากรณ์มาอาศัยอยู่บ้านปีเตอร์ วิตเมอร์, ซีเนียร์, ที่ซึ่งท่านพำนักอยู่จนงานแปลดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้นและจดทะเบียนลิขสิทธิ์หนังสือที่จะพิมพ์ออกมา. บุตรสามคนจากพี่น้องในครอบครัววิตเมอร์, ต่างก็ได้รับประจักษ์พยานถึงความแท้จริงของงาน, มีความห่วงใยอย่างมากในหน้าที่ของเขาแต่ละคน. การเปิดเผยครั้งนี้และอีกสองครั้งต่อมา (ภาค ๑๕ และ ๑๖) เป็นคำตอบที่ได้รับจากการทูลถามโดยผ่านอูริมและทูมมิม. ต่อมาเดวิด วิตเมอร์เป็นหนึ่งในพยานสามคนให้แก่พระคัมภีร์มอรมอน.

    ๑–๖, คนงานในสวนองุ่นจะได้ความรอด; ๗–๘, ชีวิตนิรันดร์คือของสำคัญที่สุดในบรรดาของประทานของพระผู้เป็นเจ้า; ๙–๑๑, พระคริสต์ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก.

    ภาค ๑๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงจอห์น วิตเมอร์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:50). (ดู หัวบทภาค ๑๔.) เป็นข่าวสารลึกซึ้งและน่าประทับใจในความเป็นส่วนตัวตรงที่ว่าพระเจ้าตรัสบอกเรื่องที่จอห์น วิตเมอร์ และพระองค์เท่านั้นจะรู้ได้. ต่อมาจอห์น วิตเมอร์ เป็นหนึ่งในพยานแปดคนให้แก่พระคัมภีร์มอรมอน.

    ๑–๒, พระพาหุของพระเจ้าแผ่ไพศาลไปทั้งแผ่นดินโลก; ๓–๖, การสั่งสอนพระกิตติคุณและช่วยจิตวิญญาณให้รอดเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด.

    ภาค ๑๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงปีเตอร์ วิตเมอร์, จูเนียร์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:51). (ดู หัวบทภาค ๑๔.) ต่อมาปีเตอร์ วิตเมอร์, จูเนียร์, เป็นหนึ่งในพยานแปดคนให้แก่พระคัมภีร์มอรมอน.

    ๑–๒, พระพาหุของพระเจ้าแผ่ไพศาลไปทั้งแผ่นดินโลก; ๓–๖, การสั่งสอนพระกิตติคุณและช่วยจิตวิญญาณให้รอดเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุด.

    ภาค ๑๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงออลิเวอร์ คาวเดอรี, เดวิด วิตเมอร์, และมาร์ติน แฮร์ริส, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๒๙, ก่อนที่พวกเขาจะเห็นแผ่นจารึกพร้อมอักขระซึ่งมีบันทึกพระคัมภีร์มอรมอน (History of the Church, 1:52–57). โจเซฟ และออลิเวอร์ คาวเดอรี, ผู้จดคำแปลของท่าน, เรียนรู้จากการแปลแผ่นจารึกพระคัมภีร์มอรมอนว่าจะทรงกำหนดพยานพิเศษสามคนไว้ (ดู อีเธอร์ ๕:๒–๔; ๒ นีไฟ ๑๑:๓; ๒๗:๑๒). ความปรารถนาอันเกิดจากแรงบันดาลใจน้อมนำให้ออลิเวอร์ คาวเดอรี, เดวิด วิตเมอร์, และมาร์ติน แฮร์ริส เป็นพยานพิเศษสามคนนี้. ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้า, และการเปิดเผยนี้ได้รับเป็นคำตอบผ่านอูริมและทูมมิม.

    ๑–๔, โดยผ่านศรัทธา พยานสามคนจะเห็นแผ่นจารึกและสิ่งของศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ; ๕–๙, พระคริสต์ทรงแสดงประจักษ์พยานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระคัมภีร์มอรมอน.

    ภาค ๑๘

    การเปิดเผยแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ออลิเวอร์ คาวเดอรี, และเดวิด วิตเมอร์, ซึ่งประทานให้ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๒๙ (History of the Church, 1:60–64). เมื่อรับการประสาทฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน, ก็ได้รับสัญญาว่าจะประทานฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค (ดู หัวบทภาค ๑๓). เพื่อตอบคำวิงวอนขอความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้, พระเจ้าจึงประทานการเปิดเผยนี้.

    ๑–๕, พระคัมภีร์แสดงวิธีเสริมสร้างศาสนจักร; ๖–๘, โลกกำลังสุกงอมในความชั่วช้าสามานย์; ๙–๑๖, ค่าของจิตวิญญาณยิ่งใหญ่; ๑๗–๒๕, เพื่อได้ความรอด, มนุษย์ต้องน้อมรับพระนามของพระคริสต์; ๒๖–๓๖, เปิดเผยการเรียกและพันธกิจของอัครสาวกสิบสอง; ๓๗–๓๙, ออลิเวอร์ คาวเดอรี และเดวิด วิตเมอร์ ต้องค้นหาอัครสาวกสิบสอง; ๔๐–๔๗, เพื่อให้ได้ความรอด, มนุษย์ต้องกลับใจ, รับบัพติศมา, และรักษาพระบัญญัติ.

    ภาค ๑๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ, ที่แมนเชสเตอร์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:72–74). ในประวัติของท่าน, ท่านศาสดาพยากรณ์นำเสนอว่าเป็น “พระบัญญัติจากพระผู้เป็นเจ้าและไม่ใช่จากมนุษย์, ให้แก่มาร์ติน แฮร์ริส, ประทานโดยพระองค์ผู้ทรงเป็นนิรันดร์” (History of the Church, 1:72).

    ๑–๓, พระคริสต์ทรงมีเดชานุภาพทั้งมวล; ๔–๕, คนทั้งปวงต้องกลับใจหรือไม่ก็ทนทุกข์; ๖–๑๒, การลงโทษนิรันดร์คือการลงโทษของพระผู้เป็นเจ้า; ๑๓–๒๐, พระคริสต์ทรงทนทุกข์เพื่อคนทั้งปวง, เพื่อพวกเขาจะไม่ต้องทนทุกข์ถ้าพวกเขากลับใจ; ๒๑–๒๘, จงสั่งสอนพระกิตติคุณแห่งการกลับใจ; ๒๙–๔๑, จงประกาศข่าวอันน่ายินดี.

    ภาค ๒๐

    การเปิดเผยเกี่ยวกับการวางระเบียบและการปกครองของศาสนจักร, ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:64–70). ก่อนบันทึกของท่านถึงการเปิดเผยนี้ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า, “เราได้รับจากพระองค์ [พระเยซูคริสต์] ดังที่จะกล่าวต่อไปนี้, โดยวิญญาณแห่งการพยากรณ์และการเปิดเผย; ซึ่งไม่เพียงให้เราได้รับความรู้มาก, แต่ยังบ่งชี้วันแน่นอนแก่เราซึ่ง, ตามพระประสงค์และพระบัญชาของพระองค์, เราจะเริ่มวางระเบียบศาสนจักรของพระองค์ที่นี่อีกครั้งหนึ่งบนแผ่นดินโลก” (History of the Church, 1:64).

    ๑–๑๖, พระคัมภีร์มอรมอนพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ของงานในยุคสุดท้าย; ๑๗–๒๘, พระเจ้าทรงประกาศยืนยันหลักคำสอนของการสร้าง, การตก, การชดใช้, และบัพติศมา; ๒๙–๓๗, ทรงนำเสนอกฎที่ครอบคลุมเรื่องการกลับใจ, การรับรองความชอบธรรม, การชำระให้บริสุทธิ์, และบัพติศมา; ๓๘–๖๗, ทรงสรุปหน้าที่ของเอ็ลเดอร์, ปุโรหิต, ผู้สอน, และมัคนายก; ๖๘–๗๔, ทรงเปิดเผยหน้าที่ของสมาชิก, การให้พรเด็ก, และวิธีบัพติศมา; ๗๕–๘๔, ประทานคำสวดศีลระลึกและระเบียบปฏิบัติในการปกครองสมาชิกภาพของศาสนจักร.

    ภาค ๒๑

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, วันที่ ๖ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:74–79). การเปิดเผยนี้ประทานให้เมื่อจัดตั้งศาสนจักร, ในวันที่ดังกล่าว, ในบ้านของปีเตอร์ วิตเมอร์, ซีเนียร์. ชายหกคน, ซึ่งรับบัพติศมาก่อนหน้านี้, มีส่วนร่วมด้วย. โดยมติเป็นเอกฉันท์คนเหล่านี้แสดงออกถึงความปรารถนาและความตั้งใจที่จะจัดตั้ง, ให้เป็นไปตามพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า (ดู ภาค ๒๐). คนเหล่านั้นออกเสียงยอมรับและสนับสนุนโจเซฟ สมิธ, จูเนียร์, และออลิเวอร์ คาวเดอรีเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมของศาสนจักรด้วย. จากนั้น โดยการวางมือ, โจเซฟแต่งตั้งออลิเวอร์เป็นเอ็ลเดอร์ของศาสนจักร, และออลิเวอร์แต่งตั้งโจเซฟในวิธีเดียวกัน. หลังจากการปฏิบัติพิธีศีลระลึก, โจเซฟและออลิเวอร์วางมือบนผู้มีส่วนร่วมทีละคนเพื่อประสาทพระวิญญาณบริสุทธิ์และเพื่อยืนยันให้แต่ละคนเป็นสมาชิกของศาสนจักร.

    ๑–๓, โจเซฟ สมิธ ได้รับเรียกให้เป็นผู้หยั่งรู้, ผู้แปล, ศาสดาพยากรณ์, อัครสาวก, และเอ็ลเดอร์; ๔–๘, คำของท่านจะนำทางอุดมการณ์ของไซอัน; ๙–๑๒, วิสุทธิชนจะเชื่อถ้อยคำท่านเมื่อท่านพูดโดยพระผู้ปลอบโยน.

    ภาค ๒๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่แมนเชสเตอร์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:79–80). การเปิดเผยนี้ประทานแก่ศาสนจักรเนื่องจากบางคนที่รับบัพติศมาก่อนหน้านี้ปรารถนาจะเข้ามาในศาสนจักรโดยไม่รับบัพติศมาใหม่.

    , บัพติศมาคือพันธสัญญาใหม่และเป็นนิจ; ๒–๔, บัพติศมาที่ถูกต้องตามสิทธิอำนาจคือสิ่งจำเป็น.

    ภาค ๒๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่แมนเชสเตอร์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนเมษายน ค.ศ. ๑๘๓๐, ถึงออลิเวอร์ คาวเดอรี; ไฮรัม สมิธ; แซมิวเอล เอช. สมิธ; โจเซฟ สมิธ, ซีเนียร์; และโจเซฟ ไนท์, ซีเนียร์ (History of the Church, 1:80). เนื่องจากบุคคลทั้งห้าที่กล่าวนามมา มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะรู้หน้าที่ของพวกเขาแต่ละคน, ท่านศาสดาพยากรณ์จึงทูลถามพระเจ้าและได้รับการเปิดเผยนี้.

    ๑–๗, สานุศิษย์ในยุคต้น ๆ เหล่านี้ได้รับเรียกให้สั่งสอน, ตักเตือน, และเสริมสร้างความมั่นคงแก่ศาสนจักร.

    ภาค ๒๔

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์และออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:101–103). แม้เวลาผ่านไปยังไม่ถึงสี่เดือนนับแต่จัดตั้งศาสนจักร, การข่มเหงก็รุนแรงขึ้น, และบรรดาผู้นำต้องเก็บตัวในบางเวลาเพื่อความปลอดภัย. การเปิดเผยสามครั้งดังต่อไปนี้ประทานให้ในเวลานี้เพื่อบำรุงขวัญ, กำลังใจ, และสอนพวกเขา.

    ๑–๙, โจเซฟ สมิธ ได้รับเรียกให้แปล, สั่งสอน, และอรรถาธิบายพระคัมภีร์; ๑๐–๑๒, ออลิเวอร์ คาวเดอรี ได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณ; ๑๓–๑๙, มีการเปิดเผยกฎเกี่ยวกับปาฏิหาริย์, การสาปแช่ง, สลัดฝุ่นจากเท้า, และออกไปโดยไม่มีกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าสัมภาระ.

    ภาค ๒๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:103–104). (ดู หัวบทภาค ๒๔.) การเปิดเผยนี้แสดงให้ประจักษ์ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าต่อเอ็มมา สมิธ, ภริยาของท่านศาสดาพยากรณ์.

    ๑–๖, เอ็มมา สมิธ, สตรีผู้ที่ทรงเลือกไว้, ได้รับเรียกให้ช่วยเหลือและปลอบโยนสามีของเธอ; ๗–๑๑, เธอได้รับเรียกให้บันทึก, อรรถาธิบายพระคัมภีร์, และเลือกเพลงสวด; ๑๒–๑๔, เพลงจากคนชอบธรรมเป็นคำสวดอ้อนวอนพระเจ้า; ๑๕–๑๖, บรรดาหลักธรรมแห่งการเชื่อฟังในการเปิดเผยนี้ประยุกต์ใช้ได้กับทุกคน.

    ภาค ๒๖

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ออลิเวอร์ คาวเดอรี, และจอห์น วิตเมอร์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:104). (ดู หัวบทภาค ๒๔.)

    , พวกเขาได้รับคำแนะนำให้ศึกษาพระคัมภีร์และสั่งสอน; , กฎแห่งความเห็นชอบร่วมกันได้รับอนุมัติ.

    ภาค ๒๗

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฮาร์โมนีย์, รัฐเพนน์ซิลเวเนีย, เดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:106–108). ในการเตรียมเพื่อประชุมทางศาสนาซึ่งในนั้นจะปฏิบัติพิธีศีลระลึกด้วยขนมปังและเหล้าองุ่น, โจเซฟออกไปหาเหล้าองุ่น. ท่านพบผู้ส่งสารจากสวรรค์และได้รับการเปิดเผยนี้, ส่วนหนึ่งเขียนไว้ในเวลานั้น และที่เหลือเขียนในเดือนกันยายนต่อมา. ปัจจุบันนี้ใช้น้ำแทนเหล้าองุ่นในการประชุมที่ประกอบพิธีศีลระลึกของศาสนจักร.

    ๑–๔, อธิบายถึงเครื่องหมายที่จะใช้ในการรับส่วนศีลระลึก; ๕–๑๔, พระคริสต์และผู้รับใช้ของพระองค์จากทุกสมัยการประทานจะรับส่วนศีลระลึก; ๑๕–๑๘, จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระผู้เป็นเจ้า.

    ภาค ๒๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงออลิเวอร์ คาวเดอรี, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:109–111). ไฮรัม เพจ, สมาชิกของศาสนจักร, มีศิลาก้อนหนึ่ง และอ้างว่าได้รับการเปิดเผยโดยความช่วยเหลือจากศิลาก้อนนั้นเกี่ยวกับการเสริมสร้างไซอันและระเบียบของศาสนจักร. สมาชิกหลายคนถูกหลอก เพราะการกล่าวอ้างเหล่านี้, และแม้แต่ออลิเวอร์ คาวเดอรี ก็ได้รับอิทธิพลผิด ๆ จากการนี้. ก่อนการประชุมใหญ่ครั้งหนึ่งที่กำหนดไว้, ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว, และได้รับการเปิดเผยต่อไปนี้.

    ๑–๗, โจเซฟ สมิธ ถือกุญแจแห่งความลี้ลับ, และท่านเป็นผู้เดียวที่ได้รับการเปิดเผยสำหรับศาสนจักร; ๘–๑๐, ออลิเวอร์ คาวเดอรี ต้องไปสั่งสอนชาวเลมัน; ๑๑–๑๖, ซาตานหลอกลวงไฮรัม เพจ และให้การเปิดเผยเท็จแก่เขา.

    ภาค ๒๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ต่อหน้าเอ็ลเดอร์หกคน, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:111–115). การเปิดเผยนี้ประทานให้ไม่นานก่อนการประชุมใหญ่, ซึ่งเริ่มวันที่ ๒๖ กันยายน ค.ศ. ๑๘๓๐.

    ๑–๘, พระคริสต์ทรงรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกไว้; ๙–๑๑, การเสด็จมาของพระองค์ทำให้มิลเลเนียมเริ่มต้น; ๑๒–๑๓, อัครสาวกสิบสองจะพิพากษาอิสราเอลทั้งปวง; ๑๔–๒๑, เครื่องหมาย, ภัยพิบัติ, และความรกร้างว่างเปล่าจะเกิดขึ้นก่อนการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๒๒–๒๘, การฟื้นคืนชีวิตครั้งสุดท้ายและการพิพากษาท้ายสุดจะเกิดขึ้นหลังมิลเลเนียม; ๒๙–๓๕, สิ่งทั้งปวงเป็นเรื่องทางวิญญาณสำหรับพระเจ้า; ๓๖–๓๙, มารและไพร่พลของเขาถูกขับออกจากสวรรค์เพื่อล่อลวงมนุษย์; ๔๐–๔๕, การตกและการชดใช้ทำให้เกิดความรอด; ๔๖–๕๐, เด็กเล็ก ๆ ได้รับการไถ่โดยผ่านการชดใช้.

    ภาค ๓๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงเดวิด วิตเมอร์, ปีเตอร์ วิตเมอร์, จูเนียร์, และจอห์น วิตเมอร์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๘๓๐, หลังจากการประชุมใหญ่สามวันที่เฟเยทท์, แต่เป็นเวลาก่อนที่เอ็ลเดอร์ของศาสนจักรแยกย้ายกันไป (History of the Church, 1:115–116). ในตอนแรก เนื้อหานี้ตีพิมพ์เป็นการเปิดเผยสามเรื่อง; ท่านศาสดาพยากรณ์รวบรวมเข้ามาไว้ในภาคเดียวสำหรับหลักคำสอนและพันธสัญญาฉบับที่พิมพ์ในปี ๑๘๓๕.

    ๑–๔, เดวิด วิตเมอร์ ถูกตีสอนเพราะไม่สามารถรับใช้อย่างขยันหมั่นเพียร; ๕–๘, ปีเตอร์ วิตเมอร์, จูเนียร์, จะต้องไปพร้อมกับออลิเวอร์ คาวเดอรีเพื่อรับใช้ในงานเผยแผ่ต่อชาวเลมัน; ๙–๑๑, จอห์น วิตเมอร์ ได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณ.

    ภาค ๓๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงโธมัส บี. มาร์ช, เดือนกันยายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:115–117). เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นทันทีหลังการประชุมใหญ่ของศาสนจักร (ดู หัวบทภาค ๓๐). โธมัส บี. มาร์ช รับบัพติศมาต้นเดือนนั้นและได้รับแต่งตั้งเป็นเอ็ลเดอร์ในศาสนจักรแล้วก่อนการเปิดเผยครั้งนี้.

    ๑–๖, โธมัส บี. มาร์ช ได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณและพระเจ้าทรงยืนยันสวัสดิภาพของครอบครัวเขา; ๗–๑๓, เขาได้รับคำแนะนำให้อดทน, สวดอ้อนวอนเสมอ, และปฏิบัติตามพระผู้ปลอบโยน.

    ภาค ๓๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงพาร์ลีย์ พี. แพรทท์ และซีบา พีเตอร์สัน, เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:118–120). บรรดาเอ็ลเดอร์รู้สึกมีความสนใจและความปรารถนาอย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับชาวเลมัน, ซึ่งศาสนจักรเรียนรู้จากพระคัมภีร์มอรมอนว่ามีการทำนายถึงพรของพวกเขาไว้. ด้วยเหตุนี้, จึงมีการทูลวิงวอนเพื่อพระเจ้าจะทรงแสดงพระประสงค์ให้รู้ว่าเอ็ลเดอร์ควรไปยังบรรดาเผ่าอินเดียนแดงในเขตตะวันตกหรือไม่ขณะนั้น. การเปิดเผยเกิดขึ้นในเวลาต่อมา.

    ๑–๓, พาร์ลีย์ พี. แพรทท์และซีบา พีเตอร์สัน ได้รับเรียกให้สั่งสอนชาวเลมันและให้ไปกับออลิเวอร์ คาวเดอรีและปีเตอร์ วิตเมอร์, จูเนียร์; ๔–๕, พวกเขาต้องสวดอ้อนวอนเพื่อให้เข้าใจพระคัมภีร์.

    ภาค ๓๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงเอซรา เธเยอร์ และนอร์ธรอพ สวีท, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:126–127). ระหว่างที่บันทึกการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์ประกาศยืนยันว่า … พระเจ้าทรงพร้อมเสมอที่จะสอนคนที่แสวงหาอย่างขยันหมั่นเพียรด้วยศรัทธา (History of the Church, 1:126).

    ๑–๔, คนงานได้รับเรียกให้ประกาศพระกิตติคุณในโมงที่สิบเอ็ด; ๕–๖, ศาสนจักรได้รับการสถาปนา, และจะทรงรวบรวมผู้ที่ทรงเลือกไว้; ๗–๑๐, จงกลับใจ, เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์อยู่แค่เอื้อม; ๑๑–๑๕, ศาสนจักรสร้างไว้บนศิลาแห่งกิตติคุณ; ๑๖–๑๘, จงเตรียมรับการมาของเจ้าบ่าว.

    ภาค ๓๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงออร์สัน แพรทท์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, วันที่ ๔ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:127–128). เวลานั้นบราเดอร์แพรทท์อายุสิบเก้าปี. เขาเปลี่ยนใจเลื่อมใสและรับบัพติศมาเมื่อครั้งแรกที่ได้ฟังการสั่งสอนพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูจากพาร์ลีย์ พี. แพรทท์, พี่ชายของเขา หกอาทิตย์ก่อนหน้านี้. การเปิดเผยครั้งนี้ได้รับที่บ้านของปีเตอร์ วิตเมอร์, ซีเนียร์.

    ๑–๔, คนซื่อสัตย์จะมาเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้าโดยผ่านการชดใช้; ๕–๙, การสั่งสอนพระกิตติคุณเตรียมมรรคารับการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๑๐–๑๒, การพยากรณ์เกิดขึ้นโดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์.

    ภาค ๓๕

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่เฟเยทท์หรือใกล้เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:128–131). ในช่วงเวลานี้, ท่านศาสดาพยากรณ์กำลังหมกมุ่นอยู่กับการแปลพระคัมภีร์ไบเบิลเกือบทุกวัน. งานแปลในช่วงแรกเริ่มต้นราว ๆ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๐, และทั้งออลิเวอร์ คาวเดอรี และจอห์น วิตเมอร์ เป็นผู้จดคำแปล. ในเมื่อขณะนี้พวกเขาได้รับเรียกให้ทำหน้าที่อื่น, ซิดนีย์ ริกดัน ได้รับเรียกโดยการกำหนดจากสวรรค์ให้เป็นผู้จดคำแปลของท่านศาสดาพยากรณ์ในงานนี้ (ดู ข้อ ๒๐). เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับบันทึกของเขาเกี่ยวกับการเปิดเผยครั้งนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า : “ในเดือนธันวาคม ซิดนีย์ ริกดัน มา [จากรัฐโอไฮโอ] เพื่อทูลถามพระเจ้า, และเอดเวิร์ด พาร์ทริจมากับเขา … หลังจากพี่น้องชายสองคนนี้มาถึงไม่นาน, พระเจ้าตรัสไว้ดังนี้” (History of the Church, 1:128).

    ๑–๒, มนุษย์จะมาเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้าได้อย่างไร; ๓–๗, ซิดนีย์ ริกดัน ได้รับเรียกให้บัพติศมาและมอบพระวิญญาณบริสุทธิ์; ๘–๑๒, เครื่องหมายและปาฏิหาริย์กระทำโดยศรัทธา; ๑๓–๑๖, ผู้รับใช้ของพระเจ้าจะย่ำประชาชาติให้หลุดออกจากรวงด้วยอำนาจของพระวิญญาณ; ๑๗–๑๙, โจเซฟ สมิธ ถือกุญแจแห่งความลี้ลับ; ๒๐–๒๑, ผู้ที่ทรงเลือกไว้จะยังทนอยู่ในวันแห่งการเสด็จมาของพระองค์; ๒๒–๒๗, อิสราเอลจะได้รับการช่วยให้รอด.

    ภาค ๓๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงเอดเวิร์ด พาร์ทริจ, ใกล้เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:131). (ดู หัวบทภาค ๓๕.) ท่านศาสดาพยากรณ์กล่าวว่าเอดเวิร์ด พาร์ทริจ “เป็นแบบฉบับของความเคร่งครัดทางศาสนา, และเป็นมหาบุรุษคนหนึ่งของพระเจ้า” (History of the Church, 1:128).

    ๑–๓, พระเจ้าทรงวางพระหัตถ์ของพระองค์บนเอดเวิร์ด พาร์ทริจ โดยมือของซิดนีย์ ริกดัน; ๔–๘, ชายทุกคนที่รับพระกิตติคุณและฐานะปุโรหิตพึงได้รับเรียกให้ออกไปสั่งสอน.

    ภาค ๓๗

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ใกล้เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๐ (History of the Church, 1:139). ในนี้ประทานพระบัญญัติข้อแรกเกี่ยวกับการรวมในสมัยการประทานนี้.

    ๑–๔, พระเจ้าทรงเรียกให้วิสุทธิชนไปรวมกันที่รัฐโอไฮโอ.

    ภาค ๓๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, วันที่ ๒ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:140–143). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการประชุมใหญ่ของศาสนจักร.

    ๑–๖, พระคริสต์ทรงสร้างสิ่งทั้งปวง; ๗–๘, พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลางวิสุทธิชนของพระองค์, ผู้ที่จะเห็นพระองค์ในไม่ช้า; ๙–๑๒, เนื้อหนังทั้งปวงเสื่อมโทรมต่อพระพักตร์พระองค์; ๑๓–๒๒, พระองค์ทรงสงวนแผ่นดินแห่งคำสัญญาไว้ให้วิสุทธิชนของพระองค์ในกาลเวลาและในนิรันดร; ๒๓–๒๗, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและนับถือกันเสมือนพี่น้อง; ๒๘–๒๙, มีการทำนายถึงสงครามต่าง ๆ; ๓๐–๓๓, วิสุทธิชนจะได้รับอำนาจจากเบื้องบนและต้องออกไปในบรรดาประชาชาติทั้งปวง; ๓๔–๔๒, ศาสนจักรได้รับบัญชาให้เอาใจใส่คนจนและคนขัดสนและให้แสวงหาความมั่งคั่งแห่งนิรันดร.

    ภาค ๓๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงเจมส์ โควิลล์, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, วันที่ ๕ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:143–145). เจมส์ โควิลล์, ซึ่งเป็นศาสนาจารย์นิกายแบปทิสต์เป็นเวลาประมาณสี่สิบปี, ทำพันธสัญญากับพระเจ้าว่าเขาจะเชื่อฟังพระบัญญัติใดก็ตามที่พระเจ้าจะประทานแก่เขาผ่านโจเซฟ ศาสดาพยากรณ์.

    ๑–๔, วิสุทธิชนมีพลังเพื่อมาเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า; ๕–๖, การรับพระกิตติคุณคือการรับพระคริสต์; ๗–๑๔, เจมส์ โควิลล์ ได้รับบัญชาให้รับบัพติศมาและทำงานในสวนองุ่นของพระเจ้า; ๑๕–๒๑, ผู้รับใช้ของพระเจ้าต้องสั่งสอนพระกิตติคุณก่อนการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๒๒–๒๔, พระเจ้าจะทรงรวมผู้ที่รับพระกิตติคุณไว้ในกาลเวลาและในนิรันดร.

    ภาค ๔๐

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่เฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก, เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:145). ก่อนบันทึกการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนว่า : “เนื่องจากเจมส์ โควิลล์ ปฏิเสธคำของพระเจ้า, และกลับไปหาหลักธรรมและผู้คนเดิม ๆ, พระเจ้าจึงประทานการเปิดเผยต่อไปนี้แก่ข้าพเจ้าและซิดนีย์ ริกดัน” (History of the Church, 1:145).

    ๑–๓, ความกลัวการข่มเหงและความกังวลทางโลกทำให้เกิดการปฏิเสธพระกิตติคุณ.

    ภาค ๔๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:146–147). สาขาเคิร์ทแลนด์ของศาสนจักรขณะนี้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว. เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า “สมาชิกเหล่านั้น … ขวนขวายทำตามพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า, เท่าที่พวกเขาทราบ, ถึงแม้ว่ามีความคิดแปลก ๆ และวิญญาณเท็จบางอย่างคืบคลานเข้ามาในบรรดาพวกเขา. … [และ] พระเจ้าประทานเรื่องต่อไปนี้แก่ศาสนจักร” (History of the Church, 1:146–147).

    ๑–๓, เอ็ลเดอร์จะปกครองศาสนจักรโดยวิญญาณแห่งการเปิดเผย; ๔–๖, สานุศิษย์ที่แท้จริงจะรับและรักษากฎของพระเจ้า; ๗–๑๒, เอดเวิร์ด พาร์ทริจ ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการสำหรับศาสนจักร.

    ภาค ๔๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:148–154). สิ่งนี้ได้รับต่อหน้าเอ็ลเดอร์สิบสองคน และในสัมฤทธิผลแห่งสัญญาของพระเจ้าซึ่งทรงให้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะประทาน “กฎ” ให้ในโอไฮโอ (ดู ภาค ๓๘:๓๒). ท่านศาสดาพยากรณ์ระบุว่าการเปิดเผยนี้ “ประกอบด้วยกฎของศาสนจักร” (History of the Church, 1:148).

    ๑–๑๐, เอ็ลเดอร์ได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณ, ให้บัพติศมาผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใส, และเสริมสร้างศาสนจักร; ๑๑–๑๒, พวกเขาต้องได้รับเรียกและได้รับแต่งตั้งและต้องสอนหลักธรรมของพระกิตติคุณที่อยู่ในพระคัมภีร์; ๑๓–๑๗, พวกเขาต้องสอนและพยากรณ์โดยอำนาจของพระวิญญาณ; ๑๘–๒๙, วิสุทธิชนได้รับบัญชาไม่ให้ฆ่า, ลักขโมย, กล่าวเท็จ, มีตัณหาราคะ, ประพฤติล่วงประเวณี, พูดให้ร้ายผู้อื่น; ๓๐–๓๙, มีการนำเสนอกฎที่ครอบคลุมเรื่องการอุทิศถวายทรัพย์สิน; ๔๐–๔๒, พระเจ้าทรงกล่าวโทษความทะนงตนและความเกียจคร้าน; ๔๓–๕๒, คนป่วยต้องได้รับการรักษาหายโดยการปฏิบัติต่อพวกเขาและโดยศรัทธา; ๕๓–๖๐, พระคัมภีร์ปกครองศาสนจักรและต้องประกาศต่อโลก; ๖๑–๖๙, พระเจ้าจะทรงเปิดเผยสถานที่ของเยรูซาเล็มใหม่และความลี้ลับแห่งอาณาจักร; ๗๐–๗๓, ทรัพย์สินที่อุทิศถวายไว้จะต้องใช้เพื่อเกื้อหนุนเจ้าหน้าที่ของศาสนจักร; ๗๔–๙๓, มีการนำเสนอกฎที่ครอบคลุมเรื่องการผิดประเวณี, การล่วงประเวณี, การฆ่า, การลักขโมย, และการสารภาพบาป.

    ภาค ๔๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:154–156). ในเวลานี้สมาชิกบางคนของศาสนจักรว้าวุ่นใจเนื่องจากมีผู้คนกุเรื่องเท็จว่าเป็นผู้เปิดเผย. ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าและได้รับการสื่อสารนี้ถึงเอ็ลเดอร์ของศาสนจักร. ส่วนแรกเกี่ยวกับเรื่องการปกครองของศาสนจักร; ส่วนหลังมีคำเตือนว่าเอ็ลเดอร์ต้องให้แก่ประชาชาติของแผ่นดินโลก.

    ๑–๗, การเปิดเผยและพระบัญญัติมาโดยผ่านผู้ที่ทรงกำหนดไว้เท่านั้น; ๘–๑๔, วิสุทธิชนได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยกระทำในความบริสุทธิ์อย่างหมดจดต่อพระพักตร์พระเจ้า; ๑๕–๒๒, พระเจ้าทรงส่ง เอ็ลเดอร์ออกไปป่าวร้องการกลับใจและเตรียมมนุษย์สำหรับวันสำคัญยิ่งของพระเจ้า; ๒๓–๒๘, พระเจ้าทรงเรียกหามนุษย์ด้วยสุรเสียงของพระองค์เองและผ่านพลังธรรมชาติ; ๒๙–๓๕, มิลเลเนียมและการพันธนาการซาตานจะเกิดขึ้น.

    ภาค ๔๔

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:157). เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่นำเสนอไว้ในนี้, ศาสนจักรจึงกำหนดให้มีการประชุมใหญ่ต้นเดือนมิถุนายนที่จะถึง.

    ๑–๓, เอ็ลเดอร์ต้องร่วมชุมนุมกันในการประชุมใหญ่; ๔–๖, พวกเขาต้องวางระเบียบตามกฎของแผ่นดินและดูแลคนยากจน.

    ภาค ๔๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๗ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:158–163). เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับบันทึกของท่านเกี่ยวกับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์แถลงว่า “ศาสนจักรในยุคสมัยนี้ … มีรายงานเท็จ … และเรื่องโง่เขลา, ตีพิมพ์ … และแพร่สะพัดออกมามาก, … เพื่อกีดกันผู้คนมิให้มาสนใจงาน, หรือน้อมรับความเชื่อ … แต่ยังความปรีดีแก่วิสุทธิชน, … ข้าพเจ้าได้รับดังนี้” (History of the Church, 1:158).

    ๑–๕, พระคริสต์ทรงเป็นผู้วิงวอนพระบิดาแทนเรา; ๖–๑๐, พระกิตติคุณคือผู้ส่งสารที่เตรียมมรรคาไว้ก่อนพระเจ้า; ๑๑–๑๕, พระเจ้าทรงรับเอโนคและพี่น้องท่านไว้กับพระองค์; ๑๖–๒๓, พระคริสต์ทรงเปิดเผยเครื่องหมายแห่งการเสด็จมาของพระองค์ตามที่ประทานไว้บนภูเขามะกอกเทศ; ๒๔–๓๘, พระกิตติคุณจะได้รับการฟื้นฟู, เวลาของคนต่างชาติจะสิ้นสุดลง, และโรคภัยแห่งวิปโยคจะปกคลุมแผ่นดิน; ๓๙–๔๗, เครื่องหมาย, การอันน่าพิศวง, และการฟื้นคืนพระชนม์จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๔๘–๕๓, พระคริสต์จะทรงยืนบนภูเขามะกอกเทศ, และชาวยิวจะเห็นบาดแผลที่พระหัตถ์และพระบาทของพระองค์; ๕๔–๕๙, พระเจ้าจะทรงปกครองในช่วงมิลเลเนียม; ๖๐–๖๒, ท่านศาสดาพยากรณ์ได้รับคำแนะนำให้เริ่มแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่, โดยผ่านงานนี้ข้อมูลสำคัญจะทำให้เป็นที่รู้; ๖๓–๗๕, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้มารวมกันและสร้างเยรูซาเล็มใหม่, ซึ่งผู้คนจากประชาชาติทั้งปวงจะมายังสถานที่นี้.

    ภาค ๔๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงศาสนจักร, ที่เคิรท์แลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:163–165). สำหรับศาสนจักรในช่วงแรก ๆ นี้, ยังไม่มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินการของศาสนจักรที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน. อย่างไรก็ตาม, การยอมให้สมาชิกและผู้สนใจจริงเท่านั้นเข้าร่วมการประชุมศีลระลึกและการชุมนุมอื่น ๆ ของศาสนจักรกลับเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติโดยทั่วไป. การเปิดเผยนี้แสดงออกถึงพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับการควบคุมและการดำเนินการประชุม.

    ๑–๒, เอ็ลเดอร์ต้องดำเนินการประชุมตามที่ได้รับการนำทางจากพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์; ๓–๖, ผู้แสวงหาความจริงไม่ควรถูกกีดกันจากการประชุมที่ประกอบพิธีศีลระลึก; ๗–๑๒, จงขอจากพระผู้เป็นเจ้าและแสวงหาของประทานแห่งพระวิญญาณ; ๑๓–๒๖, มีตัวอย่างรายการของประทานบางอย่างให้ไว้; ๒๗–๓๓, ผู้นำของศาสนจักรได้รับอำนาจในการเล็งเห็นของประทานแห่งพระวิญญาณ.

    ภาค ๔๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:166). ก่อนเวลานี้ออลิเวอร์ คาวเดอรี ทำหน้าที่เป็นผู้เขียนประวัติของศาสนจักรและทำบันทึก. จอห์น วิตเมอร์ มิได้ต้องการมีหน้าที่เป็นผู้เขียนประวัติ, แต่, โดยได้รับการร้องขอให้รับใช้ในหน้าที่นี้, เขาจึงกล่าวว่าจะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าในเรื่องนี้. เขารับใช้มาแล้วในหน้าที่เลขานุการให้ท่านศาสดาพยากรณ์ในการบันทึกการเปิดเผยหลายครั้งที่ได้รับในเขตเฟเยทท์, รัฐนิวยอร์ก.

    ๑–๔, พระเจ้าทรงกำหนดให้จอห์น วิตเมอร์ บันทึกประวัติของศาสนจักรและเขียนให้ท่านศาสดาพยากรณ์.

    ภาค ๔๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:166–167). ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการจัดหาที่ดินให้วิสุทธิชนตั้งหลักแหล่ง. นี่เป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากการอพยพของสมาชิกศาสนจักรจากทางตะวันออกของสหรัฐ, ในการเชื่อฟังพระบัญชาของพระเจ้าว่าพวกเขาควรชุมนุมกันในโอไฮโอ (ดู ภาค ๓๗:๑–๓; ๔๕:๖๔).

    ๑–๓, วิสุทธิชนในโอไฮโอต้องแบ่งปันที่ดินของพวกเขากับพี่น้อง; ๔–๖, วิสุทธิชนต้องซื้อที่ดิน, สร้างเมือง, และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลของพวกเขา.

    ภาค ๔๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงซิดนีย์ ริกดัน, พาร์ลีย์ พี. แพรทท์, และลีมัน คอพลีย์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:167–169). (แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางแห่งระบุวันที่ของการเปิดเผยครั้งนี้ว่าเป็นเดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๑.) ลีมัน คอพลีย์ น้อมรับพระกิตติคุณแต่ยังยึดถือการสอนบางอย่างของนิกายเชเคอร์ส (United Society of Believers in Christ’s Second Appearing—สมาคมสมานฉันท์แห่งผู้เชื่อในการปรากฏครั้งที่สองของพระคริสต์), ซึ่งแต่ก่อนเขาเคยเป็นสมาชิกนิกายนี้. ความเชื่อบางอย่างของเชเคอร์สคือ การเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ได้เกิดขึ้นแล้วและพระองค์ทรงปรากฏในรูปของสตรี, คือ แอนน์ ลี; การบัพติศมาโดยน้ำไม่ถือว่าจำเป็น; มีข้อห้ามพิเศษคือห้ามกินเนื้อหมู, และหลายคนไม่กินเนื้อสัตว์เลย; และชีวิตที่ประพฤติพรหมจรรย์ถือเป็นชีวิตที่สูงส่งกว่าการแต่งงาน. ในคำปรารภสำหรับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนว่า, “เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ยิ่งขึ้นในเรื่องนี้, ข้าพเจ้าทูลถามพระเจ้า, และได้รับดังนี้” (History of the Church, 1:167). การเปิดเผยครั้งนี้หักล้างแนวความคิดบางอย่างของกลุ่มเชเคอร์ส. พี่น้องชายที่เอ่ยนามข้างต้นนี้นำสำเนาการเปิดเผยนี้ไปยังชุมชนเชเคอร์ส (ใกล้คลีฟแลนด์, รัฐโอไฮโอ) และอ่านทั้งหมดให้พวกเขาฟัง, แต่ถูกปฏิเสธ.

    ๑–๗, วันและโมงแห่งการเสด็จมาของพระคริสต์จะยังคงไม่เป็นที่รู้จนกว่าพระองค์เสด็จมา; ๘–๑๔, มนุษย์ต้องกลับใจ, เชื่อพระกิตติคุณ, และปฏิบัติตามศาสนพิธีเพื่อได้รับความรอด; ๑๕–๑๖, การแต่งงานได้รับแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า; ๑๗–๒๑, การกินเนื้อสัตว์ได้รับความเห็นชอบ; ๒๒–๒๘, ไซอันจะเจริญรุ่งเรืองและชาวเลมันจะบานสะพรั่งดังดอกกุหลาบก่อนการเสด็จมาครั้งที่สอง.

    ภาค ๕๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:170–173). ท่านศาสดาพยากรณ์แถลงว่าเอ็ลเดอร์บางคนไม่เข้าใจการแสดงให้ประจักษ์ของวิญญาณที่แตกต่างกันซึ่งมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดินโลกและว่าการเปิดเผยนี้ประทานไว้เพื่อตอบการทูลถามเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้. สิ่งที่เรียกกันว่าปรากฏการณ์ทางวิญญาณมิใช่สิ่งผิดปรกติในบรรดาสมาชิก, ซึ่งบางคนอ้างว่าได้รับนิมิตและการเปิดเผย.

    ๑–๕, วิญญาณเท็จมากมายมีอยู่ทั่วไปในแผ่นดินโลก; ๖–๙, วิบัติแก่คนหน้าซื่อใจคดและคนเหล่านั้นที่ถูกตัดขาดจากศาสนจักร; ๑๐–๑๔, เอ็ลเดอร์ต้องสอนพระกิตติคุณโดยพระวิญญาณ; ๑๕–๒๒, ทั้งผู้สั่งสอนและผู้ฟังจำเป็นต้องรับความสว่างจากพระวิญญาณ; ๒๓–๒๕, สิ่งที่ไม่จรรโลงใจมิได้มาจากพระผู้เป็นเจ้า; ๒๖–๒๘, คนซื่อสัตย์เป็นผู้ครอบครองสิ่งทั้งปวง; ๒๙–๓๖, คำสวดอ้อนวอนของผู้บริสุทธิ์ได้รับคำตอบ; ๓๗–๔๖, พระคริสต์ทรงเป็นพระเมษบาลผู้ประเสริฐและทรงเป็นศิลาแห่งอิสราเอล.

    ภาค ๕๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ธอมพ์สัน, รัฐโอโฮโอ, เดือนพฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:173–174). เวลานี้วิสุทธิชนที่อพยพจากรัฐต่าง ๆ ทางตะวันออกเริ่มมาถึงโอไฮโอ, และจำเป็นต้องเตรียมการที่แน่ชัดสำหรับการตั้งถิ่นฐานของคนเหล่านั้น. ในเมื่องานนี้เป็นหน้าที่ของอธิการโดยเฉพาะ, อธิการเอดเวิรด์ พาร์ทริจ จึงแสวงหาคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้, และท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้า.

    ๑–๘, พระเจ้าทรงกำหนดให้เอดเวิร์ด พาร์ทริจ กำกับดูแลสิ่งที่อยู่ในความพิทักษ์และทรัพย์สิน; ๙–๑๒, วิสุทธิชนพึงปฏิบัติต่อกันด้วยความซื่อสัตย์และได้รับอย่างเท่าเทียมกัน; ๑๓–๑๕, พวกเขาพึงมีคลังอธิการและจัดการกับทรัพย์สินตามกฎของพระเจ้า; ๑๖–๒๐, โอไฮโอจะต้องเป็นสถานที่ชุมนุมชั่วคราว.

    ภาค ๕๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ถึงเอ็ลเดอร์ของศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:175–179). มีการประชุมใหญ่ที่เคิร์ทแลนด์, เริ่มวันที่ ๓ และสิ้นสุดวันที่ ๖ มิถุนายน. ในการประชุมใหญ่นี้มีการแต่งตั้งอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นครั้งแรกในตำแหน่งมหาปุโรหิต, รวมทั้งมีการเล็งเห็นและติเตียนการแสดงให้ประจักษ์บางอย่างของวิญญาณเท็จและหลอกลวง.

    ๑–๒, การประชุมใหญ่ครั้งต่อไปกำหนดให้มีขึ้นที่มิสซูรี; ๓–๘, มีการกำหนดเอ็ลเดอร์บางคนให้เดินทางด้วยกัน; ๙–๑๑, เอ็ลเดอร์ต้องสอนสิ่งที่บรรดาอัครสาวกและศาสดาพยากรณ์เขียนไว้; ๑๒–๒๑, คนเหล่านั้นที่ได้รับความสว่างโดยพระวิญญาณนำผลแห่งการสรรเสริญและปัญญาออกมา; ๒๒–๔๔, พระเจ้าทรงกำหนดให้เอ็ลเดอร์หลายคนออกไปสั่งสอนพระกิตติคุณขณะเดินทางไปมิสซูรีเพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่.

    ภาค ๕๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึง แอลเจอร์นอน ซิดนีย์ กิลเบิร์ต, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:179–180). ตามคำขอของซิดนีย์ กิลเบิร์ต, ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าเกี่ยวกับงานและการกำหนดหน้าที่ของบราเดอร์กิลเบิร์ตในศาสนจักร.

    ๑–๓, การเรียกและการเลือกซิดนีย์ กิลเบิร์ต ในศาสนจักรคือการได้รับแต่งตั้งเป็นเอ็ลเดอร์; ๔–๗, เขาต้องรับใช้เป็นตัวแทนอธิการด้วย.

    ภาค ๕๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึง นูเวล ไนท์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:180–181). สมาชิกของศาสนจักรในสาขาที่ธอมพ์สัน, รัฐโอไฮโอ, แตกแยกกันด้วยปัญหาเกี่ยวกับการอุทิศถวายทรัพย์สิน. ความเห็นแก่ตัวและความละโมบเป็นที่ประจักษ์, และลีมัน คอพลีย์ ฝ่าฝืนพันธสัญญาที่จะอุทิศถวายฟาร์มอันใหญ่โตของเขาไว้เป็นสถานที่แห่งมรดกสำหรับวิสุทธิชนที่มาจากโคลสวิลล์, รัฐนิวยอร์ก. เอซรา เธเยอร์ มีส่วนร่วมในข้อถกเถียงนี้ด้วย. ผลที่ตามมาคือ, นูเวล ไนท์ (ประธานสาขาที่ธอมพ์สัน) และเอ็ลเดอร์คนอื่น ๆ มาถามท่านศาสดาพยากรณ์ว่าจะดำเนินการอย่างไร. ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าและได้รับการเปิดเผยนี้. (ดู ภาค ๕๖, ซึ่งเป็นภาคที่ต่อเนื่องของเรื่องนี้.)

    ๑–๖, วิสุทธิชนต้องรักษาพันธสัญญาแห่งพระกิตติคุณเพื่อจะได้รับพระเมตตา; ๗–๑๐, พวกเขาต้องอดทนต่อความยากลำบาก.

    ภาค ๕๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงวิลเลียม ดับเบิลยู. เฟลพ์ส, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:184–186). วิลเลียม ดับเบิลยู. เฟลพ์ส, เจ้าของโรงพิมพ์, และครอบครัวเพิ่งมาถึงเคิร์ทแลนด์, และท่านศาสดาพยากรณ์เสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาจากพระเจ้า.

    ๑–๓, ดับเบิลยู. ดับเบิลยู. เฟลพ์ส ได้รับเรียกและได้รับเลือกให้รับบัพติศมา, ให้ได้รับแต่งตั้งเป็นเอ็ลเดอร์, และให้สั่งสอนพระกิตติคุณ; , เขาต้องเขียนหนังสือสำหรับเด็กในโรงเรียนของศาสนจักรด้วย; ๕–๖, เขาต้องเดินทางไปมิสซูรี, ซึ่งจะเป็นเขตการทำงานของเขา.

    ภาค ๕๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:186–188). เอซรา เธเยอร์, ผู้ที่ทรงกำหนดให้เดินทางไปมิสซูรีกับโธมัส บี. มาร์ช (ดู ภาค ๕๒:๒๒), ไม่สามารถเริ่มงานเผยแผ่ของเขาได้เมื่อคนหลังพร้อม. เอ็ลเดอร์เธเยอร์ไม่พร้อมจะออกเดินทางเนื่องจากเขามีส่วนร่วมในปัญหาที่ธอมพ์สัน, รัฐโอไฮโอ (ดู หัวบทภาค ๕๔). พระเจ้าทรงตอบคำทูลถามของท่านศาสดาพยากรณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยประทานการเปิดเผยนี้.

    ๑–๒, วิสุทธิชนต้องแบกกางเขนของพวกเขาและติดตามพระเจ้าเพื่อได้รับความรอด; ๓–๑๓, พระเจ้าทรงบัญชาและทรงยกเลิก, และคนที่ไม่เชื่อฟังถูกคัดออก; ๑๔–๑๗, วิบัติแก่คนร่ำรวยซึ่งจะไม่ช่วยเหลือคนจนและวิบัติแก่คนจนที่ใจพวกเขาไม่ชอกช้ำ; ๑๘–๒๐, คนจนซึ่งใจบริสุทธิ์ย่อมเป็นสุข, เพราะพวกเขาจะสืบทอดแผ่นดินโลกเป็นมรดก.

    ภาค ๕๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในไซอัน, เทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๒๐ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:189–190). เพื่อปฏิบัติตามคำบัญชาของพระเจ้า (ภาค ๕๒), บรรดาเอ็ลเดอร์เดินทางจากเคิร์ทแลนด์ไปมิสซูรี โดยมีประสบการณ์หลากหลายมากมายและเผชิญกับการต่อต้านอยู่บ้าง. เมื่อพิจารณาสภาพของชาวเลมันและการขาดอารยธรรม, การขัดเกลา, และศาสนาในบรรดาผู้คนทั่ว ๆ ไป, ท่านศาสดาพยากรณ์ร้องขึ้นมาว่า : “เมื่อไรเล่าแดนทุรกันดารจะบานสะพรั่งดังดอกกุหลาบ ? เมื่อไรเล่าจะเสริมสร้างไซอันในรัศมีภาพของนาง, และพระวิหารของพระองค์, ซึ่งประชาชาติทั้งปวงจะมาที่นั่นในวันเวลาสุดท้าย, จะตั้งอยู่ที่ใดเล่า ?” (History of the Church, 1:189). ในเวลาต่อมา ท่านได้รับการเปิดเผยนี้.

    ๑–๓, อินดิเพนเดนซ์, รัฐมิสซูรี, คือสถานที่สำหรับนครแห่งไซอันและพระวิหาร; ๔–๗, วิสุทธิชนต้องซื้อที่ดินและรับมรดกในเขตนั้น; ๘–๑๖, ซิดนีย์ กิลเบิร์ต ต้องจัดตั้งร้านค้า, ดับเบิลยู. ดับเบิลยู. เฟลพ์ส ต้องเป็นผู้พิมพ์, และออลิเวอร์ คาวเดอรี ต้องตรวจแก้ต้นฉบับเพื่อส่งพิมพ์.

    ภาค ๕๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในไซอัน, เทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๑ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:190–195). ในวันสะบาโตแรกหลังจากท่านศาสดาพยากรณ์และคณะของท่านมาถึงเทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, มีพิธีทางศาสนา, และได้รับสมาชิกสองคนโดยบัพติศมา. ระหว่างสัปดาห์นั้น, วิสุทธิชนจากโคลสวิลล์บางคนในสาขาธอมพ์สันและคนอื่น ๆ มาถึง (ดู ภาค ๕๔). หลายคนกระตือรือร้นจะเรียนรู้พระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับพวกเขาในสถานที่ชุมนุมแห่งใหม่.

    ๑–๕, ผู้ที่อดทนต่อความยากลำบากจะได้รับการสวมมงกุฎด้วยรัศมีภาพ; ๖–๑๒, วิสุทธิชนต้องเตรียมตัวรับงานมงคลสมรสของพระเมษโปดกและงานเลี้ยงฉลองของพระเจ้า; ๑๓–๑๘, อธิการเป็นผู้พิพากษาในอิสราเอล; ๑๙–๒๓, วิสุทธิชนต้องเชื่อฟังกฎของแผ่นดิน; ๒๔–๒๙, มนุษย์ควรใช้สิทธิ์เสรีเพื่อทำความดี; ๓๐–๓๓, พระเจ้าทรงบัญชาและทรงยกเลิก; ๓๔–๔๓, เพื่อกลับใจ, มนุษย์ต้องสารภาพและละทิ้งบาป; ๔๔–๕๘, วิสุทธิชนต้องซื้อมรดกของพวกเขาและรวมกันที่มิสซูรี; ๕๙–๖๕, ต้องสั่งสอนพระกิตติคุณแก่ชาวโลกทุกคน.

    ภาค ๕๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในไซอัน, เทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๗ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:196–201). ก่อนบันทึกของท่านถึงการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนพรรณนาถึงแผ่นดินแห่งไซอัน, ที่ซึ่งผู้คนชุมนุมกันอยู่ในเวลานั้น. แผ่นดินได้รับการอุทิศถวาย, ดังที่พระเจ้าทรงแนะนำไว้, และบริเวณที่จะสร้างพระวิหารในอนาคตได้รับการอุทิศ. พระเจ้าทรงทำให้บัญญัติเหล่านี้เหมาะสมเป็นพิเศษกับวิสุทธิชนในไซอัน.

    ๑–๔, วิสุทธิชนที่ซื่อสัตย์ในไซอันจะได้รับพร; ๕–๘, พวกเขาต้องรักและรับใช้พระเจ้าและรักษาพระบัญญัติของพระองค์; ๙–๑๙, ด้วยการรักษาวันของพระเจ้าให้ศักดิ์สิทธิ์, วิสุทธิชนได้รับพรในทางโลกและทางวิญญาณ; ๒๐–๒๔, คนที่ชอบธรรมได้รับสัญญาสันติสุขในโลกนี้และชีวิตนิรันดร์ในโลกที่จะมาถึง.

    ภาค ๖๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในเทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๘ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:201–202). ในโอกาสนี้เอ็ลเดอร์ผู้ที่พระเจ้าทรงกำหนดให้กลับไปทางตะวันออกปรารถนาจะรู้ว่าพวกเขาควรดำเนินการอย่างไร และเดินทางไปในเส้นทางใดและโดยวิธีใด.

    ๑–๙, บรรดาเอ็ลเดอร์ต้องสั่งสอนพระกิตติคุณในการชุมนุมของคนชั่วร้าย; ๑๐–๑๔, พวกเขาไม่ควรปล่อยให้เวลาของตนเสียไปโดยเปล่าประโยชน์, ทั้งไม่ซุกซ่อนพรสวรรค์ของตน; ๑๕–๑๗, พวกเขาอาจล้างเท้าของตนเพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อต้านคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธพระกิตติคุณ.

    ภาค ๖๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, บนฝั่งแม่น้ำมิสซูรี, คุ้งแมคอิลเวน, วันที่ ๑๒ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:202–205). ในการเดินทางกลับเคิร์ทแลนด์, ท่านศาสดาพยากรณ์และเอ็ลเดอร์สิบคนเดินทางล่องแม่น้ำมิสซูรีโดยเรือแคนู. ในวันที่สามของการเดินทาง, พวกเขาประสบอันตรายมากมาย. ในนิมิตตอนกลางวัน, เอ็ลเดอร์วิลเลียม ดับเบิลยู. เฟลพ์ส เห็นผู้ทำลายทะยานไปด้วยอำนาจเหนือผิวน้ำ.

    ๑–๑๒, พระเจ้าทรงประกาศิตความพินาศไว้มากมายบนผืนน้ำ; ๑๓–๒๒, ผืนน้ำถูกยอห์นสาปแช่ง, และผู้ทำลายทะยานไปบนผิวน้ำ; ๒๓–๒๙, บ้างก็มีอำนาจในการบัญชาผืนน้ำ; ๓๐–๓๕, เอ็ลเดอร์ต้องเดินทางไปเป็นคู่ ๆ และสั่งสอนพระกิตติคุณ; ๓๖–๓๙, พวกเขาต้องเตรียมตัวรับการเสด็จมาของบุตรแห่งพระมหาบุรุษ.

    ภาค ๖๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, บนฝั่งแม่น้ำมิสซูรีที่ชาริตัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๑๓ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:205–206). ในวันนี้ท่านศาสดาพยากรณ์และคณะของท่าน, ซึ่งกำลังเดินทางจากอินดิเพนเดนซ์ไปเคิร์ทแลนด์, ได้พบเอ็ลเดอร์หลายคนซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปแผ่นดินแห่งไซอัน, และ, หลังจากทักทายกันด้วยความปีติยินดี, ก็ได้รับการเปิดเผยนี้.

    ๑–๓, มีการบันทึกประจักษ์พยานไว้ในสวรรค์; ๔–๙, เอ็ลเดอร์ต้องเดินทางและสั่งสอนตามดุลพินิจและตามการนำทางของพระวิญญาณ.

    ภาค ๖๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, ปลายเดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:206–211). ท่านศาสดาพยากรณ์, ซิดนีย์ ริกดัน, และออลิเวอร์ คาวเดอรี มาถึงเคิร์ทแลนด์วันที่ ๒๗ สิงหาคม จากการเยือนมิสซูรี. คำปรารภสำหรับบันทึกของท่านเกี่ยวกับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า, “ในสมัยเริ่มแรกของศาสนจักร, มีความร้อนใจมากที่จะได้รับพระคำของพระเจ้าในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรอดของเราทั้งหลายไม่ว่าในด้านใดก็ตาม; และในเมื่อแผ่นดินแห่งไซอันขณะนี้เป็นเป้าหมายทางโลกอันสำคัญที่สุดซึ่งกำลังเป็นที่สนใจ, ข้าพเจ้าจึงทูลถามพระเจ้าขอพระดำรัสอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรวบรวมวิสุทธิชน, และการซื้อที่ดิน, และเรื่องอื่น ๆ” (History of the Church, 1:207).

    ๑–๖, วันแห่งพระพิโรธจะเกิดขึ้นกับคนชั่วร้าย; ๗–๑๒, เครื่องหมายมาโดยศรัทธา; ๑๓–๑๙, ผู้ล่วงประเวณีในใจจะปฏิเสธความเชื่อและถูกโยนไปในทะเลเพลิง; ๒๐, คนซื่อสัตย์จะได้รับมรดกบนแผ่นดินโลกที่เปลี่ยนสภาพไป; ๒๑, เรื่องราวทั้งหมดของเหตุการณ์บนภูเขาแห่งการเปลี่ยนสภาพยังไม่มีการเปิดเผย; ๒๒–๒๓, คนที่เชื่อฟังได้รับความลี้ลับแห่งอาณาจักร; ๒๔–๓๑, มรดกทั้งหลายในไซอันต้องซื้อมา; ๓๒–๓๕, พระเจ้าทรงประกาศิตสงคราม, และคนชั่วร้ายสังหารคนชั่วร้าย; ๓๖–๔๘, วิสุทธิชนต้องไปรวมกันที่ไซอันและต้องมอบเงินตราเพื่อเสริมสร้างสถานที่แห่งนั้น; ๔๙–๕๔, พระเจ้าทรงยืนยันพรแก่คนซื่อสัตย์ ณ การเสด็จมาครั้งที่สอง, ในการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์, และในระหว่างมิลเลเนียม; ๕๕–๕๘, นี่คือวันแห่งการเตือน; ๕๙–๖๖, คนเหล่านั้นที่ใช้พระนามของพระเจ้าโดยไม่มีสิทธิอำนาจออกพระนามของพระองค์อย่างไม่สมควร.

    ภาค ๖๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงเอ็ลเดอร์ของศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๑ กันยายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:211–214). ท่านศาสดาพยากรณ์กำลังเตรียมย้ายไปไฮรัม, โอไฮโอ, เพื่อทำงานของท่านต่อไปในการแปลพระคัมภีร์ไบเบิล, ซึ่งได้พักไว้ขณะที่ท่านอยู่ในมิสซูรี. กลุ่มพี่น้องที่ได้รับบัญชาให้เดินทางไปไซอัน (มิสซูรี) กำลังเตรียมการอย่างแข็งขันที่จะออกเดินทางในเดือนตุลาคม. ในช่วงเวลาที่ทุกคนสาละวนอยู่นี้, พวกเขาได้รับการเปิดเผย.

    ๑–๑๑, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้อภัยกันและกัน, เกลือกว่าบาปที่ร้ายแรงกว่ายังคงอยู่กับพวกเขา; ๑๒–๒๒, พึงนำคนที่ไม่กลับใจมาอยู่ต่อหน้าศาสนจักร; ๒๓–๒๕, คนที่จ่ายส่วนสิบจะไม่ถูกเผาไหม้ในการเสด็จมาของพระเจ้า; ๒๖–๓๒, วิสุทธิชนได้รับการเตือนเรื่องหนี้สิน; ๓๓–๓๖, คนกบฏจะถูกตัดขาดจากไซอัน; ๓๗–๔๐, ศาสนจักรจะพิพากษาประชาชาติทั้งหลาย; ๔๑–๔๓, ไซอันจะเจริญรุ่งเรือง.

    ภาค ๖๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:218). ท่านศาสดาพยากรณ์ระบุว่าการเปิดเผยนี้เป็นคำสวดอ้อนวอน.

    ๑–๒, กุญแจทั้งหลายของอาณาจักรแห่งพระผู้เป็นเจ้ามอบไว้ให้มนุษย์บนแผ่นดินโลก, และอุดมการณ์แห่งพระกิตติคุณจะมีชัย; ๓–๖, อาณาจักรมิลเลเนียมแห่งสวรรค์จะมาถึงและรวมกับอาณาจักรแห่งพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก.

    ภาค ๖๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ออเรนจ์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๕ ตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:219–221). นี่เป็นวันแรกของการประชุมใหญ่ครั้งสำคัญ. ในคำปรารภสำหรับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนว่า, “ตามคำขอของวิลเลียม อี. แม็คเลลลิน, ข้าพเจ้าทูลถามพระเจ้า, และได้รับดังนี้” (History of the Church, 1:220).

    ๑–๔, พันธสัญญาอันเป็นนิจคือความสมบูรณ์แห่งพระกิตติคุณ; ๕–๘, เอ็ลเดอร์ต้องสั่งสอน, เป็นพยาน, และชี้แจงเหตุผลกับผู้คน; ๙–๑๓, การรับใช้ทางศาสนกิจอย่างซื่อสัตย์รับประกันมรดกแห่งชีวิตนิรันดร์.

    ภาค ๖๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:224–225). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ของการประชุมใหญ่พิเศษ, และการตีพิมพ์การเปิดเผยที่ได้รับมาแล้วจากพระเจ้าโดยผ่านท่านศาสดาพยากรณ์ได้รับการพิจารณาและดำเนินการ (ดู หัวบทภาค ๑). มีการลงความเห็นว่าออลิเวอร์ คาวเดอรี กับจอห์น วิตเมอร์ ควรนำต้นฉบับการเปิดเผยไปอินดิเพนเดนซ์, ซึ่งที่นั่น ดับเบิลยู. ดับเบิลยู. เฟลพ์ส จะพิมพ์การเปิดเผยดังกล่าวเป็น Book of Commandments (หนังสือพระบัญญัติ). พี่น้องชายหลายคนแสดงประจักษ์พยานด้วยความเลื่อมใสว่าการเปิดเผยที่รวบรวมไว้ในเวลานั้นเพื่อตีพิมพ์เป็นความจริงอย่างแท้จริง, ดังพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ฉายไปยังพวกเขา. ท่านศาสดาพยากรณ์บันทึกว่าหลังจากได้รับการเปิดเผยที่เรียกกันว่า ภาค ๑ แล้ว, มีการพูดในเชิงลบเกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในการเปิดเผยต่าง ๆ. การเปิดเผยภาคนี้จึงตามมา.

    ๑–๓, พระเจ้าทรงได้ยินคำสวดอ้อนวอนของเอ็ลเดอร์ของพระองค์และทรงเฝ้าดูพวกเขา; ๔–๙, พระองค์ทรงท้าทายคนฉลาดที่สุดให้เขียนการเปิดเผยขึ้นใหม่ซึ่งดีเท่ากับการเปิดเผยอันเล็กน้อยที่สุดของพระองค์; ๑๐–๑๔, พระวิญญาณจะทรงชุบชีวิตให้เอ็ลเดอร์ที่ซื่อสัตย์และพวกเขาจะเห็นพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า.

    ภาค ๖๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑, ตามคำขอของออร์สัน ไฮด์, ลูค เอส. จอห์นสัน, ไลมัน อี. จอห์นสัน, และวิลเลียม อี. แม็คเลลลิน (History of the Church, 1:227–229). ถึงแม้การเปิดเผยนี้ให้ไว้เป็นการตอบคำวิงวอนเพื่อให้รู้พระดำริของพระเจ้าเกี่ยวกับเอ็ลเดอร์ที่กล่าวนามมา, แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรโดยรวม.

    ๑–๕, ถ้อยคำของเอ็ลเดอร์คือพระคัมภีร์เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจ; ๖–๑๒, เอ็ลเดอร์ต้องสั่งสอนและให้บัพติศมา, และเครื่องหมายจะติดตามผู้เชื่อที่แท้จริง; ๑๓–๒๔, บุตรคนแรกในบรรดาบุตรของอาโรนรับใช้เป็นอธิการควบคุมได้ (กล่าวคือ, ถือกุญแจทั้งหลายของการเป็นประธานควบคุมในฐานะอธิการ) ภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายประธานสูงสุด; ๒๕–๒๘, บิดามารดาได้รับบัญชาให้สอนพระกิตติคุณแก่ลูก ๆ ของตน; ๒๙–๓๕, วิสุทธิชนต้องถือวันสะบาโต, ทำงานอย่างขยันหมั่นเพียร, และสวดอ้อนวอน.

    ภาค ๖๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:234–235). การเปิดเผยที่รวบรวมไว้ซึ่งตั้งใจจัดพิมพ์ในไม่ช้าได้ผ่านความเห็นชอบในการประชุมใหญ่พิเศษเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน. ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน, มีการเพิ่มการเปิดเผยซึ่งในเล่มนี้คือภาค ๑๓๓ และเรียกว่า ภาคผนวก. โดยมติของที่ประชุม, กำหนดให้ออลิเวอร์ คาวเดอรี นำต้นฉบับการเปิดเผยและพระบัญญัติที่รวบรวมไว้ไปตีพิมพ์, ที่อินดิเพนเดนซ์, รัฐมิสซูรี. เขาต้องนำเงินตราที่ได้รับบริจาคเพื่อเสริมสร้างศาสนจักรในมิสซูรีไปกับเขาด้วย. เนื่องจากเส้นทางไปชายแดนทำให้เขาต้องผ่านพื้นที่ซึ่งผู้คนพลเมืองบางตา, การมีเพื่อนสักคนร่วมเดินทางจึงเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา.

    ๑–๒, จอห์น วิตเมอร์ต้องเป็นเพื่อนเดินทางไปมิสซูรีกับออลิเวอร์ คาวเดอรี; ๓–๘, เขาต้องสั่งสอนและรวบรวม, บันทึก, และเขียนข้อมูลทางประวัติศาสตร์ด้วย.

    ภาค ๗๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:235–237). ในประวัติที่ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้กล่าวว่ามีการประชุมใหญ่พิเศษสี่ครั้งที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑ จนสิ้นสุดวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน. ในการประชุมครั้งสุดท้ายของการประชุมเหล่านี้, ได้พิจารณาถึงความสำคัญยิ่งของ Book of Commandments (หนังสือพระบัญญัติ), ซึ่งต่อมาเรียกว่าหลักคำสอนและพันธสัญญา; และท่านศาสดาพยากรณ์กล่าวถึงพระคัมภีร์เล่มนี้ว่าเป็น “รากฐานของศาสนจักรในวันเวลาสุดท้ายนี้, และเป็นคุณประโยชน์ต่อโลก, ที่แสดงให้เห็นว่า กุญแจทั้งหลายของความลี้ลับแห่งอาณาจักรของพระผู้ช่วยให้รอดของเราฝากฝังไว้อีกครั้งหนึ่งกับมนุษย์” (History of the Church, 1:235).

    ๑–๕, พระองค์ทรงกำหนดผู้พิทักษ์ให้จัดพิมพ์การเปิดเผยทั้งหลาย; ๖–๑๓, คนเหล่านั้นที่ทำงานในเรื่องทางวิญญาณมีค่าสมกับค่าจ้างของพวกเขา; ๑๔–๑๘, วิสุทธิชนควรเท่าเทียมกันในเรื่องทางโลก.

    ภาค ๗๑

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์และซิดนีย์ ริกดัน, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:238–239). ท่านศาสดาพยากรณ์ดำเนินงานแปลพระคัมภีร์ไบเบิลต่อไปโดยมีซิดนีย์ ริกดัน เป็นผู้จดคำแปลของท่านจนได้รับการเปิดเผยนี้, ซึ่งในเวลานั้นหยุดทำงานนี้ไว้ชั่วคราวเพื่อพวกเขาจะสามารถทำให้คำแนะนำในนี้เกิดสัมฤทธิผล. พี่น้องชายทั้งสองคนต้องออกไปสั่งสอนเพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่เป็นมิตรที่เกิดขึ้นกับศาสนจักรอันเป็นเหตุจากการตีพิมพ์บทความหนังสือพิมพ์โดยเอซรา บูธ, ซึ่งละทิ้งความเชื่อไปแล้ว.

    ๑–๔, พระเจ้าทรงส่งโจเซฟ สมิธ และซิดนีย์ ริกดัน ออกไปประกาศพระกิตติคุณ; ๕–๑๑, ศัตรูของวิสุทธิชนจะถูกกำราบ.

    ภาค ๗๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๔ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:239–241). เอ็ลเดอร์และสมาชิกหลายคนมาชุมนุมกันเพื่อเรียนรู้หน้าที่ของพวกเขาและเพื่อได้รับการจรรโลงใจต่อไปในคำสอนของศาสนจักร. ภาคนี้เป็นการรวมการเปิดเผยสองครั้งที่ได้รับในวันเดียวกัน. ข้อ ๑ ถึง ๘ ทำให้รู้ถึงการเรียกนูเวล เค. วิทนีย์ เป็นอธิการ. จากนั้นเขาได้รับเรียกและได้รับแต่งตั้ง, หลังจากนั้นก็ได้รับข้อ ๙ ถึง ๒๖, ซึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่ของอธิการ.

    ๑–๘, เอ็ลเดอร์พึงรายงานเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในความพิทักษ์ของพวกเขาแก่อธิการ; ๙–๑๕, อธิการรักษาคลังและดูแลคนจนกับคนขัดสน; ๑๖–๒๖, อธิการพึงรับรองความมีค่าควรของเอ็ลเดอร์.

    ภาค ๗๓

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๐ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:241–242). ตั้งแต่ระยะต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา, ท่านศาสดาพยากรณ์และซิดนีย์ใช้เวลาอยู่กับการสั่งสอน, และโดยวิธีการนี้นับว่าประสบความสำเร็จมากในการลดความรู้สึกไม่พอใจที่เกิดขึ้นต่อศาสนจักร (ดู หัวบทภาค ๗๑).

    ๑–๒, เอ็ลเดอร์ต้องสั่งสอนต่อไป; ๓–๖, โจเซฟ สมิธ กับซิดนีย์ ริกดัน ต้องแปลพระคัมภีร์ไบเบิลต่อไปจนกว่าจะเสร็จ.

    ภาค ๗๔

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมกราคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:242). ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนว่า : “เมื่อได้รับพระคำของพระเจ้าที่มาถึงก่อนหน้านี้ [คพ. ๗๓], ข้าพเจ้าเริ่มการแปลพระคัมภีร์อีกครั้ง, และทำงานอย่างขยันหมั่นเพียรจนก่อนการประชุมใหญ่เล็กน้อย, ซึ่งจะประชุมกันในวันที่ ๒๕ ของเดือนมกราคม. ในช่วงเวลานี้ข้าพเจ้าได้รับการเปิดเผยดังต่อไปนี้อีกด้วย, ซึ่งเป็นคำอธิบายสาส์นฉบับที่หนึ่งถึงชาวโครินธ์, บทที่ ๗, ข้อ ๑๔” (History of the Church, 1:242).

    ๑–๕, เปาโลแนะนำศาสนจักรในวันเวลาของท่านไม่ให้รักษากฎของโมเสส; ๖–๗, เด็กเล็ก ๆ บริสุทธิ์และได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยผ่านการชดใช้.

    ภาค ๗๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่แอมเฮิร์สต์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๕ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:242–245). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ของการประชุมใหญ่ที่กำหนดไว้ก่อนแล้ว. ในการประชุมใหญ่นี้โจเซฟ สมิธ ได้รับการสนับสนุนและได้รับแต่งตั้งเป็นประธานฐานะปุโรหิตระดับสูง. เอ็ลเดอร์บางคน, ที่เผชิญความลำบากในการนำคนมาสู่ความเข้าใจข่าวสารของพวกเขา, ปรารถนาจะเรียนรู้มากขึ้นในรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าที่โดยตรงของพวกเขา. การเปิดเผยนี้จึงตามมา.

    ๑–๕, เอ็ลเดอร์ที่ซื่อสัตย์ซึ่งสั่งสอนพระกิตติคุณจะได้ชีวิตนิรันดร์; ๖–๑๒, จงสวดอ้อนวอนเพื่อรับพระผู้ปลอบโยน, ผู้ทรงสอนสิ่งทั้งปวง; ๑๓–๒๒, เอ็ลเดอร์จะนั่งอยู่ในการพิพากษาคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธข่าวสารของพวกเขา; ๒๓–๓๖, ครอบครัวของผู้สอนศาสนาต้องได้รับความช่วยเหลือจากศาสนจักร.

    ภาค ๗๖

    นิมิตที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:245–252). เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับบันทึกของท่านเกี่ยวกับนิมิตนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า : “เมื่อข้าพเจ้ากลับจากการประชุมใหญ่ที่แอมเฮิร์สต์, ข้าพเจ้าก็กลับไปแปลพระคัมภีร์อีกครั้ง. จากการเปิดเผยต่าง ๆ ที่ได้รับมา, เห็นได้ชัดว่าประเด็นสำคัญหลายข้อเกี่ยวกับความรอดของมนุษย์ถูกนำไปจากพระคัมภีร์ไบเบิล, หรือหายไปก่อนจะรวบรวมไว้เป็นเล่ม. จากความจริงที่เหลืออยู่ดูเหมือนชัดแจ้งในตัวของมันเอง, ว่าหากพระผู้เป็นเจ้าทรงรางวัลทุกคนตามการกระทำที่ทำไปเมื่ออยู่ในร่างกาย คำว่า ‘สวรรค์,’ ซึ่งให้หมายถึงบ้านนิรันดร์ของวิสุทธิชน, ต้องมีอาณาจักรมากกว่าหนึ่งอาณาจักร. ดังนั้น, … ขณะที่แปลพระกิตติคุณของเซนต์ยอห์น, ข้าพเจ้าและเอ็ลเดอร์ริกดันเห็นนิมิตต่อไปนี้” (History of the Church, 1:245). หลังจากที่ท่านศาสดาพยากรณ์แปลยอห์น ๕:๒๙ แล้ว จึงประทานนิมิตนี้.

    ๑–๔, พระเจ้าคือพระผู้เป็นเจ้า; ๕–๑๐, ความลี้ลับทั้งหลายของอาณาจักรจะเปิดเผยแก่คนซื่อสัตย์ทั้งปวง; ๑๑–๑๗, ทุกคนจะออกมาในการฟื้นคืนชีวิตของคนเที่ยงธรรมหรือคนไม่เที่ยงธรรม; ๑๘–๒๔, ผู้อยู่อาศัยของโลกหลายโลกเป็นบุตรและธิดาที่ถือกำเนิดของพระผู้เป็นเจ้าโดยผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์; ๒๕–๒๙, เทพองค์หนึ่งของพระผู้เป็นเจ้าตกและกลายเป็นมาร; ๓๐–๔๙, บรรดาบุตรแห่งหายนะรับทุกขเวทนาจากความอัปมงคลนิรันดร์; คนอื่นทั้งหมดนอกเหนือจากนั้นได้รับความรอดในระดับหนึ่ง; ๕๐–๗๐, บรรยายถึงรัศมีภาพและรางวัลของผู้ที่สูงส่งในอาณาจักรซีเลสเชียล; ๗๑–๘๐, บรรยายถึงคนเหล่านั้นที่จะสืบทอดอาณาจักรเทอร์เรสเตรียล; ๘๑–๑๑๓, อธิบายถึงสถานะของคนเหล่านั้นในรัศมีภาพทีเลสเชียล, เทอร์เรสเตรียล, และซีเลสเชียล; ๑๑๔–๑๑๙, คนซื่อสัตย์จะเห็นและเข้าใจความลี้ลับแห่งอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าโดยอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์.

    ภาค ๗๗

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:253–255). ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนว่า, “โดยเกี่ยวเนื่องกับการแปลพระคัมภีร์, ข้าพเจ้าได้รับคำอธิบายดังต่อไปนี้เกี่ยวกับหนังสือวิวรณ์ของเซนต์ยอห์น” (History of the Church, 1:253).

    ๑–๔, สัตว์มีวิญญาณและจะพำนักอยู่ในความสุขสำราญนิรันดร์บนแผ่นดินโลกอันเป็นอมตะแห่งหนึ่ง; ๕–๗, แผ่นดินโลกนี้มีการดำรงอยู่ฝ่ายโลกเป็นเวลา ๗,๐๐๐ ปี; ๘–๑๐, เทพต่าง ๆ ฟื้นฟูพระกิตติคุณและปฏิบัติบนแผ่นดินโลก; ๑๑, การประทับตราคน ๑๔๔,๐๐๐ คน; ๑๒–๑๔, พระคริสต์จะเสด็จมาตอนเริ่มพันปีที่เจ็ด; ๑๕, ศาสดาพยากรณ์สองท่านจะได้รับการยกขึ้นต่อประชาชาติชาวยิว.

    ภาค ๗๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:255–257). พระเจ้าประทานระบบนี้แก่โจเซฟ สมิธ ด้วยจุดประสงค์จะจัดตั้งคลังเพื่อคนจน. การให้โลกรู้จักคนที่พระเจ้ารับสั่งด้วยในการเปิดเผยไม่เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาเสมอไป; ดังนั้น, การตีพิมพ์การเปิดเผยครั้งนี้และการเปิดเผยต่อมาในภายหลังจึงเรียกชื่อพี่น้องชายด้วยชื่ออื่นแทนการเรียกชื่อพวกเขาเอง. เมื่อการปิดบังชื่อของแต่ละคนเพื่อมิให้คนอื่นล่วงรู้ไม่จำเป็นอีกต่อไป, ในเวลาต่อมาจึงใส่ชื่อจริงของคนเหล่านั้นไว้ในวงเล็บ. ในเมื่อทุกวันนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ชื่อรหัสต่อไป, บัดนี้ชื่อจริงเท่านั้นที่ใช้ในนี้ตามที่ให้ไว้ในต้นฉบับจริง.

    ๑–๔, วิสุทธิชนควรจัดระบบและจัดตั้งคลัง; ๕–๑๒, การใช้ทรัพย์สินของพวกเขาอย่างฉลาดจะนำไปสู่ความรอด; ๑๓–๑๔, ศาสนจักรควรเป็นอิสระจากอำนาจแห่งแผ่นดินโลก; ๑๕–๑๖, มีคาเอล (อาดัม) รับใช้ภายใต้การกำกับดูแลของพระผู้บริสุทธิ์ (พระคริสต์); ๑๗–๒๒, คนซื่อสัตย์เป็นสุขแล้ว, เพราะพวกเขาจะสืบทอดสิ่งทั้งปวงเป็นมรดก.

    ภาค ๗๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:257).

    ๑–๔, เจเร็ด คาร์เตอร์ ได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณโดยผ่านพระผู้ปลอบโยน.

    ภาค ๘๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:257).

    ๑–๕, สตีเฟน เบอร์เนตต์ และอีเดน สมิธ ได้รับเรียกให้สั่งสอนในสถานที่ใดก็ตามที่พวกเขาเลือก.

    ภาค ๘๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:257–258). เฟรเดอริค จี. วิลเลียมส์ ได้รับเรียกเป็นมหาปุโรหิตและที่ปรึกษาในฝ่ายประธานของฐานะปุโรหิตระดับสูง. บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเมื่อได้รับการเปิดเผยนี้ในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒, เจสส์ กอส ได้รับเรียกสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาของโจเซฟ สมิธ ในฝ่ายประธาน. อย่างไรก็ตาม, เมื่อเขาไม่สามารถดำเนินการในลักษณะที่สอดคล้องกับงานมอบหมายนี้, ต่อมาการเรียกนี้จึงโอนไปให้เฟรเดอริค จี. วิลเลียมส์. การเปิดเผยนี้ (ณ เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๒) ควรถือเป็นก้าวหนึ่งสู่การจัดตั้งฝ่ายประธานสูงสุดอย่างเป็นทางการ, ซึ่งเน้นความต้องการตำแหน่งที่ปรึกษาโดยเฉพาะสำหรับองค์กรนั้นและอธิบายถึงศักดิ์ศรีของงานมอบหมายนั้น. บราเดอร์กอสรับใช้เป็นเวลาระยะหนึ่งแต่ได้รับปัพพาชนียกรรมจากศาสนจักรในเดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒. บราเดอร์วิลเลียมส์ได้รับแต่งตั้งสู่ตำแหน่งที่กล่าวไว้ข้างต้นในวันที่ ๑๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๓.

    ๑–๒, ฝ่ายประธานสูงสุดเป็นผู้ถือกุญแจทั้งหลายแห่งอาณาจักรเสมอ; ๓–๗, หากเฟรเดอริค จี. วิลเลียมส์ ซื่อสัตย์ในงานศาสนกิจของเขา, เขาจะมีชีวิตนิรันดร์.

    ภาค ๘๒

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในเทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๒๖ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:267–269). เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการประชุมสภาใหญ่ของศาสนจักรซึ่งที่นั่นโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ได้รับการสนับสนุนเป็นประธานของฐานะปุโรหิตระดับสูง, เป็นตำแหน่งซึ่งท่านได้รับแต่งตั้งมาแล้วในการประชุมใหญ่มหาปุโรหิต, เอ็ลเดอร์, และสมาชิก, ที่แอมเฮิร์สต์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๕ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (ดู หัวบทภาค ๗๕). ในสมัยก่อนมีการใช้ชื่อที่แปลกไปจากธรรมดาในการตีพิมพ์การเปิดเผยครั้งนี้เพื่อปิดบังชื่อจริงของบุคคลที่กล่าวถึง (ดู หัวบทภาค ๗๘).

    ๑–๔, เมื่อใดก็ตามที่ประทานให้มาก, ก็เรียกร้องมาก; ๕–๗, ความมืดครอบงำทั่วโลก; ๘–๑๓, พระเจ้าทรงถูกผูกมัดเมื่อเราทำสิ่งที่พระองค์ตรัส; ๑๔–๑๘, ไซอันต้องเพิ่มพูนในความงดงามและความบริสุทธิ์; ๑๙–๒๔, มนุษย์ทุกคนควรหมายมั่นประโยชน์สุขของเพื่อนบ้านตน.

    ภาค ๘๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่อินดิเพนเดนซ์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๓๐ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:269–270). การเปิดเผยนี้ได้รับขณะท่านศาสดาพยากรณ์นั่งในที่ประชุมสภาพร้อมกับพี่น้องท่าน.

    ๑–๔, สตรีและเด็กมีสิทธิ์ได้รับการเลี้ยงดูจากสามีและบิดาของพวกเขา; ๕–๖, หญิงหม้ายและเด็กกำพร้ามีสิทธิ์ได้รับการเลี้ยงดูจากศาสนจักร.

    ภาค ๘๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๒ และ ๒๓ กันยายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:286–295). ระหว่างเดือนกันยายน, เอ็ลเดอร์เริ่มกลับจากงานเผยแผ่ในรัฐทางตะวันออกและเริ่มทำรายงานการทำงานของพวกเขา. ขณะที่พวกเขาอยู่รวมกันในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เองโจเซฟ สมิธ ก็ได้รับการสื่อสารต่อไปนี้. ท่านศาสดาพยากรณ์ระบุว่าเป็นการเปิดเผยเรื่องฐานะปุโรหิต.

    ๑–๕, เยรูซาเล็มใหม่และพระวิหารจะสร้างขึ้นในมิสซูรี; ๖–๑๗, พระองค์ประทานสายแห่งการสืบทอดฐานะปุโรหิตจากโมเสสถึงอาดัม; ๑๘–๒๕, ฐานะปุโรหิตที่เหนือกว่าถือกุญแจแห่งความรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้า; ๒๖–๓๒, ฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่าถือกุญแจแห่งการปฏิบัติของเหล่าเทพและของพระกิตติคุณขั้นเตรียม; ๓๓–๔๔, มนุษย์ได้รับชีวิตนิรันดร์โดยผ่านคำปฏิญาณและพันธสัญญาของฐานะปุโรหิต; ๔๕–๕๓, พระวิญญาณของพระคริสต์ทรงให้ความสว่างแก่มนุษย์, และโลกอยู่ในบาป; ๕๔–๖๑, วิสุทธิชนต้องเป็นพยานถึงสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาได้รับ; ๖๒–๗๖, พวกเขาต้องสั่งสอนพระกิตติคุณ, และเครื่องหมายจะติดตามไปด้วย; ๗๗–๙๑, เอ็ลเดอร์ต้องออกไปโดยไม่ถือกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าสัมภาระ, และพระเจ้าจะทรงดูแลในสิ่งที่พวกเขาขาดแคลน; ๙๒–๙๗, ภัยพิบัติและการสาปแช่งรอคอยคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธพระกิตติคุณ; ๙๘–๑๐๒, พระองค์ประทานบทเพลงใหม่แห่งการไถ่ไซอัน; ๑๐๓–๑๑๐, ให้มนุษย์ทุกคนยืนอยู่ในหน้าที่ของตนเองและทำงานในการเรียกของตนเอง; ๑๑๑–๑๒๐, ผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้าต้องประกาศความน่าชิงชังที่ก่อให้เกิดความอ้างว้างของวันเวลาสุดท้าย.

    ภาค ๘๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:298–299). ภาคนี้คือบางส่วนจากจดหมายของท่านศาสดาพยากรณ์ถึงดับเบิลยู. ดับเบิลยู. เฟลพ์ส, ผู้อาศัยอยู่ในอินดิเพนเดนซ์, รัฐมิสซูรี. จดหมายฉบับนี้ให้ไว้เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับวิสุทธิชนเหล่านั้นที่ย้ายไปไซอันแต่ไม่ได้รับมรดกของพวกเขาตามระเบียบที่ก่อตั้งไว้ในศาสนจักร.

    ๑–๕, มรดกทั้งหลายในไซอันต้องได้รับโดยผ่านการอุทิศถวาย; ๖–๑๒, วิสุทธิชนจะรับมอบมรดกของพวกเขาในไซอันจากบุคคลที่มีพละกำลังและแข็งแรงคนหนึ่ง.

    ภาค ๘๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๖ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:300). การเปิดเผยครั้งนี้ได้รับขณะท่านศาสดาพยากรณ์ทบทวนและแก้ไขต้นฉบับงานแปลพระคัมภีร์ไบเบิล.

    ๑–๗, พระเจ้าประทานความหมายของคำอุปมาเรื่องข้าวสาลีกับข้าวละมาน; ๘–๑๑, พระองค์ทรงอธิบายถึงพรฐานะปุโรหิตสำหรับคนเหล่านั้นที่เป็นทายาทตามกฎในทางเนื้อหนัง.

    ภาค ๘๗

    การเปิดเผยและคำพยากรณ์ถึงสงคราม, ที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, วันที่ ๒๕ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:301–302). ภาคนี้ได้รับในเวลาที่พี่น้องชายกำลังครุ่นคิดและหาเหตุผลในเรื่องการเป็นทาสของชาวแอฟริกาในทวีปอเมริกาและการเป็นทาสของลูกหลานมนุษย์ทั่วโลก.

    ๑–๔, พระองค์ทรงพยากรณ์ไว้ถึงสงครามระหว่างรัฐทางเหนือกับรัฐทางใต้; ๕–๘, หายนะใหญ่หลวงจะบังเกิดแก่ผู้อยู่อาศัยทั้งปวงของแผ่นดินโลก.

    ภาค ๘๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church, 1:302–312). ท่านศาสดาพยากรณ์ระบุการเปิดเผยนี้ว่าเป็น “ใบมะกอก … เด็ดมาจากต้นไม้แห่งเมืองบรมสุขเกษม, ข่าวสารแห่งสันติสุขของพระเจ้าแก่เรา” (History of the Church, 1:316). จากบันทึกทางประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า ส่วนต่าง ๆ ของการเปิดเผยนี้ได้รับเมื่อวันที่ ๒๗ และ ๒๘ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๒, และวันที่ ๓ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๓.

    ๑–๕, วิสุทธิชนที่ซื่อสัตย์ได้รับพระผู้ปลอบโยนองค์นั้น, ซึ่งเป็นคำสัญญาของชีวิตนิรันดร์; ๖–๑๓, แสงสว่างของพระคริสต์ควบคุมและปกครองสิ่งทั้งปวง; ๑๔–๑๖, การฟื้นคืนชีวิตเกิดขึ้นโดยผ่านการไถ่; ๑๗–๓๑, การเชื่อฟังกฎซีเลสเชียล, เทอร์เรสเตรียล, หรือทีเลสเชียล เตรียมมนุษย์สำหรับอาณาจักรและรัศมีภาพเหล่านั้นตามลำดับ; ๓๒–๓๕, คนเหล่านั้นที่ประสงค์จะอยู่ในบาปก็ยังคงสกปรกอยู่; ๓๖–๔๑, อาณาจักรทั้งปวงปกครองด้วยกฎ; ๔๒–๔๕, พระผู้เป็นเจ้าประทานกฎสำหรับสิ่งทั้งปวง; ๔๖–๕๐, มนุษย์จะเข้าใจแม้พระผู้เป็นเจ้า; ๕๑–๖๑, คำอุปมาเรื่องชายที่ส่งผู้รับใช้ของเขาไปในทุ่งและเยือนพวกเขาทีละคน; ๖๒–๗๓, จงเข้าใกล้พระเจ้า, และท่านจะเห็นพระพักตร์พระองค์; ๗๔–๘๐, จงชำระตนให้บริสุทธิ์และสอนหลักคำสอนแห่งอาณาจักรให้แก่กัน; ๘๑–๘๕, มนุษย์ทุกคนที่ได้รับการเตือนควรเตือนเพื่อนบ้านของตน; ๘๖–๙๔, เครื่องหมาย, ความปั่นป่วนของบรรดาธาตุต่าง ๆ, และเหล่าเทพเตรียมมรรคารับการเสด็จมาของพระเจ้า; ๙๕–๑๐๒, แตรของเทพเป่าเรียกคนตายตามลำดับของพวกเขา; ๑๐๓–๑๑๖, แตรของเทพประกาศการฟื้นฟูพระกิตติคุณ, การล่มสลายของบาบิโลน, และการรบของพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่; ๑๑๗–๑๒๖, จงแสวงหาการเรียนรู้, จงสถาปนาพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า (พระวิหาร), และห่อหุ้มตนเองด้วยพันธะแห่งจิตกุศล; ๑๒๗–๑๔๑, อธิบายถึงระบบของโรงเรียนศาสดาพยากรณ์, รวมทั้งศาสนพิธีล้างเท้า.

    ภาค ๘๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:327–329). ด้วยเหตุที่พี่น้องชายในสมัยแรก ๆ สูบและเคี้ยวยาสูบในการประชุมของพวกเขา, ท่านศาสดาพยากรณ์ได้รับการนำทางให้ไตร่ตรองเรื่องนี้; ดังนั้น, ท่านทูลถามพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้. การเปิดเผยครั้งนี้, รู้จักกันว่าเป็นพระคำแห่งปัญญา, คือผลที่ตามมา. สามข้อแรกท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้แต่แรกเพื่อเป็นคำนำและคำอธิบายที่ได้รับการดลใจ.

    ๑–๙, การดื่มเหล้าองุ่น, เครื่องดื่มแรง, การสูบและเคี้ยวยาสูบ, และดื่มเครื่องดื่มร้อนเป็นสิ่งต้องห้าม; ๑๐–๑๗, สมุนไพร, ผลไม้, เนื้อสัตว์, และธัญพืชกำหนดไว้เพื่อประโยชน์ของมนุษย์และสัตว์; ๑๘–๒๑, การเชื่อฟังกฎพระกิตติคุณ, รวมทั้งพระคำแห่งปัญญา, นำพรทางโลกและทางวิญญาณมาให้.

    ภาค ๙๐

    การเปิดเผยแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ประทานให้ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:329–331). การเปิดเผยครั้งนี้เป็นความก้าวหน้าเพิ่มเติมในการสถาปนาฝ่ายประธานสูงสุด (ดู หัวบทภาค ๘๑); ผลที่ตามมาจากการเปิดเผยครั้งนี้คือ, ที่ปรึกษาซึ่งเอ่ยนามไว้ได้รับแต่งตั้งในวันที่ ๑๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๓.

    ๑–๕, กุญแจทั้งหลายของอาณาจักรมอบไว้ให้โจเซฟ สมิธ และโดยผ่านท่านให้ศาสนจักร; ๖–๗, ซิดนีย์ ริกดัน และเฟรเดอริค จี. วิลเลียมส์ ต้องรับใช้ในฝ่ายประธานสูงสุด; ๘–๑๑, ต้องสั่งสอนพระกิตติคุณแก่ประชาชาติแห่งอิสราเอล, แก่คนต่างชาติ, และแก่ชาวยิว, โดยมนุษย์ทุกคนได้ยินในภาษาของเขาเอง; ๑๒–๑๘, โจเซฟ สมิธ และที่ปรึกษาของท่านต้องจัดศาสนจักรให้อยู่ในระเบียบ; ๑๙–๓๗, บุคคลต่าง ๆ ได้รับคำแนะนำจากพระเจ้าให้ดำเนินชีวิตอย่างซื่อตรงและรับใช้ในอาณาจักรของพระองค์.

    ภาค ๙๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๙ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:331–332). ในช่วงเวลานี้ท่านศาสดาพยากรณ์กำลังมุ่งทำงานแปลพันธสัญญาเดิม. เมื่อมาถึงอักขระโบราณส่วนนั้นที่เรียกว่า อะพอครีฟา, ท่านทูลถามพระเจ้าและได้รับคำแนะนำนี้.

    ๑–๓, อะพอครีฟาโดยส่วนใหญ่แปลไว้ถูกต้องแต่มีหลายคำสอดแทรกไว้โดยมือมนุษย์ซึ่งไม่เป็นความจริง; ๔–๖, อักขระนี้เป็นประโยชน์ต่อคนเหล่านั้นที่ได้รับความสว่างโดยพระวิญญาณ.

    ภาค ๙๒

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๕ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:333). การเปิดเผยนี้เป็นการเปิดเผยสำหรับเฟรเดอริค จี. วิลเลียมส์, ผู้ที่เพิ่งได้รับการกำหนดเป็นที่ปรึกษาในฝ่ายประธานสูงสุด.

    ๑–๒, พระเจ้าประทานพระบัญญัติเกี่ยวกับการเข้าร่วมระเบียบเอกภาพ.

    ภาค ๙๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๖ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:343–346).

    ๑–๕, คนทั้งปวงผู้ที่ซื่อสัตย์จะเห็นพระเจ้า; ๖–๑๘, ยอห์นกล่าวคำพยานว่าพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าทรงดำเนินจากพระคุณสู่พระคุณจนพระองค์ทรงได้รับความสมบูรณ์แห่งรัศมีภาพของพระบิดา; ๑๙–๒๐, มนุษย์ที่ซื่อสัตย์, โดยดำเนินจากพระคุณสู่พระคุณ, จะได้รับความสมบูรณ์ของพระองค์ด้วย; ๒๑–๒๒, คนเหล่านั้นที่ถือกำเนิดผ่านพระคริสต์เป็นศาสนจักรของพระบุตรหัวปี; ๒๓–๒๘, พระคริสต์ทรงได้รับความสมบูรณ์แห่งความจริงทั้งมวลและมนุษย์โดยการเชื่อฟังจะได้รับเช่นเดียวกัน; ๒๙–๓๒, ในกาลเริ่มต้นมนุษย์ดำรงอยู่กับพระผู้เป็นเจ้า; ๓๓–๓๕, ธาตุต่าง ๆ เป็นนิรันดร์, และมนุษย์จะได้รับความสมบูรณ์แห่งปีติได้ในการฟื้นคืนชีวิต; ๓๖–๓๗, รัศมีภาพของพระผู้เป็นเจ้าคือความรู้แจ้ง; ๓๘–๔๐, เด็ก ๆ บริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้าเนื่องจากการไถ่ของพระคริสต์; ๔๑–๕๓, พี่น้องชายซึ่งเป็นผู้นำได้รับพระบัญชาให้จัดครอบครัวของตนให้เป็นระเบียบ.

    ภาค ๙๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๖ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:346–347). ไฮรัม สมิธ, เรย์โนลด์ส คาฮูน, และเจเร็ด คาร์เตอร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสร้างอาคารศาสนจักร.

    ๑–๙, พระเจ้าประทานพระบัญญัติข้อหนึ่งเกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านเพื่องานของฝ่ายประธานสูงสุด; ๑๐–๑๒, จะต้องมีการสร้างโรงพิมพ์; ๑๓–๑๗, มีการมอบหมายมรดกบางอย่าง.

    ภาค ๙๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:350–352). การเปิดเผยครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องของคำแนะนำจากสวรรค์ในการสร้างบ้านเพื่อการนมัสการและการเรียนการสอน, โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระนิเวศน์ของพระเจ้า (ดู ภาค ๘๘:๑๑๙–๑๓๖ และภาค ๙๔).

    ๑–๖, วิสุทธิชนถูกตีสอนเนื่องจากล้มเหลวที่จะสร้างพระนิเวศน์ของพระเจ้า; ๗–๑๐, พระเจ้าทรงปรารถนาจะใช้พระนิเวศน์ของพระองค์ประสาทพรผู้คนของพระองค์ด้วยอำนาจจากเบื้องบน; ๑๑–๑๗, พระนิเวศน์พึงได้รับการอุทิศเป็นสถานที่แห่งการนมัสการและเพื่อเป็นโรงเรียนแห่งอัครสาวก.

    ภาค ๙๖

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, โดยแสดงให้เห็นระเบียบของเมืองหรือสเตคแห่งไซอันที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๔ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๓, ประทานให้เป็นตัวอย่างแก่วิสุทธิชนในเคิร์ทแลนด์ (History of the Church, 1:352–353). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นการประชุมใหญ่ของมหาปุโรหิต, และหัวข้อใหญ่ของการพิจารณาคือการจัดการที่ดินบางแห่ง, ที่เรียกกันว่าบ้านไร่เฟรนช์, ที่ศาสนจักรครอบครองใกล้เคิร์ทแลนด์. เนื่องจากที่ประชุมไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครควรเป็นผู้ดูแลบ้านไร่, ทุกคนเห็นพ้องกันที่จะทูลถามพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้.

    , พึงทำให้สเตคเคิร์ทแลนด์แห่งไซอันเข้มแข็ง; ๒–๕, อธิการพึงแบ่งมรดกทั้งหลายสำหรับวิสุทธิชน; ๖–๙, จอห์น จอห์นสัน ต้องเป็นสมาชิกของระเบียบเอกภาพ.

    ภาค ๙๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:400–402). การเปิดเผยครั้งนี้เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับกิจจานุกิจของวิสุทธิชนในไซอัน, เทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี, โดยเป็นคำตอบสำหรับคำทูลถามข้อมูลของท่านศาสดาพยากรณ์จากพระเจ้า. ในเวลานั้นสมาชิกของศาสนจักรในมิสซูรีถูกข่มเหงอย่างรุนแรงและ, เมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๓, ถูกบังคับให้ลงชื่อในข้อตกลงเพื่อออกจากเทศมณฑลแจ็คสัน.

    ๑–๒, วิสุทธิชนหลายคนในไซอัน (เทศมณฑลแจ๊คสัน, รัฐมิสซูรี) ได้รับพรเนื่องจากความซื่อสัตย์ของพวกเขา; ๓–๕, พาร์ลีย์ พี. แพรทท์ ได้รับคำชมเนื่องจากงานของเขาที่โรงเรียนในไซอัน; ๖–๙, คนเหล่านั้นที่ยึดถือพันธสัญญาของตนเป็นที่ยอมรับจากพระเจ้า; ๑๐–๑๗, พึงสร้างบ้านหลังหนึ่งในไซอันซึ่งในนั้นผู้มีใจบริสุทธิ์จะเห็นพระผู้เป็นเจ้า; ๑๘–๒๑, ไซอันคือผู้มีใจบริสุทธิ์; ๒๒–๒๘, ไซอันจะรอดพ้นจากแส้ของพระเจ้าหากว่านางซื่อสัตย์.

    ภาค ๙๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:403–406). การเปิดเผยนี้เกิดขึ้นโดยผลสืบเนื่องจากการข่มเหงวิสุทธิชนในมิสซูรี. เป็นเรื่องธรรมดาที่วิสุทธิชนในมิสซูรี, โดยที่ทนทุกข์ทางร่างกายและสูญเสียทรัพย์สินด้วย, จะรู้สึกเอนเอียงไปในทางตอบโต้และแก้แค้น. ดังนั้น, พระเจ้าประทานการเปิดเผยนี้. แม้ว่าข่าวสารบางเรื่องเกี่ยวกับปัญหาในมิสซูรีจะรู้ไปถึงหูท่านศาสดาพยากรณ์ในเคิร์ทแลนด์อยู่บ้างอย่างไม่ต้องสงสัย (ห่างกันเก้าร้อยไมล์), แต่ความร้ายแรงของสถานการณ์จะเป็นที่รู้แก่ท่านได้ ณ วันนั้นโดยการเปิดเผยเท่านั้น.

    ๑–๓, ความทุกข์ของวิสุทธิชนจะเป็นไปเพื่อความดีของพวกเขา; ๔–๘, วิสุทธิชนต้องเกื้อกูลกฎรัฐธรรมนูญของแผ่นดิน; ๙–๑๐, คนที่ซื่อสัตย์, มีปัญญา, และเป็นคนดีควรได้รับการสนับสนุนให้ปกครองทางโลก; ๑๑–๑๕, คนเหล่านั้นที่พลีชีพของตนในอุดมการณ์ของพระเจ้าจะมีชีวิตนิรันดร์; ๑๖–๑๘, จงเลิกทำสงครามและประกาศสันติภาพ; ๑๙–๒๒, วิสุทธิชนในเคิร์ทแลนด์ถูกตำหนิและได้รับบัญชาให้กลับใจ; ๒๓–๓๒, พระเจ้าทรงเปิดเผยกฎของพระองค์ที่ครอบคลุมการข่มเหงและความทุกข์ซึ่งกำหนดโทษกับผู้คนของพระองค์; ๓๓–๓๘, สงครามเป็นสิ่งที่ถูกต้องต่อเมื่อพระเจ้าทรงบัญชาเท่านั้น; ๓๙–๔๘, วิสุทธิชนต้องให้อภัยศัตรูของพวกเขา, ผู้ซึ่ง, หากกลับใจ, จะหนีพ้นการแก้แค้นของพระเจ้าด้วย.

    ภาค ๙๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงจอห์น เมอร์ด็อก, เดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๒, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ. แม้ว่าคำสอนและพันธสัญญาฉบับต่าง ๆ ที่เริ่มตั้งแต่ปี ๑๘๗๖ ได้บันทึกการเปิดเผยครั้งนี้ว่าเป็นเคิร์ทแลนด์, เดือนสิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๓, แต่ฉบับต่าง ๆ ก่อนหน้านี้และบันทึกทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ พิสูจน์ถึงข้อมูลที่ถูกต้อง.

    ๑–๘, จอห์น เมอร์ด็อก ได้รับเรียกให้ประกาศพระกิตติคุณ, และคนเหล่านั้นที่รับเขาย่อมรับพระเจ้าและจะได้รับความเมตตา.

    ภาค ๑๐๐

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และซิดนีย์ ริกดัน, ที่เพอร์ริสเบิร์ก, รัฐนิวยอร์ก, วันที่ ๑๒ ตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:416, 419–421). พี่น้องชายทั้งสองคน, โดยที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวมาหลายวัน, รู้สึกเป็นห่วงพวกเขา.

    ๑–๔, โจเซฟกับซิดนีย์ต้องสั่งสอนพระกิตติคุณเพื่อความรอดของจิตวิญญาณทั้งหลาย; ๕–๘, จะให้มันแก่พวกเขาในโมงนั้นนั่นเองสิ่งที่พวกเขาควรกล่าว; ๙–๑๒, ซิดนีย์ต้องเป็นกระบอกเสียงและโจเซฟต้องเป็นผู้เปิดเผยและมีพลังในประจักษ์พยาน; ๑๓–๑๗, พระเจ้าจะทรงยกผู้คนบริสุทธิ์ขึ้น, และคนที่เชื่อฟังจะได้รับการช่วยให้รอด.

    ภาค ๑๐๑

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๖ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:458–464). ในเวลานี้วิสุทธิชนที่มารวมกันในมิสซูรีถูกข่มเหงอย่างหนัก. กลุ่มคนร้ายขับไล่พวกเขาให้จากบ้านของพวกเขาในเทศมณฑลแจ๊คสัน และวิสุทธิชนบางคนพยายามตั้งรกรากในเทศมณฑลแวน บิวเรน, แต่การข่มเหงก็ยังเกิดขึ้นกับพวกเขา. วิสุทธิชนโดยส่วนใหญ่ขณะนั้นอยู่ในเทศมณฑลเคลย์, รัฐมิสซูรี. การขู่จะเอาชีวิตคนบางคนในศาสนจักรมีมาก. ผู้คนสูญเสียเครื่องเรือน, เครื่องนุ่งห่ม, ปศุสัตว์, และทรัพย์สมบัติส่วนตัวอื่น ๆ; และพืชผลของพวกเขาเป็นอันมากถูกทำลาย.

    ๑–๘, วิสุทธิชนถูกตีสอนและเป็นทุกข์เนื่องจากการล่วงละเมิดของพวกเขา; ๙–๑๕, ความเคืองแค้นของพระเจ้าจะลงมาบนประชาชาติ, แต่ผู้คนของพระองค์จะได้รับการรวบรวมและปลอบโยน; ๑๖–๒๑, ไซอันกับสเตคของนางจะได้รับการสถาปนา; ๒๒–๓๑, อธิบายถึงลักษณะของชีวิตในระหว่างมิลเลเนียม; ๓๒–๔๒, วิสุทธิชนจะได้รับพรและรางวัลในเวลานั้น; ๔๓–๖๒, คำอุปมาเรื่องเจ้านายกับต้นมะกอกหมายถึงความยุ่งยากและการไถ่ไซอันในที่สุด; ๖๓–๗๕, วิสุทธิชนต้องมารวมกันต่อไป; ๗๖–๘๐, พระเจ้าทรงสถาปนารัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา; ๘๑–๑๐๑, วิสุทธิชนต้องร้องขอให้มีการชดใช้ความคับแค้นใจ, ตามคำอุปมาเรื่องหญิงหม้ายและผู้พิพากษาอธรรม.

    ภาค ๑๐๒

    รายงานการประชุมการวางระเบียบสภาสูงชุดแรกของศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๔ (History of the Church, 2:28–31). รายงานการประชุมฉบับดั้งเดิมบันทึกโดยเอ็ลเดอร์ออลิเวอร์ คาวเดอรี กับเอ็ลเดอร์ออร์สัน ไฮด์. สองวันต่อมา, รายงานการประชุมได้รับการแก้ไขโดยท่านศาสดาพยากรณ์, อ่านให้สภาสูงฟัง, และยอมรับโดยสภาสูง. ในปี ค.ศ. ๑๘๓๕ ท่านศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ เติมข้อ ๓๐ ถึง ๓๒, ซึ่งเกี่ยวกับสภาอัครสาวกสิบสอง, ขณะท่านเตรียมภาคนี้เพื่อจัดพิมพ์ในหลักคำสอนและพันธสัญญา.

    ๑–๘, กำหนดสภาสูงเพื่อหาข้อยุติสำหรับปัญหาสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในศาสนจักร; ๙–๑๘, มีระเบียบปฏิบัติให้ไว้สำหรับการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ; ๑๙–๒๓, ประธานสภาเป็นผู้ตัดสิน; ๒๔–๓๔, อธิบายถึงระเบียบปฏิบัติในการอุทธรณ์.

    ภาค ๑๐๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๓๔ (History of the Church, 2:36–39). การเปิดเผยนี้ได้รับหลังจากพาร์ลีย์ พี. แพรทท์ กับไลมัน ไวท์ มาถึงเคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, พวกเขามาจากมิสซูรีเพื่อหารือกับท่านศาสดาพยากรณ์เกี่ยวกับการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูวิสุทธิชนสู่แผ่นดินของพวกเขาในเทศมณฑลแจ๊คสัน.

    ๑–๔, เหตุใดพระเจ้าจึงยอมให้วิสุทธิชนในเทศมณฑลแจ๊คสันถูกข่มเหง; ๕–๑๐, วิสุทธิชนจะได้รับชัยชนะหากพวกเขารักษาพระบัญญัติ; ๑๑–๒๐, การไถ่ไซอันจะเกิดขึ้นโดยอำนาจ, และพระเจ้าจะเสด็จไปเบื้องหน้าผู้คนของพระองค์; ๒๑–๒๘, วิสุทธิชนต้องไปรวมกันในไซอัน, และคนเหล่านั้นที่พลีชีวิตของตนจะพบชีวิตอีก; ๒๙–๔๐, พี่น้องชายหลายคนได้รับเรียกให้จัดตั้งค่ายไซอันและให้ไปที่ไซอัน; พวกเขาได้รับสัญญาถึงชัยชนะหากพวกเขาซื่อสัตย์.

    ภาค ๑๐๔

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, วันที่ ๒๓ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๔, เกี่ยวกับระเบียบเอกภาพ, หรือระเบียบของศาสนจักรเพื่อผลประโยชน์ของคนจน (History of the Church, 2:54–60). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ของการประชุมสภาของฝ่ายประธานสูงสุดและมหาปุโรหิตอื่น ๆ, ซึ่งพิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนฝ่ายโลกของผู้คน. จะต้องมีการยุบระเบียบเอกภาพที่เคิร์ทแลนด์ชั่วคราวและจัดตั้งใหม่, และต้องแบ่งทรัพย์สินให้เป็นสิ่งที่อยู่ในความพิทักษ์ในบรรดาสมาชิกของระเบียบ.

    ๑–๑๐, วิสุทธิชนที่ล่วงละเมิดต่อระเบียบเอกภาพจะถูกสาปแช่ง; ๑๑–๑๖, พระเจ้าทรงจัดหาให้วิสุทธิชนของพระองค์ในวิธีการของพระองค์เอง; ๑๗–๑๘, กฎพระกิตติคุณแนะนำถึงการดูแลคนยากจน; ๑๙–๔๖, มอบหมายสิ่งที่อยู่ในความพิทักษ์และพรต่าง ๆ แก่พี่น้องชายหลายคน; ๔๗–๕๓, ระเบียบเอกภาพในเคิร์ทแลนด์และระเบียบในไซอันต้องแยกกันทำงาน; ๕๔–๖๖, จัดตั้งคลังศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเพื่อพิมพ์พระคัมภีร์; ๖๗–๗๗, คลังทั่วไปของระเบียบเอกภาพต้องทำงานบนพื้นฐานของความเห็นชอบร่วมกัน; ๗๘–๘๖, คนเหล่านั้นที่อยู่ในระเบียบเอกภาพต้องชำระหนี้ทั้งหมดของตน, แล้วพระเจ้าจะปลดปล่อยพวกเขาจากพันธะทางการเงิน.

    ภาค ๑๐๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่แม่น้ำฟิชิง, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๒๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๓๔ (History of the Church, 2:108–111). ความรุนแรงของกลุ่มคนร้ายที่มีต่อวิสุทธิชนในมิสซูรีได้เพิ่มขึ้น, และกลุ่มที่มีการจัดตั้งแล้วจากเทศมณฑลหลายแห่งประกาศเจตนารมณ์ของพวกเขาที่จะทำลายผู้คน. ท่านศาสดาพยากรณ์มาจากเคิร์ทแลนด์ เป็นหัวหน้าของกลุ่มที่รู้จักกันในนามค่ายไซอัน, โดยนำเสื้อผ้าและสัมภาระมา. ขณะที่กลุ่มนี้ตั้งค่ายบนฝั่งแม่น้ำฟิชิง, ท่านศาสดาพยากรณ์ก็ได้รับการเปิดเผย.

    ๑–๕, จะเสริมสร้างไซอันให้สอดคล้องกับกฎซีเลสเชียล; ๖–๑๓, การไถ่ไซอันล่าช้าออกไปชั่วระยะเวลาไม่นาน; ๑๔–๑๙, พระเจ้าจะทรงต่อสู้ในการรบของไซอัน; ๒๐–๒๖, วิสุทธิชนต้องมีปัญญาและไม่โอ้อวดในงานยิ่งใหญ่ขณะที่พวกเขามารวมกัน; ๒๗–๓๐, ควรซื้อที่ดินในแจ๊คสันและในบริเวณเทศมณฑลรอบ ๆ ที่นั่น; ๓๑–๓๔, เอ็ลเดอร์ต้องได้รับเอ็นดาวเม้นท์ที่พระนิเวศน์ของพระเจ้าในเคิร์ทแลนด์; ๓๕–๓๗, วิสุทธิชนที่ได้รับเรียกและได้รับเลือกด้วยจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์; ๓๘–๔๑, วิสุทธิชนต้องชูธงแห่งสันติภาพต่อโลก.

    ภาค ๑๐๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๔ (History of the Church, 2:170–171). การเปิดเผยนี้มุ่งจะแนะนำวอร์เรน เอ. คาวเดอรี, พี่ชายของออลิเวอร์ คาวเดอรี.

    ๑–๓, วอร์เรน เอ. คาวเดอรี ได้รับเรียกเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแลในท้องที่; ๔–๕, การเสด็จมาครั้งที่สองจะไม่เกิดขึ้นกับลูก ๆ แห่งความสว่างดังขโมย; ๖–๘, พรอันยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากการรับใช้อย่างซื่อสัตย์ในศาสนจักร.

    ภาค ๑๐๗

    การเปิดเผยเรื่องฐานะปุโรหิต, ที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๘ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๕ (History of the Church, 2:209–217). ในวันที่กล่าวถึงนี้, อัครสาวกสิบสองประชุมกันในสภา, สารภาพความอ่อนแอและข้อบกพร่องส่วนตัวของพวกเขา, กล่าวถึงการกลับใจ, และแสวงหาการนำทางของพระเจ้าเพิ่มเติม. พวกเขากำลังจะแยกกันไปทำงานเผยแผ่ตามท้องที่ซึ่งได้รับมอบหมาย. แม้ว่าส่วนต่าง ๆ ของภาคนี้ได้รับในวันที่กล่าวถึง, แต่บันทึกทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าหลายส่วนได้รับในเวลาต่างกัน, บางส่วนย้อนไปไกลถึงเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑.

    ๑–๖, มีฐานะปุโรหิตสองอย่าง : แห่งเมลคีเซเดคและแห่งอาโรน; ๗–๑๒, คนเหล่านั้นที่ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ทุกตำแหน่งในศาสนจักร; ๑๓–๑๗, ฝ่ายอธิการควบคุมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน, ซึ่งปฏิบัติศาสนพิธีภายนอก; ๑๘–๒๐, ฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคถือกุญแจทั้งหลายของพรทั้งปวงทางวิญญาณ; ฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนถือกุญแจทั้งหลายแห่งการปฏิบัติของเหล่าเทพ; ๒๑–๓๘, ฝ่ายประธานสูงสุด, อัครสาวกสิบสอง, และสาวกเจ็ดสิบประกอบเป็นโควรัมควบคุมต่าง ๆ, ซึ่งคำตัดสินของพวกท่านต้องกระทำในความสามัคคีและความชอบธรรม; ๓๙–๕๒, ระเบียบแห่งปิตุสถาปนาขึ้นจากอาดัมถึงโนอาห์; ๕๓–๕๗, วิสุทธิชนในสมัยโบราณมารวมกันที่อาดัม-ออนได-อาห์มัน, และพระเจ้าทรงปรากฏต่อพวกเขา; ๕๘–๖๗, อัครสาวกสิบสองต้องวางระเบียบเจ้าหน้าที่ของศาสนจักร; ๖๘–๗๖, อธิการทั้งหลายรับใช้เป็นผู้พิพากษาใหญ่ในอิสราเอล; ๗๗–๘๔, ฝ่ายประธานสูงสุดและอัครสาวกสิบสองประกอบกันเป็นศาลสูงสุดในศาสนจักร; ๘๕–๑๐๐, บรรดาประธานฐานะปุโรหิตปกครองโควรัมของตนเอง.

    ภาค ๑๐๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๖ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๕ (History of the Church, 2:345). ภาคนี้ได้รับตามการร้องขอจากไลมัน เชอร์มัน, ผู้เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตและสาวกเจ็ดสิบและมาหาท่านศาสดาพยากรณ์พร้อมกับร้องขอการเปิดเผยเพื่อจะได้รู้หน้าที่ของเขา.

    ๑–๓, ไลมัน เชอร์มัน ได้รับการให้อภัยบาปของเขา; ๔–๕, จะนับเขาอยู่ในบรรดาเอ็ลเดอร์ที่เป็นผู้นำของศาสนจักร; ๖–๘, เขาได้รับเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณและทำให้พี่น้องชายของเขาเข้มแข็งยิ่งขึ้น.

    ภาค ๑๐๙

    คำสวดอ้อนวอนที่น้อมถวาย ณ การอุทิศพระวิหารที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๗ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๖ (History of the Church, 2:420–426). ตามคำแถลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรของท่านศาสดาพยากรณ์, คำสวดอ้อนวอนนี้ประทานแก่ท่านโดยการเปิดเผย.

    ๑–๕, พระวิหารเคิร์ทแลนด์สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ให้บุตรแห่งพระมหาบุรุษเสด็จมาเยือน; ๖–๒๑, พระวิหารนี้พึงเป็นบ้านแห่งการสวดอ้อนวอน, การอดอาหาร, ศรัทธา, การเรียนรู้, รัศมีภาพ, และระเบียบ, และบ้านแห่งพระผู้เป็นเจ้า; ๒๒–๓๓, ขอให้คนที่ไม่กลับใจ ผู้ที่ต่อต้านผู้คนของพระเจ้าถูกทำให้จำนน; ๓๔–๔๒, ขอให้วิสุทธิชนออกไปด้วยพลังเพื่อรวบรวมคนชอบธรรมสู่ไซอัน; ๔๓–๕๓, ขอให้วิสุทธิชนได้รับการปลดปล่อยจากสิ่งอันน่าสะพรึงกลัวทั้งหลายซึ่งจะเทลงบนคนชั่วร้ายในวันเวลาสุดท้าย; ๕๔–๕๘, ขอให้ประชาชาติและผู้คนทั้งหลายและศาสนจักรทั้งหลายเตรียมรับพระกิตติคุณ; ๕๙–๖๗, ขอให้ชาวยิว, ชาวเลมัน, และอิสราเอลทั้งปวงได้รับการไถ่; ๖๘–๘๐, ขอให้วิสุทธิชนได้รับการสวมมงกุฎด้วยรัศมีภาพและเกียรติยศและได้ความรอดนิรันดร์.

    ภาค ๑๑๐

    นิมิตแสดงให้ประจักษ์ต่อโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ และออลิเวอร์ คาวเดอรี ในพระวิหารที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๓ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๖ (History of the Church, 2:435–436). เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ของการประชุมในวันสะบาโต. ท่านศาสดาพยากรณ์ใช้ถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำปรารภสำหรับบันทึกของท่านเกี่ยวกับการแสดงให้ประจักษ์เหล่านั้น : “ในตอนบ่าย, ข้าพเจ้าช่วยประธานคนอื่น ๆ ในการให้พระกระยาหารค่ำของพระเจ้าแก่ศาสนจักร, โดยรับมาจากอัครสาวกสิบสอง, ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของคนเหล่านั้นที่จะปฏิบัติหน้าที่ ณ โต๊ะศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้. หลังจากปฏิบัติพิธีนี้แก่พี่น้องข้าพเจ้าแล้ว, ข้าพเจ้าก็ออกไปยังแท่นพูด, ม่านบังเลื่อนลงแล้ว, และข้าพเจ้าน้อมกายลง, พร้อมกับออลิเวอร์ คาวเดอรี, ในการสวดอ้อนวอนด้วยความเลื่อมใสและเงียบสงบ. เมื่อลุกขึ้นจากการสวดอ้อนวอน, นิมิตต่อไปนี้เปิดเผยต่อเราทั้งสอง” (History of the Church, 2:435).

    ๑–๑๐, พระเจ้าพระเยโฮวาห์ทรงปรากฏในรัศมีภาพและทรงยอมรับพระวิหารเคิร์ทแลนด์เป็นพระนิเวศน์ของพระองค์; ๑๑–๑๒, โมเสสและเอลีอัสต่างก็มาปรากฏและมอบหมายกุญแจกับสมัยการประทานของพวกท่าน; ๑๓–๑๖, เอลียาห์กลับมาและมอบหมายกุญแจทั้งหลายของสมัยการประทานของท่านดังที่มาลาคีสัญญาไว้.

    ภาค ๑๑๑

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เซเล็ม, รัฐแมสซาชูเซตส์, วันที่ ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๖ (History of the Church, 2:465–466). ในเวลานี้ผู้นำของศาสนจักรมีหนี้สินมากเนื่องจากการทำงานของพวกเขาในการปฏิบัติศาสนกิจ. โดยที่ได้ยินว่าจะมีเงินตราจำนวนมากให้แก่พวกเขาในเซเล็ม, ท่านศาสดาพยากรณ์, ซิดนีย์ ริกดัน, ไฮรัม สมิธ, และออลิเวอร์ คาวเดอรี จึงออกเดินทางไปที่นั่นจากเคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, เพื่อสำรวจข้อเท็จจริงของข้อมูลนี้, พร้อม ๆ กับการสั่งสอนพระกิตติคุณไปด้วย. พี่น้องชายเหล่านี้จัดการกิจธุระหลายรายการของศาสนจักรและสั่งสอนพระกิตติคุณ. เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกเขาจะไม่ได้รับเงินตรา, พวกเขาจึงกลับไปเคิร์ทแลนด์. ปัจจัยหลายอย่างที่โดดเด่นในสภาวการณ์ดังกล่าวสะท้อนออกมาในถ้อยคำของการเปิดเผยครั้งนี้.

    ๑–๕, พระเจ้าทรงดูแลความจำเป็นทางโลกของผู้รับใช้ของพระองค์; ๖–๑๑, พระองค์จะทรงจัดการกับไซอันอย่างมีเมตตาและทรงจัดเตรียมสิ่งทั้งปวงเพื่อประโยชน์ของผู้รับใช้ของพระองค์.

    ภาค ๑๑๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงโธมัส บี. มาร์ช, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๗ (History of the Church, 2:499–501). การเปิดเผยครั้งนี้มีพระคำของพระเจ้าถึงโธมัส บี. มาร์ช เกี่ยวกับอัครสาวกสิบสองของพระเมษโปดก. ท่านศาสดาพยากรณ์บันทึกว่าได้รับการเปิดเผยนี้ในวันที่สั่งสอนพระกิตติคุณเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ. เวลานั้น โธมัส บี. มาร์ช เป็นประธานโควรัมอัครสาวกสิบสอง.

    ๑–๑๐, อัครสาวกสิบสองต้องประกาศพระกิตติคุณและเปล่งเสียงเตือนประชาชาติและผู้คนทั้งปวง; ๑๑–๑๕, ท่านเหล่านั้นต้องแบกกางเขนของพวกท่าน, ตามพระเยซู, และเลี้ยงแกะของพระองค์; ๑๖–๒๐, คนเหล่านั้นที่รับฝ่ายประธานสูงสุดย่อมรับพระเจ้า; ๒๑–๒๙, ความมืดปกคลุมแผ่นดินโลก, และคนเหล่านั้นผู้ที่เชื่อและรับบัพติศมาเท่านั้นจะได้รับการช่วยให้รอด; ๓๐–๓๔, ฝ่ายประธานสูงสุดและอัครสาวกสิบสองถือกุญแจทั้งหลายของสมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา.

    ภาค ๑๑๓

    โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ตอบคำถามบางข้อเกี่ยวกับงานเขียนของอิสยาห์, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๘ (History of the Church, 3:9–10).

    ๑–๖, ระบุถึงลำต้นของเจสซี, หน่อที่ออกมาจากที่นั่น, และรากของเจสซี; ๗–๑๐, พวกที่เหลืออยู่แห่งไซอันซึ่งกระจัดกระจายมีสิทธิ์ในฐานะปุโรหิตและอิสยาห์เรียกให้กลับไปหาพระเจ้า.

    ภาค ๑๑๔

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๑๗ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๘ (History of the Church, 3:23).

    ๑–๒, พระองค์จะทรงมอบตำแหน่งในศาสนจักรซึ่งคนไม่ซื่อสัตย์ดำรงอยู่ให้แก่ผู้อื่น.

    ภาค ๑๑๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๒๖ เมษายน ค.ศ. ๑๘๓๘, โดยทำให้ทราบถึงพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับการเสริมสร้างสถานที่นั้นและพระนิเวศน์ของพระเจ้า (History of the Church, 3:23–25). การเปิดเผยนี้ทรงมีถึงเจ้าหน้าที่ควบคุมของศาสนจักร.

    ๑–๔, พระเจ้าทรงตั้งชื่อศาสนจักรของพระองค์ว่า ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย; ๕–๖, ไซอันและสเตคของนางเป็นสถานที่คุ้มภัยและพักพิงสำหรับวิสุทธิชน; ๗–๑๖, วิสุทธิชนได้รับพระบัญชาให้สร้างพระนิเวศน์ของพระเจ้าที่ฟาร์เวสท์; ๑๗–๑๙, โจเซฟ สมิธ ถือกุญแจของอาณาจักรแห่งพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก.

    ภาค ๑๑๖

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ใกล้ไวท์สเฟอร์รี, ณ สถานที่ซึ่งเรียกว่าสปริงก์ฮิลล์, เทศมณฑลเดวีส, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๓๘ (History of the Church, 3:35).

    ภาค ๑๑๗

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๘, เกี่ยวกับหน้าที่โดยตรงของวิลเลียม มาร์คส์, นูเวล เค. วิทนีย์, และออลิเวอร์ เกรนเจอร์ (History of the Church, 3:45–46).

    ๑–๙, ผู้รับใช้ของพระเจ้าไม่ควรโลภเรื่องทางโลก, เพราะทรัพย์สมบัติสำคัญอย่างไรต่อพระเจ้าเล่า ? ๑๐–๑๖, พวกเขาต้องละทิ้งความคับแคบของจิตวิญญาณ, และการเสียสละของพวกเขาจะศักดิ์สิทธิ์ต่อพระเจ้า.

    ภาค ๑๑๘

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๘, เพื่อตอบคำวิงวอน, “ขอทรงแสดงพระประสงค์ของพระองค์แก่พวกข้าพระองค์, ข้าแต่พระเจ้า, เกี่ยวกับอัครสาวกสิบสอง” (History of the Church, 3:46).

    ๑–๓, พระเจ้าจะทรงจัดหาให้ครอบครัวของอัครสาวกสิบสอง; ๔–๖, มีการบรรจุตำแหน่งว่างในบรรดาอัครสาวกสิบสอง.

    ภาค ๑๑๙

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๘, เพื่อตอบคำวิงวอน : “ข้าแต่พระเจ้า ! ขอทรงโปรดแสดงแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ว่าพระองค์ทรงเรียกร้องทรัพย์สินของผู้คนของพระองค์เท่าไรสำหรับส่วนสิบ” (History of the Church, 3:44). กฎส่วนสิบ, ตามที่เข้าใจกันในวันนี้, มิได้ประทานไว้แก่ศาสนจักรก่อนการเปิดเผยครั้งนี้. คำว่าส่วนสิบในคำสวดอ้อนวอนที่เพิ่งอ้างอิงถึงและในการเปิดเผยก่อนหน้านี้ (๖๔:๒๓; ๘๕:๓; ๙๗:๑๑) มิได้หมายถึงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น, แต่เครื่องบูชาทั้งปวงจากเจตจำนงอิสระ, หรือการบริจาค, ให้แก่เงินกองทุนของศาสนจักร. พระเจ้าประทานแก่ศาสนจักรก่อนหน้านี้กฎแห่งการอุทิศถวายและสิ่งที่อยู่ในความพิทักษ์ซึ่งเป็นทรัพย์สิน, ซึ่งสมาชิก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาเอ็ลเดอร์ที่เป็นผู้นำ) เข้ามาอยู่ภายใต้กฎนั้นโดยพันธสัญญาซึ่งควรเป็นพันธสัญญาอันเป็นนิจ. เนื่องจากความล้มเหลวของหลายคนที่ไม่สามารถรักษาพันธสัญญานี้, พระเจ้าจึงทรงนำกฎนี้ออกไประยะหนึ่งและประทานกฎส่วนสิบให้ทั้งศาสนจักรแทน. ท่านศาสดาพยากรณ์ทูลถามพระเจ้าว่าพระองค์ทรงต้องการทรัพย์สินของพวกเขาเป็นจำนวนเท่าใดเพื่อจุดประสงค์อันศักดิ์สิทธิ์. คำตอบก็คือการเปิดเผยครั้งนี้.

    ๑–๕, วิสุทธิชนต้องจ่ายทรัพย์สินเหลือใช้ของพวกเขาและจากนั้นให้, เป็นส่วนสิบ, หนึ่งในสิบส่วนของผลประโยชน์พวกเขาเป็นรายปี; ๖–๗, หลักเกณฑ์เช่นนั้นจะชำระแผ่นดินแห่งไซอันให้บริสุทธิ์.

    ภาค ๑๒๐

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ฟาร์เวสท์, รัฐมิสซูรี, วันที่ ๘ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๓๘, ทรงทำให้เป็นที่รู้ถึงการจัดการกับทรัพย์สินที่จ่ายเป็นส่วนสิบดังที่เอ่ยถึงในการเปิดเผยก่อนหน้านี้, ภาค ๑๑๙ (History of the Church, 3:44).

    ภาค ๑๒๑

    คำสวดอ้อนวอนและคำพยากรณ์ที่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์เขียนขณะท่านเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำที่ลิเบอร์ตี้, รัฐมิสซูรี, ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๙ (History of the Church, 3:289–300). ท่านศาสดาพยากรณ์กับเพื่อน ๆ หลายคนถูกจำคุกอยู่หลายเดือน. คำร้องและคำอุทธรณ์ของพวกท่านถึงเจ้าหน้าที่ระดับบริหารและตุลาการไม่สามารถช่วยพวกท่านได้.

    ๑–๖, ท่านศาสดาพยากรณ์วิงวอนพระเจ้าแทนวิสุทธิชนที่ทุกข์ทรมาน; ๗–๑๐, พระเจ้าตรัสให้ความสงบแก่ท่าน; ๑๑–๑๗, คนที่ถูกสาปแช่งคือคนทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นผู้ที่ป่าวร้องถึงการล่วงละเมิดอันเป็นเท็จต่อต้านผู้คนของพระเจ้า; ๑๘–๒๕, พวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ในฐานะปุโรหิตและจะอัปมงคล; ๒๖–๓๒, การเปิดเผยอันล้ำเลิศสัญญาให้แก่คนเหล่านั้นที่อดทนอย่างกล้าหาญ; ๓๓–๔๐, เหตุใดหลายคนได้รับเรียกและน้อยคนได้รับเลือก; ๔๑–๔๖, ฐานะปุโรหิตควรใช้ก็แต่ในความชอบธรรม.

    ภาค ๑๒๒

    พระคำของพระเจ้าถึง โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ขณะท่านเป็นผู้ต้องขังในคุกที่ลิเบอร์ตี้, รัฐมิสซูรี, มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๙ (History of the Church, 3:300–301).

    ๑–๔, สุดแดนแผ่นดินโลกจะสอบถามเกี่ยวกับนามของโจเซฟ สมิธ; ๕–๗, ภยันตรายและความตรากตรำทั้งปวงของเขาจะเป็นประสบการณ์แก่เขาและเกิดขึ้นเพื่อความดีของเขา; ๘–๙, บุตรแห่งพระมหาบุรุษเคยลดพระฐานะลงต่ำกว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด.

    ภาค ๑๒๓

    หน้าที่ของวิสุทธิชนเกี่ยวกับผู้ข่มเหงพวกเขา, ดังที่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์เสนอให้ทำ, ขณะเป็นผู้ต้องขังในคุกที่ลิเบอร์ตี้, รัฐมิสซูรี, มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๙ (History of the Church, 3:302–303).

    ๑–๖, วิสุทธิชนควรรวบรวมและตีพิมพ์เรื่องราวความทุกขเวทนาและการข่มเหงที่เกิดขึ้นกับพวกเขา; ๗–๑๐, วิญญาณเดียวกันที่จัดตั้งข้อบัญญัติเท็จนำไปสู่การข่มเหงวิสุทธิชนด้วย; ๑๑–๑๗, หลายคนในบรรดานิกายทั้งปวงยังจะได้รับความจริง.

    ภาค ๑๒๔

    การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๑๙ มกราคม ค.ศ. ๑๘๔๑ (History of the Church, 4:274–286). เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการข่มเหงและใช้กระบวนการผิดกฎหมายต่อพวกเขามากขึ้น, วิสุทธิชนจึงถูกบีบบังคับให้ออกจากมิสซูรี. คำสั่งให้กำจัดซึ่งออกโดยลิลเบิร์น ดับเบิลยู. บอกส์, ผู้ว่าการรัฐมิสซูรี, ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ค.ศ. ๑๘๓๘, มิได้ให้ทางเลือกแก่พวกเขา (History of the Church, 3:175). ในปี ๑๘๔๑, เมื่อประทานการเปิดเผยนี้, เมืองแห่งนอวู, ซึ่งตั้งอยู่ ณ สถานที่ซึ่งเมื่อก่อนคือหมู่บ้านคอมเมิร์ซ, รัฐอิลลินอยส์, ได้รับการเสริมสร้างโดยวิสุทธิชน, และสถาปนาศูนย์ใหญ่ของศาสนจักรขึ้นที่นี่.

    ๑–๑๔, โจเซฟ สมิธ ได้รับบัญชาให้ทำถ้อยแถลงพระกิตติคุณด้วยความเลื่อมใสต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, ผู้ว่าการรัฐ, และผู้ปกครองของประชาชาติทั้งปวง; ๑๕–๒๑, ไฮรัม สมิธ, เดวิด ดับเบิลยู. แพทเทน, โจเซฟ สมิธ, ซีเนียร์, และผู้อื่นในบรรดาคนเป็นและคนตายได้รับพรสำหรับความสุจริตและคุณธรรมของพวกเขา; ๒๒–๒๘, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้สร้างทั้งบ้านเพื่อรับรองคนต่างเมืองและพระวิหารในนอวู; ๒๙–๓๖, การบัพติศมาแทนคนตายต้องกระทำในพระวิหาร; ๓๗–๔๔, ผู้คนของพระเจ้าสร้างพระวิหารเพื่อประกอบศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์เสมอ; ๔๕–๕๕, วิสุทธิชนได้รับยกเว้นจากการสร้างพระวิหารในเทศมณฑลแจ๊คสันเนื่องจากการกดขี่ของศัตรูพวกเขา; ๕๖–๘๓, มีคำแนะนำให้ไว้สำหรับการสร้างบ้านนอวู; ๘๔–๙๖, ไฮรัม สมิธ ได้รับเรียกเป็นผู้ประสาทพร, เพื่อรับกุญแจ, และเข้ามาแทนที่ออลิเวอร์ คาวเดอรี; ๙๗–๑๒๒, วิลเลียม ลอว์ และคนอื่น ๆ ได้รับคำแนะนำในงานของพวกเขา; ๑๒๓–๑๔๕, ระบุชื่อเจ้าหน้าที่สามัญและท้องถิ่น, พร้อมกับหน้าที่และโควรัมที่พวกเขาเกี่ยวข้องด้วย.

    ภาค ๑๒๕

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์, เดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๘๔๑, เกี่ยวกับวิสุทธิชนในอาณาเขตไอโอวา (History of the Church, 4:311–312).

    ๑–๔, วิสุทธิชนต้องสร้างเมืองต่าง ๆ และมารวมกันที่สเตคต่าง ๆ ของไซอัน.

    ภาค ๑๒๖

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในบ้านของบริคัม ยังก์, ที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๙ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๔๑ (History of the Church, 4:382). ในเวลานี้ บริคัม ยังก์ เป็นประธานโควรัมอัครสาวกสิบสอง.

    ๑–๓, บริคัม ยังก์ ได้รับคำชมเนื่องจากงานของท่านและได้รับการปลดเปลื้องจากการเดินทางนอกเขตในอนาคต.

    ภาค ๑๒๗

    สาส์นจากโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงวิสุทธิชนยุคสุดท้ายที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์, โดยมีคำแนะนำเรื่องบัพติศมาแทนคนตาย, ลงวันที่ ณ นอวู, ๑ กันยายน ค.ศ. ๑๘๔๒ (History of the Church, 5:142–144).

    ๑–๔, โจเซฟ สมิธ ชื่นชมยินดีในการข่มเหงและความยากลำบาก; ๕–๑๒, ต้องมีบันทึกเขียนไว้เกี่ยวกับบัพติศมาแทนคนตาย.

    ภาค ๑๒๘

    สาส์นจากโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย, มีคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องบัพติศมาแทนคนตาย, ลงวันที่ ณ นอวู, รัฐอิลลินอยส์, ๖ กันยายน ค.ศ. ๑๘๔๒ (History of the Church, 5:148–153).

    ๑–๕, ผู้ทำบันทึกของท้องที่และผู้ทำบันทึกทั่วไปต้องรับรองข้อเท็จจริงของบัพติศมาแทนคนตาย; ๖–๙, บันทึกของพวกเขาผูกไว้และบันทึกไว้บนแผ่นดินโลกและในสวรรค์; ๑๐–๑๔, อ่างบัพติศมาคืออุปมาถึงหลุมศพ; ๑๕–๑๗, เอลียาห์ฟื้นฟูอำนาจเกี่ยวกับบัพติศมาแทนคนตาย; ๑๘–๒๑, กุญแจ, อำนาจ, และสิทธิอำนาจทั้งหมดของสมัยการประทานทั้งหลายที่ผ่านมาได้รับการฟื้นฟู; ๒๒–๒๕, มีการป่าวร้องข่าวล้ำเลิศและน่ายินดีสำหรับคนเป็นและคนตาย.

    ภาค ๑๒๙

    คำแนะนำที่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ให้ไว้, ที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๔๓, โดยทำให้ทราบถึงกุญแจสำคัญสามประการซึ่งแยกแยะลักษณะที่ถูกต้องของเหล่าเทพและวิญญาณผู้ปฏิบัติ (History of the Church, 5:267).

    ๑–๓, ในสวรรค์มีทั้งร่างที่ได้รับการฟื้นคืนชีวิตและร่างที่เป็นวิญญาณ; ๔–๙, กุญแจมีให้ไว้ซึ่งโดยกุญแจเหล่านั้นจะระบุได้ว่าบรรดาผู้ส่งสารจากอีกด้านหนึ่งของม่านคือใคร.

    ภาค ๑๓๐

    รายละเอียดเป็นข้อ ๆ ของคำแนะนำที่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ให้ไว้, ที่เรมัส, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๒ เมษายน ค.ศ. ๑๘๔๓ (History of the Church, 5:323–325).

    ๑–๓, พระบิดาและพระบุตรจะทรงปรากฏพระวรกายต่อมนุษย์ได้; ๔–๗, บรรดาเทพอยู่ในภพซีเลสเชียล; ๘–๙, แผ่นดินโลกซีเลสเชียลจะเป็นอูริมและทูมมิมอันกว้างใหญ่ไพศาล; ๑๐–๑๑, หินขาวให้ไว้แก่ทุกคนที่เข้าไปในโลกซีเลสเชียล; ๑๒–๑๗, ทรงปิดบังเวลาแห่งการเสด็จมาครั้งที่สองไว้จากท่านศาสดาพยากรณ์; ๑๘–๑๙, ความรู้แจ้งที่ได้มาในชีวิตนี้จะลุกขึ้นพร้อมกับเราในการฟื้นคืนชีวิต; ๒๐–๒๑, พรทั้งปวงได้มาโดยการเชื่อฟังกฎ; ๒๒–๒๓, พระบิดาและพระบุตรทรงมีพระวรกายเป็นเนื้อหนังและกระดูก.

    ภาค ๑๓๑

    คำแนะนำโดยโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ให้ไว้ที่เรมัส, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๑๖ และ ๑๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๘๔๓ (History of the Church, 5:392–393).

    ๑–๔, การแต่งงานซีเลสเชียลเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสูงส่งในสวรรค์ชั้นสูงสุด; ๕–๖, อธิบายว่ามนุษย์ได้รับการผนึกไว้สู่ชีวิตนิรันดร์อย่างไร; ๗–๘, วิญญาณทั้งปวงเป็นสสาร.

    ภาค ๑๓๒

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่นอวู, รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งบันทึกไว้เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๔๓, เกี่ยวกับพันธสัญญาใหม่และเป็นนิจ, รวมทั้งนิรันดรของพันธสัญญาการแต่งงาน, และการมีภรรยาหลายคนด้วย (History of the Church, 5:501–507). แม้ว่าการเปิดเผยนี้บันทึกไว้ในปี ๑๘๔๓, แต่ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่าท่านศาสดาพยากรณ์ทราบถึงหลักคำสอนและหลักธรรมที่อยู่ในการเปิดเผยนี้มาตั้งแต่ปี ๑๘๓๑.

    ๑–๖, ความสูงส่งได้มาโดยผ่านพันธสัญญาใหม่และเป็นนิจ; ๗–๑๔, พระองค์ทรงอธิบายถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขของพันธสัญญานั้น; ๑๕–๒๐, การแต่งงานซีเลสเชียลและความต่อเนื่องของหน่วยครอบครัวทำให้มนุษย์สามารถเป็นผู้เป็นเจ้าได้; ๒๑–๒๕, วิถีทางคับแคบและแคบนำไปสู่ชีวิตทั้งหลายอันเป็นนิรันดร์; ๒๖–๒๗, พระองค์ประทานกฎไว้เกี่ยวกับการลบหลู่พระวิญญาณบริสุทธิ์; ๒๘–๓๙, คำสัญญาต่าง ๆ ถึงการเพิ่มพูนนิรันดร์และความสูงส่งทำไว้กับบรรดาศาสดาพยากรณ์และวิสุทธิชนในทุกยุคสมัย; ๔๐–๔๗, พระองค์ประทานอำนาจแก่โจเซฟ สมิธ ในการผูกและผนึกไว้บนแผ่นดินโลกและในสวรรค์; ๔๘–๕๐, พระเจ้าทรงผนึกความสูงส่งของท่านบนท่าน; ๕๑–๕๗, เอ็มมา สมิธ ได้รับคำแนะนำให้ซื่อสัตย์และแน่วแน่; ๕๘–๖๖, อธิบายถึงกฎที่ควบคุมเรื่องการมีภรรยาหลายคน.

    ภาค ๑๓๓

    การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่ไฮรัม, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๓ พฤศจิกายน ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church, 1:229–234). เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับการเปิดเผยนี้ท่านศาสดาพยากรณ์เขียนไว้ว่า, “ขณะนี้มีหลายเรื่องซึ่งเอ็ลเดอร์ปรารถนาจะรู้เกี่ยวกับการสั่งสอนพระกิตติคุณแก่ผู้อยู่อาศัยของแผ่นดินโลก, และเกี่ยวกับการรวมกันนั้น; และเพื่อให้ดำเนินชีวิตด้วยความสว่างแท้จริง, และได้รับการชี้แนะจากเบื้องบน, ในวันที่ ๓ พฤศจิกายน, ค.ศ. ๑๘๓๑, ข้าพเจ้าทูลถามพระเจ้าและได้รับการเปิดเผยที่สำคัญดังนี้” (History of the Church, 1:229). ในตอนแรก ภาคนี้ได้เพิ่มเติมเข้ากับหนังสือหลักคำสอนและพันธสัญญาให้เป็นภาคผนวกและต่อมามีการกำหนดเลขที่ภาค.

    ๑–๖, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้เตรียมรับการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๗–๑๖, มนุษย์ทุกคนได้รับบัญชาให้หลบหนีจากบาบิโลน, มาที่ไซอัน, และเตรียมรับวันสำคัญยิ่งของพระเจ้า; ๑๗–๓๕, พระองค์จะทรงยืนบนภูเขาไซอัน, ทวีปทั้งหลายจะกลายเป็นผืนแผ่นดินเดียว, และบรรดาเผ่าที่สูญหายของอิสราเอลจะกลับมา; ๓๖–๔๐, พระกิตติคุณได้รับการฟื้นฟูผ่านโจเซฟ สมิธ เพื่อจะได้นำไปสั่งสอนทั่วโลก; ๔๑–๕๑, พระเจ้าจะเสด็จลงมาในการแก้แค้นคนชั่วร้าย; ๕๒–๕๖, ปีแห่งผู้ได้รับการไถ่ของพระองค์; ๕๗–๗๔, พระองค์จะทรงส่งพระกิตติคุณออกไปช่วยวิสุทธิชนให้รอดและทำให้คนชั่วร้ายพินาศ.

    ภาค ๑๓๔

    ข้อประกาศถึงความเชื่อเกี่ยวกับการปกครองและกฎหมายทั่วไป, ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยมติเป็นเอกฉันท์ ณ การประชุมใหญ่ของศาสนจักรซึ่งมีขึ้นที่เคริท์แลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๗ สิงหาคม ค.ศ. ๑๘๓๕ (History of the Church, 2:247–249). เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการประชุมผู้นำศาสนจักร, ซึ่งมาร่วมกันพิจารณาเนื้อหาที่เสนอสำหรับงานพิมพ์ครั้งแรกของหลักคำสอนและพันธสัญญา. ในเวลานั้น, มีการให้บทนำสำหรับคำแถลงการณ์ดังกล่าวไว้ดังนี้ : “เพื่อความเชื่อของเราเกี่ยวกับการปกครองและกฎหมายทั่วไปฝ่ายโลกจะไม่ถูกตีความหรือเข้าใจผิด, เราคิดว่าเหมาะสมแล้วที่จะเสนอความเห็นของเรา, ไว้ท้ายเล่มนี้, เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ” (History of the Church, 2:247).

    ๑–๔, รัฐบาลทั้งหลายควรรักษาเสรีภาพแห่งมโนธรรมและการนมัสการ; ๕–๘, ทุกคนควรสนับสนุนรัฐบาลของตนและเคารพและยำเกรงกฎหมาย; ๙–๑๐, สังคมศาสนาไม่ควรบังคับใช้อำนาจการปกครองแบบรัฐ; ๑๑–๑๒, มนุษย์มีสิทธิ์ปกป้องตนเองและทรัพย์สินของตน.

    ภาค ๑๓๕

    มรณสักขีของโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์และพี่ชายท่าน, ไฮรัม สมิธ ผู้ประสาทพร, ที่คาร์เทจ, รัฐอิลลินอยส์, วันที่ ๒๗ มิถุนายน ค.ศ. ๑๘๔๔ (History of the Church, 6:629–631). เอกสารฉบับนี้เขียนโดยเอ็ลเดอร์จอห์น เทย์เลอร์แห่งสภาอัครสาวกสิบสอง, ซึ่งเป็นพยานถึงเหตุการณ์เหล่านั้น.

    ๑–๒, โจเซฟกับไฮรัมถูกสังหารเป็นมรณสักขีในคุกคาร์เทจ; , ป่าวร้องถึงสถานะสูงสุดของท่านศาสดาพยากรณ์; ๔–๗, เลือดบริสุทธิ์ของพวกท่านเป็นพยานถึงความจริงและความศักดิ์สิทธิ์ของงาน.

    ภาค ๑๓๖

    พระคำและพระประสงค์ของพระเจ้า, ที่ประทานผ่านประธานบริคัม ยังก์ ที่วินเทอร์ ควอเตอร์ส, ค่ายของอิสราเอล, โอมาฮา เนชั่น, บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำมิสซูรี, ใกล้เคาน์ซิล บลัฟส์, รัฐไอโอวา (เจอเนิล ฮิสตรี้ ออฟ เดอะ เชิร์ช [Journal History of the Church], ๑๔ มกราคม ค.ศ. ๑๘๔๗).

    ๑–๑๖, อธิบายวิธีวางระเบียบค่ายของอิสราเอลในการเดินทางไปทางตะวันตก; ๑๗–๒๗, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้ดำเนินชีวิตตามมาตรฐานพระกิตติคุณหลายข้อ; ๒๘–๓๓, วิสุทธิชนควรร้องเพลง, เต้นรำ, สวดอ้อนวอน, และเรียนรู้ปัญญา; ๓๔–๔๒, ศาสดาพยากรณ์ทั้งหลายถูกสังหารเพื่อพวกท่านจะได้รับเกียรติและคนชั่วร้ายจะได้ถูกกล่าวโทษ.

    ภาค ๑๓๗

    นิมิตที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ในพระวิหารที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๑ มกราคม ค.ศ. ๑๘๓๖ (History of the Church, 2:380–381). เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติศาสนพิธีเอ็นดาวเม้นท์เท่าที่ได้รับการเปิดเผยมา.

    ๑–๖, ท่านศาสดาพยากรณ์มองเห็นอัลวินพี่ชายท่าน ในอาณาจักรซีเลสเชียล; ๗–๙, หลักคำสอนเกี่ยวกับความรอดของคนตายได้รับการเปิดเผย; ๑๐, เด็กทุกคนรอดในอาณาจักรซีเลสเชียล.

    ภาค ๑๓๘

    นิมิตที่ประทานแก่ประธานโจเซฟ เอฟ. สมิธ ในซอล์ทเลคซิตี้, รัฐยูทาห์, เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๑๘. ในสุนทรพจน์เปิดการประชุมใหญ่สามัญกึ่งปีครั้งที่ ๘๙ ของศาสนจักร, วันที่ ๔ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๑๘, ประธานสมิธประกาศว่าท่านได้รับการสื่อสารจากสวรรค์มากมายระหว่างหลายเดือนที่ผ่านมา. หนึ่งในบรรดาการสื่อสารเหล่านั้น, ซึ่งประธานสมิธได้รับเมื่อวันก่อน, เกี่ยวกับการที่พระผู้ช่วยให้รอดเสด็จเยือนวิญญาณทั้งหลายของคนตายขณะที่พระวรกายของพระองค์อยู่ในอุโมงค์. ท่านเขียนไว้ทันทีหลังจากปิดการประชุมใหญ่. เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๑๘, ท่านมอบสิ่งนี้ให้ที่ปรึกษาในฝ่ายประธานสูงสุด, สภาอัครสาวกสิบสอง, และผู้ประสาทพร, และได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์จากพวกเขา.

    ๑–๑๐, ประธานโจเซฟ เอฟ. สมิธ ไตร่ตรองถึงงานเขียนของเปโตรและการเสด็จเยือนของพระเจ้าของเราไปยังโลกวิญญาณ; ๑๑–๒๔, ประธานสมิธมองเห็นคนตายที่ชอบธรรมรวมกันอยู่ในเมืองบรมสุขเกษมและการปฏิบัติศาสนกิจของพระคริสต์ท่ามกลางพวกเขา; ๒๕–๓๗, ท่านมองเห็นว่าการสั่งสอนพระกิตติคุณวางระเบียบไว้อย่างไรในบรรดาวิญญาณทั้งหลาย; ๓๘–๕๒, ท่านเห็นอาดัม, เอวา, และศาสดาพยากรณ์ผู้บริสุทธิ์หลายท่านในโลกวิญญาณผู้ที่มองว่าสภาวะทางวิญญาณของพวกท่านก่อนการฟื้นคืนชีวิตของพวกท่านเป็นพันธนาการ; ๕๓–๖๐, คนตายที่ชอบธรรมในยุคนี้ทำงานของพวกเขาต่อไปในโลกแห่งวิญญาณ.