พิมพ์
แบ่งปัน

หลักคำสอนและพันธสัญญา

ภาค ๑๐๑

การเปิดเผยที่ประทานแก่โจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๑๖ ธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๓ (History of the Church, 1:458–464). ในเวลานี้วิสุทธิชนที่มารวมกันในมิสซูรีถูกข่มเหงอย่างหนัก. กลุ่มคนร้ายขับไล่พวกเขาให้จากบ้านของพวกเขาในเทศมณฑลแจ๊คสัน และวิสุทธิชนบางคนพยายามตั้งรกรากในเทศมณฑลแวน บิวเรน, แต่การข่มเหงก็ยังเกิดขึ้นกับพวกเขา. วิสุทธิชนโดยส่วนใหญ่ขณะนั้นอยู่ในเทศมณฑลเคลย์, รัฐมิสซูรี. การขู่จะเอาชีวิตคนบางคนในศาสนจักรมีมาก. ผู้คนสูญเสียเครื่องเรือน, เครื่องนุ่งห่ม, ปศุสัตว์, และทรัพย์สมบัติส่วนตัวอื่น ๆ; และพืชผลของพวกเขาเป็นอันมากถูกทำลาย.

๑–๘, วิสุทธิชนถูกตีสอนและเป็นทุกข์เนื่องจากการล่วงละเมิดของพวกเขา; ๙–๑๕, ความเคืองแค้นของพระเจ้าจะลงมาบนประชาชาติ, แต่ผู้คนของพระองค์จะได้รับการรวบรวมและปลอบโยน; ๑๖–๒๑, ไซอันกับสเตคของนางจะได้รับการสถาปนา; ๒๒–๓๑, อธิบายถึงลักษณะของชีวิตในระหว่างมิลเลเนียม; ๓๒–๔๒, วิสุทธิชนจะได้รับพรและรางวัลในเวลานั้น; ๔๓–๖๒, คำอุปมาเรื่องเจ้านายกับต้นมะกอกหมายถึงความยุ่งยากและการไถ่ไซอันในที่สุด; ๖๓–๗๕, วิสุทธิชนต้องมารวมกันต่อไป; ๗๖–๘๐, พระเจ้าทรงสถาปนารัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา; ๘๑–๑๐๑, วิสุทธิชนต้องร้องขอให้มีการชดใช้ความคับแค้นใจ, ตามคำอุปมาเรื่องหญิงหม้ายและผู้พิพากษาอธรรม.

ตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, เกี่ยวกับพี่น้องเจ้าผู้เป็นทุกข์, และถูกข่มเหง, และถูกขับออกจากแผ่นดินแห่งมรดกของพวกเขา—

เรา, พระเจ้า, ยอมให้ความทุกข์มาถึงพวกเขา, ซึ่งด้วยความทุกข์นั้นพวกเขาเป็นทุกข์, อันเป็นผลจากการล่วงละเมิดของพวกเขา;

ทว่าเราจะเป็นเจ้าของพวกเขา, และพวกเขาจะเป็นของเราในวันนั้นเมื่อเราจะมาเลือกสรรเพชรพลอยของเรา.

ฉะนั้น, พวกเขาจำเป็นต้องถูกตีสอนและถูกทดลอง, แม้ดังอับราฮัม, ผู้ได้รับบัญชาให้ถวายบุตรคนเดียวของท่าน.

เพราะคนทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นผู้จะไม่อดทนต่อการตีสอน, แต่ปฎิเสธเรา, จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ไม่ได้.

ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, มีความไม่ลงรอยกัน, และการขัดแย้ง, และความริษยา, และการวิวาท, และความปรารถนาอันเป็นตัณหาราคะและความโลภในบรรดาพวกเขา; ฉะนั้น โดยสิ่งเหล่านี้พวกเขาทำให้มรดกของพวกเขาแปดเปื้อน.

พวกเขาเชื่องช้าในการสดับฟังสุรเสียงของพระเจ้าพระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา; ฉะนั้น, พระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขาจึงทรงเชื่องช้าในการสดับฟังคำสวดอ้อนวอนของพวกเขา, ในการตอบพวกเขาในวันแห่งความยุ่งยากของพวกเขา.

ในวันแห่งความสงบสุขของพวกเขา พวกเขาถือคำแนะนำของเราเป็นเรื่องเล่น ๆ; แต่, ในวันแห่งความยุ่งยากของพวกเขา, ด้วยความจำเป็นพวกเขาคลำหาเรา.

ตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, ทั้งที่พวกเขามีบาป, อุทรของเราเต็มไปด้วยความสงสารต่อพวกเขา. เราจะไม่ขับพวกเขาออกไปทั้งหมด; และในวันแห่งความโกรธเราจะนึกถึงความเมตตา.

๑๐ เราให้คำมั่นไว้, และประกาศิตออกไปโดยบัญญัติข้อก่อนหน้านี้ซึ่งเราให้แก่เจ้าไว้, ว่าเราจะเงื้อดาบแห่งความเคืองแค้นของเราลงมาต่อสู้เพื่อช่วยผู้คนของเรา; และแม้ดังที่เรากล่าวไว้, สิ่งนั้นจะบังเกิดขึ้น.

๑๑ ในไม่ช้าความเคืองแค้นของเราจะเทลงมาบนประชาชาติทั้งปวงอย่างมิอาจประมาณ; และการนี้เราจะทำเมื่อถ้วยแห่งความชั่วช้าสามานย์ของพวกเขาเต็มเปี่ยม.

๑๒ และในวันนั้น คนทั้งปวงที่เราพบบนหอคอยสูง, หรืออีกนัยหนึ่ง, อิสราเอลทั้งปวงของเรา, จะได้รับการช่วยให้รอด.

๑๓ และเราจะรวบรวมพวกเขาที่กระจัดกระจาย.

๑๔ และเราจะปลอบโยนคนทั้งปวงเหล่านั้นที่โศกเศร้า.

๑๕ และเราจะสวมมงกุฎคนทั้งปวงเหล่านั้นที่สละชีวิตของพวกเขาเพื่อนามของเรา.

๑๖ ฉะนั้น, ให้ใจของเจ้าสบายเกี่ยวกับไซอัน; เพราะเนื้อหนังทั้งปวงอยู่ในมือเรา; จงนิ่งเถิดและรู้ว่าเราคือพระผู้เป็นเจ้า.

๑๗ ไซอันจะไม่ถูกย้ายออกจากที่ของนาง, ทั้งที่ลูกหลานของนางกระจัดกระจาย.

๑๘ คนเหล่านั้นที่ยังอยู่, และมีใจบริสุทธิ์, จะกลับมา, และมาสู่มรดกของพวกเขา, พวกเขาและลูกหลานของพวกเขา, ด้วยเพลงแห่งปีติอันเป็นนิจ, เพื่อสร้างแผ่นดินที่รกร้างของไซอันขึ้นมาใหม่—

๑๙ และสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เพื่อถ้อยคำของบรรดาศาสดาพยากรณ์จะเกิดสัมฤทธิผล.

๒๐ และ, ดูเถิด, มิได้มีสถานที่อื่นใดกำหนดไว้นอกจากสถานที่ซึ่งเรากำหนด; ทั้งจะไม่มีสถานที่อื่นใดนอกจากสถานที่ซึ่งเรากำหนดไว้, เพื่องานแห่งการรวบรวมวิสุทธิชนของเรา—

๒๑ จนกว่าจะถึงวันนั้นเมื่อพบว่าไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเขาอีก; และในเวลานั้นเราก็มีสถานที่อื่น ๆ ซึ่งเราจะกำหนดไว้ให้พวกเขา, และสถานที่เหล่านั้นจะเรียกว่าสเตค, เพื่อเป็นม่านบังหรือกำลังของไซอัน.

๒๒ ดูเถิด, เป็นความประสงค์ของเรา, ที่คนทั้งปวงเหล่านั้นผู้เรียกหานามของเรา, และนมัสการเราตามกิตติคุณอันเป็นนิจของเรา, จะรวบรวมกัน, และยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์;

๒๓ และเตรียมรับการเปิดเผยซึ่งจะมาถึง, เมื่อม่านอันเป็นเครื่องคลุมวิหารของเรา, ในพลับพลาของเรา, ซึ่งซ่อนแผ่นดินโลกอยู่, จะถูกนำออกไป, และเนื้อหนังทั้งปวงจะเห็นเราพร้อมกัน.

๒๔ และทุกสิ่งที่มีมลทิน, ทั้งมนุษย์, หรือสัตว์แห่งท้องทุ่ง, หรือสัตว์ปีกแห่งฟ้าสวรรค์, หรือสัตว์น้ำแห่งทะเล, ที่พำนักอยู่ทั่วพื้นพิภพ, จะมอดไหม้;

๒๕ และที่เป็นธาตุจะละลายด้วยความร้อนอันแรงกล้าด้วย; และสิ่งทั้งปวงจะกลับกลายเป็นสิ่งใหม่, เพื่อความรู้และรัศมีภาพของเราจะพำนักอยู่ทั่วทั้งแผ่นดินโลก.

๒๖ และในวันนั้นความเป็นอริของมนุษย์, และความเป็นอริของสัตว์, แท้จริงแล้ว, ความเป็นอริของเนื้อหนังทั้งปวง, จะพ้นไปจากหน้าเรา.

๒๗ และในวันนั้นอะไรก็ตามที่มนุษย์คนใดจะขอ, ก็จะให้แก่เขา.

๒๘ และในวันนั้นซาตานจะไม่มีอำนาจที่จะล่อลวงมนุษย์คนใด.

๒๙ และจะไม่มีโทมนัสเพราะไม่มีความตาย.

๓๐ ในวันนั้นทารกจะไม่ตายจนกว่าเขาจะแก่เฒ่า; และชีวิตของเขาจะเป็นดังอายุของต้นไม้;

๓๑ และเมื่อเขาตายเขาจะไม่หลับ, นั่นหมายถึงในพื้นดิน, แต่จะถูกเปลี่ยนในพริบตา, และเราจะพาเขาขึ้นไป, และสถานพักผ่อนของเขาจะมีรัศมีภาพ.

๓๒ แท้จริงแล้ว, ตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, ในวันนั้นเมื่อพระเจ้าจะเสด็จมา, พระองค์จะทรงเปิดเผยสิ่งทั้งปวง—

๓๓ สิ่งที่ผ่านไป, และสิ่งที่ซ่อนอยู่ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดรู้, สิ่งที่เกี่ยวกับแผ่นดินโลก, ซึ่งโดยสิ่งนั้นพระองค์ทรงรังสรรค์โลก, และจุดประสงค์และจุดหมายของมัน—

๓๔ สิ่งที่ล้ำค่าที่สุด, สิ่งที่อยู่เบื้องบน, และสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง, สิ่งที่อยู่ในแผ่นดินโลก, และบนแผ่นดินโลก, และในฟ้าสวรรค์.

๓๕ และคนทั้งปวงเหล่านั้นที่ทนรับการข่มเหงเพื่อนามของเรา, และอดทนด้วยศรัทธา, แม้ว่าพวกเขาได้รับเรียกให้พลีชีพเพื่อเห็นแก่เรา ทว่าพวกเขาจะยังรับส่วนรัศมีภาพนี้ทั้งหมด.

๓๖ ดังนั้น, อย่ากลัวเลยแม้จนถึงความตาย; เพราะในโลกนี้ปีติของเจ้าไม่บริบูรณ์, แต่ในเราปีติของเจ้าบริบูรณ์.

๓๗ ฉะนั้น, อย่ากังวลกับร่างกาย, หรือชีวิตของร่างกาย; แต่กังวลกับจิตวิญญาณ, และกับชีวิตของจิตวิญญาณ.

๓๘ และแสวงหาพระพักตร์ของพระเจ้าเสมอ, เพื่อในความอดทนเจ้าจะครอบครองจิตวิญญาณของเจ้า, และเจ้าจะมีชีวิตนิรันดร์.

๓๙ เมื่อมนุษย์ได้รับเรียกมาสู่กิตติคุณอันเป็นนิจของเรา, และทำพันธสัญญาด้วยพันธสัญญาอันเป็นนิจ, เราจะนับพวกเขาเป็นเกลือของแผ่นดินโลกและรสชาติแห่งมนุษย์;

๔๐ เราเรียกพวกเขาให้เป็นรสชาติแห่งมนุษย์; ดังนั้น, หากเกลือนั้นของแผ่นดินโลกหมดรส, ดูเถิด, นับจากนั้นมันไม่มีประโยชน์เลยนอกจากจะเอาไปทิ้งเสียและถูกเหยียบย่ำไว้ใต้เท้ามนุษย์.

๔๑ ดูเถิด, นี่คือปัญญาเกี่ยวกับลูกหลานของไซอัน, แม้หลายคน, แต่มิใช่ทั้งหมด; เราพบว่าพวกเขาเป็นผู้ล่วงละเมิด, ฉะนั้นพวกเขาจำต้องถูกตีสอน

๔๒ คนที่ยกตนให้สูงส่งเราจะทำให้ต่ำต้อย, และคนที่ทำให้ตนต่ำต้อยเราจะยกให้สูงส่ง.

๔๓ และบัดนี้, เราจะสอนคำอุปมาแก่เจ้า, เพื่อเจ้าจะรู้ความประสงค์ของเราเกี่ยวกับการไถ่ไซอัน.

๔๔ เจ้านายคนหนึ่งมีที่ดินแห่งหนึ่ง, เลิศเลอยิ่งนัก; และเขากล่าวแก่คนใช้ทั้งหลายของเขาว่า : เจ้าจงไปยังสวนองุ่นของเรา, แม้บนที่ดินอันเลิศเลอยิ่งนักผืนนี้, และปลูกต้นมะกอกสิบสองต้น;

๔๕ และวางยามไว้โดยรอบ, และสร้างหอสูง, เพื่อคนหนึ่งจะมองเห็นแผ่นดินโดยรอบ, เพื่อเป็นยามบนหอสูง, เพื่อต้นมะกอกของเราจะไม่ถูกหักโค่นเมื่อศัตรูจะมาปล้นสะดมและนำผลจากสวนองุ่นของเราไปเป็นของตนเอง.

๔๖ บัดนี้, คนใช้ทั้งหลายของเจ้านายออกไปทำดังที่นายของพวกเขาบัญชา, และปลูกต้นมะกอก, และสร้างรั้วต้นไม้โดยรอบ, และวางยามไว้, และเริ่มสร้างหอสูง.

๔๗ และขณะที่พวกเขายังวางรากฐานของมันอยู่, พวกเขาเริ่มกล่าวในบรรดาพวกเขาว่า : และนายของข้าพเจ้าต้องการอะไรเล่าจากหอสูงนี้ ?

๔๘ และปรึกษากันเป็นเวลานาน, โดยกล่าวในบรรดาพวกเขาว่า : นายของข้าพเจ้าต้องการอะไรเล่าจากหอสูงนี้, ในเมื่อเห็นได้ว่านี่เป็นเวลาแห่งความสงบสุข ?

๔๙ เงินตรานี้อาจนำไปไว้กับผู้แลกเปลี่ยนมิใช่หรือ ? เพราะไม่มีความจำเป็นในสิ่งเหล่านี้.

๕๐ และขณะที่พวกเขามีความเห็นขัดแย้งกัน พวกเขาก็เริ่มเกียจคร้านมาก, และพวกเขาหาสดับฟังคำบัญชาจากนายของพวกเขาไม่.

๕๑ และศัตรูมาตอนกลางคืน, และหักโค่นรั้วต้นไม้; และคนใช้ของเจ้านายลุกขึ้นและตกใจกลัว, และหลบหนีไป; และศัตรูทำลายงานของพวกเขา, และหักโค่นต้นมะกอก.

๕๒ บัดนี้, ดูเถิด, เจ้านาย, เจ้าแห่งสวนองุ่น, เรียกคนใช้ของเขา, และกล่าวแก่พวกเขา, เหตุใดเล่า ! อะไรเป็นสาเหตุของความชั่วอันใหญ่หลวงนี้ ?

๕๓ เจ้าไม่ควรหรือที่จะทำแม้ดังที่เราบัญชาเจ้า, และ—หลังจากเจ้าปลูกสวนองุ่น, และสร้างรั้วต้นไม้โดยรอบแล้ว, และวางยามไว้บนกำแพงนั้น—สร้างหอสูงด้วย, และวางยามคนหนึ่งไว้บนหอสูง, และเฝ้าดูสวนองุ่นของเรา, และไม่หลับไป, เกลือกศัตรูจะโจมตีเจ้า ?

๕๔ และดูเถิด, ยามบนหอสูงก็จะได้เห็นศัตรูขณะที่ยังอยู่ไกล; และเมื่อเป็นดังนั้นเจ้าก็จะได้เตรียมพร้อมและมิให้ศัตรูมาพังรั้วต้นไม้ที่นั่นได้, และทำให้สวนองุ่นของเรารอดจากเงื้อมมือผู้ทำลาย.

๕๕ และเจ้าแห่งสวนองุ่นกล่าวแก่คนใช้คนหนึ่งของเขาว่า : จงไปรวบรวมคนใช้ที่เหลือของเรา, และนำกำลังทั้งหมดของบ้านเราไป, ซึ่งคือนักรบของเรา, คนหนุ่มของเรา, และคนเหล่านั้นที่อยู่ในวัยกลางคนด้วยในบรรดาคนใช้ทั้งหมดของเรา, ผู้เป็นกำลังของบ้านเรา, เว้นไว้เฉพาะคนเหล่านั้นที่เรากำหนดให้ยังอยู่ต่อไป;

๕๖ และเจ้าจงไปยังที่ดินแห่งสวนองุ่นของเราทันที, และกู้คืนสวนองุ่นของเรา; เพราะมันเป็นของเรา; เราซื้อมาด้วยเงินตรา.

๕๗ ฉะนั้น, เจ้าจงเข้าไปยังที่ดินของเราทันที; พังกำแพงของศัตรูเรา; ทำลายหอสูงของพวกเขา, และทำให้ยามของพวกเขากระจัดกระจาย.

๕๘ และตราบเท่าที่พวกเขารวมตัวกันต่อสู้เจ้า, จงแก้แค้นศัตรูของเราให้เรา, เพื่อว่าในไม่ช้าเราจะมาพร้อมกับพวกที่เหลือของบ้านเราและครอบครองแผ่นดิน.

๕๙ และคนใช้กล่าวแก่นายของเขาว่า : เมื่อไรเล่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ?

๖๐ และเขากล่าวแก่คนใช้ของเขาว่า : เมื่อเราประสงค์; เจ้าจงไปทันที, และทำสิ่งทั้งปวงไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราบัญชาเจ้า;

๖๑ และนี่จะเป็นตราและพรของเราไว้บนเจ้า—ผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์และมีปัญญาท่ามกลางบ้านเรา, ผู้ปกครองในอาณาจักรของเรา.

๖๒ และคนใช้ของเขาออกไปทันที, และทำสิ่งทั้งปวงไม่ว่าอะไรก็ตามที่นายบัญชาเขา; และหลังจากนั้นหลายวันสิ่งทั้งปวงก็เกิดสัมฤทธิผล.

๖๓ อนึ่ง, ตามจริงแล้วเรากล่าวแก่เจ้า, เราจะแสดงปรีชาญาณในเราแก่เจ้าเกี่ยวกับหน่วยทั้งปวงของศาสนจักร, ตราบเท่าที่พวกเขาเต็มใจรับการนำทางในวิธีที่ถูกต้องและสมควรเพื่อความรอดของพวกเขา—

๖๔ ว่างานแห่งการรวบรวมวิสุทธิชนของเราจะมีต่อไป, ว่าเราจะเสริมสร้างพวกเขาสำหรับนามของเราบนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์; เพราะเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวมาถึงแล้ว, และคำของเราจำเป็นต้องเกิดสัมฤทธิผล.

๖๕ ฉะนั้น, เราต้องรวบรวมผู้คนของเรา, ตามคำอุปมาเรื่องข้าวสาลีและข้าวละมาน, เพื่อเราจะเก็บรักษาข้าวสาลีไว้ในยุ้งเพื่อมีชีวิตนิรันดร์, และสวมด้วยมงกุฎรัศมีภาพซีเลสเชียล, เมื่อเราจะมาในอาณาจักรของพระบิดาแห่งเราเพื่อรางวัลมนุษย์ทุกคนตามที่งานของเขาจะเป็น;

๖๖ ขณะที่ข้าวละมานจะถูกมัดไว้เป็นฟ่อน ๆ, และสายรัดของมันถูกตรึงไว้แน่นหนา, เพื่อมันจะถูกเพลิงที่ไม่รู้ดับเผาผลาญ.

๖๗ ฉะนั้น, บัญญัติข้อหนึ่งเราให้แก่หน่วยทั้งปวงของศาสนจักร, ว่าพวกเขาจะรวมกันต่อไปมาสู่สถานที่ซึ่งเรากำหนดไว้.

๖๘ กระนั้นก็ตาม, ดังที่เรากล่าวแก่เจ้าในบัญญัติข้อก่อน, อย่าให้การรวมของเจ้าเป็นไปอย่างเร่งรีบ, หรือโดยการหนี; แต่ให้สิ่งทั้งปวงเตรียมไว้ก่อนหน้าเจ้า.

๖๙ และเพื่อให้สิ่งทั้งปวงเตรียมไว้ก่อนหน้าเจ้า, จงยึดถือบัญญัติซึ่งเราให้ไว้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้—

๗๐ ซึ่งกล่าว, หรือสอน, ให้ซื้อที่ดินทั้งหมดด้วยเงินตรา, ซึ่งจะซื้อได้จากเงินตรา, ในภูมิภาคโดยรอบแผ่นดินซึ่งเรากำหนดให้เป็นแผ่นดินแห่งไซอัน, เพื่อการเริ่มต้นของการรวมวิสุทธิชนของเรา;

๗๑ ที่ดินทั้งหมด ซึ่งจะซื้อได้ในเทศมณฑลแจ๊คสัน, และเทศมณฑลต่าง ๆ โดยรอบ, และปล่อยที่เหลือไว้ในมือเรา.

๗๒ บัดนี้, ตามจริงแล้วเรากล่าวแก่เจ้า, ให้หน่วยทั้งปวงของศาสนจักรรวบรวมเงินตราทั้งหมดของพวกเขา; ให้ทำสิ่งเหล่านี้เมื่อถึงเวลา, แต่มิใช่อย่างเร่งรีบ; และพึงถือปฏิบัติที่จะมีสิ่งทั้งปวงเตรียมไว้ก่อนหน้าเจ้า.

๗๓ และให้กำหนดชายที่น่ายกย่อง, แม้คนมีปัญญา, และส่งพวกเขาไปซื้อที่ดินเหล่านี้.

๗๔ และหน่วยต่าง ๆ ของศาสนจักรในดินแดนทางตะวันออก, เมื่อหน่วยดังกล่าวได้รับการเสริมสร้าง, หากพวกเขาจะสดับฟังคำแนะนำนี้พวกเขาจะซื้อที่ดินและมารวมกันบนนั้น; และในวิธีนี้พวกเขาจะสถาปนาไซอันได้.

๗๕ แม้บัดนี้ มีเพียงพออยู่แล้วที่สะสมไว้, แท้จริงแล้ว, แม้มากมายเหลือล้น, ที่จะไถ่ไซอัน, และสถาปนาแผ่นดินที่รกร้างของนาง, ที่จะไม่ถูกโค่นลงอีก, หากหน่วยต่าง ๆ ของศาสนจักร, ที่เรียกตนเองตามนามของเรา, เต็มใจสดับฟังเสียงของเรา.

๗๖ และเรากล่าวแก่เจ้าอีกครั้ง, คนเหล่านั้นที่กระจัดกระจายโดยศัตรูพวกเขา, เป็นความประสงค์ของเราที่พวกเขาจะร้องขอต่อไปให้มีการชดใช้, และการไถ่, โดยมือของคนเหล่านั้นที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองและอยู่ในสิทธิอำนาจเหนือเจ้า—

๗๗ ตามกฎและรัฐธรรมนูญของผู้คน, ซึ่งเรายอมให้สถาปนา, และควรธำรงรักษาไว้เพื่อสิทธิและการคุ้มครองเนื้อหนังทั้งปวง, ตามหลักธรรมอันเที่ยงธรรมและศักดิ์สิทธิ์;

๗๘ เพื่อมนุษย์ทุกคนจะกระทำในหลักคำสอนและหลักธรรมเกี่ยวกับอนาคต, ตามสิทธิ์เสรีทางศีลธรรมซึ่งเราให้แก่เขา, เพื่อมนุษย์ทุกคนจะรับผิดชอบบาปของเขาเองในวันแห่งการพิพากษา.

๗๙ ฉะนั้น, จึงไม่ถูกต้องที่มนุษย์คนใดจะอยู่ในความเป็นทาสแก่กัน.

๘๐ และเพื่อจุดมุ่งหมายนี้ เราจึงสถาปนารัฐธรรมนูญของแผ่นดินนี้, โดยมือของคนมีปัญญาผู้ที่เรายกขึ้นเพื่อจุดมุ่งหมายนี้เอง, และไถ่แผ่นดินโดยการนองเลือด.

๘๑ บัดนี้, เราจะเปรียบลูกหลานของไซอันกับอะไรเล่า ? เราจะเปรียบพวกเขากับคำอุปมาเรื่องผู้หญิง และผู้พิพากษาอธรรม, เพราะมนุษย์ควรสวดอ้อนวอนเสมอและไม่ท้อถอย, ซึ่งกล่าวว่า—

๘๒ ในเมืองหนึ่งมีผู้พิพากษาคนหนึ่งซึ่งหาเกรงกลัวพระผู้เป็นเจ้าไม่, ทั้งไม่เห็นแก่มนุษย์.

๘๓ และมีหญิงหม้ายคนหนึ่งในเมืองนั้น, และนางมาหาเขา, โดยกล่าวว่า : โปรดแก้แค้นปฏิปักษ์ของข้าพเจ้าให้ข้าพเจ้าเถิด.

๘๔ และเขาไม่ยอมทำชั่วระยะเวลาหนึ่ง, แต่ต่อมาเขากล่าวในใจว่า : แม้ว่าข้าพเจ้าหาเกรงกลัวพระผู้เป็นเจ้าไม่, หรือไม่เห็นแก่มนุษย์, แต่เพราะหญิงหม้ายผู้นี้รบกวนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะแก้แค้นให้นาง, เกลือกโดยการที่นางมาตลอดเวลา นางจะทำให้ข้าพเจ้าระอาใจ.

๘๕ ดังนี้เราจะเปรียบลูกหลานของไซอัน.

๘๖ ให้พวกเขาร้องขอแทบเท้าของผู้พิพากษา;

๘๗ และหากเขาหาใส่ใจพวกเขาไม่, ก็ให้พวกเขาร้องขอแทบเท้าผู้ปกครองรัฐ;

๘๘ และหากผู้ปกครองรัฐหาใส่ใจพวกเขาไม่, ก็ให้พวกเขาร้องขอแทบเท้าประธานาธิบดี;

๘๙ และหากประธานาธิบดีหาใส่ใจพวกเขาไม่, เมื่อเป็นดังนั้นพระเจ้าจะทรงลุกขึ้นและเสด็จออกจากที่ซ่อนของพระองค์, และในความเกรี้ยวโกรธของพระองค์ทรงก่อทุกข์แก่ประชาชาติ;

๙๐ และในความขุ่นเคืองพระทัยยิ่งของพระองค์, และในความกริ้วอันรุนแรงของพระองค์, ในเวลาของพระองค์, จะทรงตัดขาดผู้พิทักษ์เหล่านั้นที่ชั่วร้าย, ไม่ซื่อสัตย์, และไม่เที่ยงธรรม, และกำหนดส่วนที่จะให้แก่พวกเขาในบรรดาคนหน้าซื่อใจคด, และคนที่ไม่เชื่อ;

๙๑ แม้ในความมืดภายนอก, ที่ซึ่งมีการร้องไห้, และพิลาปรำพัน, และการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน.

๙๒ ฉะนั้น, เจ้าจงสวดอ้อนวอน, เพื่อหูพวกเขาจะเปิดฟังเสียงร้องของเจ้า, เพื่อเราจะเมตตาพวกเขา, เพื่อสิ่งเหล่านี้จะไม่มาถึงพวกเขา.

๙๓ สิ่งใดที่เรากล่าวแก่เจ้าจำเป็นต้องเกิด, เพื่อมนุษย์ทั้งปวงจะอยู่โดยตกอยู่ในสภาพที่ไม่มีข้ออ้าง;

๙๔ เพื่อคนมีปัญญาและผู้ปกครองจะได้ยินและรู้จักสิ่งที่พวกเขาไม่เคยเข้าใจ;

๙๕ เพื่อเราจะเริ่มทำให้เกิดการกระทำของเรา, การกระทำที่แปลกของเรา, และทำงานของเรา, งานที่แปลกของเรา, เพื่อมนุษย์จะเล็งเห็นความแตกต่างระหว่างคนชอบธรรมกับคนชั่วร้าย, พระผู้เป็นเจ้าของเจ้าตรัส.

๙๖ และอนึ่ง, เรากล่าวแก่เจ้า, เป็นการตรงกันข้ามกับบัญญัติของเรา และความประสงค์ของเราที่ผู้รับใช้ของเรา ซิดนีย์ กิลเบิร์ตจะขายคลังของเรา, ซึ่งเรากำหนดไว้ให้ผู้คนของเรา, ให้อยู่ในมือศัตรูของเรา.

๙๗ อย่าให้สิ่งซึ่งเรากำหนดไว้มีมลทินไปโดยศัตรูของเรา, โดยการยินยอมของคนเหล่านั้นที่เรียกตนเองตามนามของเรา;

๙๘ เพราะนี่คือบาปที่สาหัสและรุนแรงต่อเรามาก, และต่อผู้คนของเรา, อันเนื่องมาจากสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเราประกาศิตไว้และซึ่งจะเกิดกับประชาชาติต่าง ๆ ในไม่ช้า.

๙๙ ฉะนั้น, จึงเป็นความประสงค์ของเราที่ผู้คนของเราจะอ้างสิทธิ์, และถือสิทธิ์กับสิ่งซึ่งเรากำหนดให้พวกเขา, แม้พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้พำนักบนนั้น.

๑๐๐ กระนั้นก็ตาม, เรายังไม่กล่าวว่าพวกเขาจะไม่พำนักบนนั้น; เพราะตราบเท่าที่พวกเขานำผลและงานอันสมกับอาณาจักรแห่งเราออกมาพวกเขาจะพำนักบนนั้น.

๑๐๑ พวกเขาจะสร้าง, และอีกคนหนึ่งจะไม่ได้สืบทอดสิ่งนั้นเป็นมรดก; พวกเขาจะปลูกสวนองุ่น, และพวกเขาจะกินผลของมัน. แม้เป็นดังนั้น. เอเมน.