ภาค ๑๒๘

สาส์นจากโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ถึงศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย, มีคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องบัพติศมาแทนคนตาย, ลงวันที่ ณ นอวู, รัฐอิลลินอยส์, ๖ กันยายน ค.ศ. ๑๘๔๒ (History of the Church,5:148–153).

๑–๕, ผู้ทำบันทึกของท้องที่และผู้ทำบันทึกทั่วไปต้องรับรองข้อเท็จจริงของบัพติศมาแทนคนตาย; ๖–๙, บันทึกของพวกเขาผูกไว้และบันทึกไว้บนแผ่นดินโลกและในสวรรค์; ๑๐–๑๔, อ่างบัพติศมาคืออุปมาถึงหลุมศพ; ๑๕–๑๗, เอลียาห์ฟื้นฟูอำนาจเกี่ยวกับบัพติศมาแทนคนตาย; ๑๘–๒๑, กุญแจ, อำนาจ, และสิทธิอำนาจทั้งหมดของสมัยการประทานทั้งหลายที่ผ่านมาได้รับการฟื้นฟู; ๒๒–๒๕, มีการป่าวร้องข่าวล้ำเลิศและน่ายินดีสำหรับคนเป็นและคนตาย.

  ๑ ดังที่ข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านในจดหมายของข้าพเจ้าก่อนข้าพเจ้าจากที่พำนักของข้าพเจ้าไป, ว่าข้าพเจ้าจะเขียนถึงท่านเป็นครั้งคราว และให้ข้อมูลแก่ท่านเกี่ยวกับหลายเรื่อง, บัดนี้ข้าพเจ้าเริ่มเรื่องบัพติศมาแทนคนตายอีก, เนื่องจากเรื่องนั้นดูจะครอบงำจิตใจข้าพเจ้า, และกระทบความรู้สึกของข้าพเจ้ามากที่สุด, นับแต่ข้าพเจ้าถูกศัตรูของข้าพเจ้าไล่ตาม.

  ๒ ข้าพเจ้าเขียนถึงท่านไว้เล็กน้อยเรื่องการเปิดเผยเกี่ยวกับผู้ทำบันทึก. ข้าพเจ้ามีมุมมองเพิ่มเติมบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้, ซึ่งบัดนี้ข้าพเจ้าขอยืนยัน. กล่าวคือ, มีแจ้งอยู่ในจดหมายฉบับก่อนของข้าพเจ้าว่าจะมีผู้ทำบันทึก, ผู้จะเป็นพยานที่เห็นกับตา, และได้ยินกับหูของเขาด้วย, เพื่อเขาจะได้ทำบันทึกอย่างแท้จริงต่อพระพักตร์พระเจ้า.

  ๓ บัดนี้, เกี่ยวกับเรื่องนี้, นับว่ายากมากสำหรับผู้ทำบันทึกคนเดียวที่จะอยู่ตลอดเวลา, และทำกิจธุระทั้งหมด. เพื่อขจัดความลำบากนี้, จึงสามารถกำหนดผู้ทำบันทึกในแต่ละวอร์ดของเมือง, ผู้มีคุณวุฒิดีเพื่อทำรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง; และให้เขาละเอียดและแม่นยำมากในการจดการดำเนินงานทั้งหมด, โดยยืนยันในบันทึกของเขาว่าเขาเห็นกับตา, และได้ยินกับหู, โดยลงวันที่, และชื่อ, และอื่น ๆ ทำนองนี้, และประวัติของการดำเนินงานทั้งหมด; โดยให้ชื่อคนที่อยู่ด้วยสักสามคน, หากมีใครก็ตามอยู่ ณ ที่นั้น, ซึ่งเมื่อเรียกผู้นั้นในเวลาใดก็ตามเขาจะยืนยันการดำเนินงานเดียวกันนั้นได้, เพื่อว่าด้วยปากของพยานสองหรือสามคนคำทุกคำจะได้รับสถาปนาไว้.

  ๔ จากนั้น, ให้มีผู้ทำบันทึกทั่วไปคนหนึ่ง, ผู้ที่จะรับบันทึกอื่น ๆ เหล่านี้ได้, โดยมีใบรับรองพร้อมด้วยลายเซ็นของพวกเขาเอง, ซึ่งยืนยันว่าบันทึกที่พวกเขาทำเป็นความจริง. จากนั้นผู้ทำบันทึกทั่วไปของศาสนจักรคนนี้จึงจะลงบันทึกในสมุดบันทึกทั่วไปของศาสนจักรได้, พร้อมด้วยใบรับรองและพยานทั้งหมดที่อยู่ด้วย, พร้อมด้วยข้อความของเขาเองว่าตามจริงแล้ว เขาเชื่อข้อความข้างต้นและบันทึกว่าเป็นความจริง, จากความรู้ของเขาถึงอุปนิสัยโดยทั่วไปและการกำหนดหน้าที่คนเหล่านั้นโดยศาสนจักร. และเมื่อลงเรื่องนี้ในสมุดบันทึกทั่วไปของศาสนจักรแล้ว, บันทึกจะศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน, และจะยืนยันศาสนพิธีเช่นเดียวกันนั้นราวกับเขาเห็นมากับตาและได้ยินมากับหู, และทำบันทึกอย่างเดียวกันในสมุดบันทึกทั่วไปของศาสนจักร.

  ๕ ท่านอาจจะคิดว่าระเบียบของเรื่องต่าง ๆ นี้ละเอียดถี่ถ้วนมาก; แต่ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่าเป็นเพียงเพื่อสนองพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า, โดยการทำให้สอดคล้องกับศาสนพิธีและการเตรียมที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งและเตรียมไว้ก่อนการวางรากฐานของโลก, เพื่อความรอดของคนตายผู้จะตายโดยปราศจากความรู้ถึงพระกิตติคุณ.

  ๖ และยิ่งกว่านั้น, ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านจำไว้ว่า ยอห์น ผู้เปิดเผย ไตร่ตรองเรื่องนี้นั่นเองที่เกี่ยวกับคนตาย, เมื่อยอห์นประกาศ, ดังที่ท่านจะพบว่าบันทึกอยู่ในหนังสือวิวรณ์ ๒๐:๑๒—และข้าพเจ้าเห็นคนตาย, ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่, ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า; และหนังสือทั้งหลายเปิดออก; และหนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออก, ซึ่งเป็นหนังสือแห่งชีวิต; และคนตายถูกพิพากษาจากเรื่องเหล่านั้น ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือทั้งหลาย, ตามงานของพวกเขา.

  ๗ ท่านจะพบในข้อความอ้างอิงนี้ว่า หนังสือทั้งหลายเปิดออก; และหนังสืออีกเล่มหนึ่งก็เปิดออก, ซึ่งเป็นหนังสือแห่งชีวิต; แต่คนตายได้รับพิพากษาจากเรื่องเหล่านั้นซึ่งเขียนไว้ในหนังสือทั้งหลาย, ตามงานของพวกเขา; ด้วยเหตุนี้, หนังสือทั้งหลายที่พูดถึงจึงต้องเป็นหนังสือซึ่งมีบันทึกงานของพวกเขา, และอ้างถึงบันทึกซึ่งเขียนไว้บนแผ่นดินโลก. และหนังสือซึ่งเป็นหนังสือแห่งชีวิต เป็นบันทึกซึ่งเขียนไว้ในสวรรค์; หลักธรรมสอดคล้องอย่างถูกต้องกับหลักคำสอนซึ่งบัญชาไว้แก่ท่านในการเปิดเผยที่มีอยู่ในจดหมายซึ่งข้าพเจ้าเขียนถึงท่านก่อนข้าพเจ้าจะไปจากที่พำนักของข้าพเจ้า—เพื่อว่าในการทำบันทึกทั้งปวงของท่านสิ่งที่บันทึกนั้นจะบันทึกไว้ในสวรรค์.

  ๘ บัดนี้, แก่นสารของศาสนพิธีนี้มีอยู่ในอำนาจแห่งฐานะปุโรหิต, โดยการเปิดเผยของพระเยซูคริสต์, ซึ่งในนั้นประทานว่า อะไรก็ตามที่ท่านผูกไว้บนแผ่นดินโลกจะผูกไว้ในสวรรค์, และอะไรก็ตามที่ท่านคลายไว้บนแผ่นดินโลกจะคลายไว้ในสวรรค์. หรือ, อีกนัยหนึ่ง, ความหมายอีกอย่างหนึ่งของคำแปล, อะไรก็ตามที่ท่านบันทึกไว้บนแผ่นดินโลกจะบันทึกไว้ในสวรรค์, และอะไรก็ตามที่ท่านไม่บันทึกไว้บนแผ่นดินโลกจะไม่บันทึกไว้ในสวรรค์; เพราะจากหนังสือทั้งหลายคนตายของท่านจะได้รับพิพากษา, ตามงานของพวกเขาเอง, ไม่ว่าพวกเขาเองปฏิบัติศาสนพิธีของพวกเขาเอง ด้วยตนเอง, หรือโดยอาศัยตัวแทนของพวกเขาเอง, ตามศาสนพิธีซึ่งพระผู้เป็นเจ้าทรงเตรียมไว้เพื่อความรอดของพวกเขานับแต่ก่อนการวางรากฐานของโลก, ตามบันทึกซึ่งพวกเขาเขียนไว้เกี่ยวกับคนตายของพวกเขา.

  ๙ กับบางคนอาจดูเหมือนเป็นหลักคำสอนซึ่งอาจหาญมากที่เราทั้งหลายพูดถึง—พลังอำนาจซึ่งบันทึกไว้หรือผูกไว้บนแผ่นดินโลกและผูกไว้ในสวรรค์. กระนั้นก็ตาม, ในทุกยุคสมัยของโลก, เมื่อใดก็ตามที่พระเจ้าทรงให้สมัยการประทานแห่งฐานะปุโรหิตแก่มนุษย์คนใดโดยการเปิดเผยจริง ๆ หรือคนกลุ่มใดก็ตาม, พลังอำนาจนี้มีให้ไว้เสมอ. ด้วยเหตุนี้, อะไรก็ตามที่คนเหล่านั้นทำไปในสิทธิอำนาจ, ในพระนามของพระเจ้า, และทำสิ่งนั้นอย่างถูกต้องและอย่างซื่อสัตย์, และเขียนบันทึกในสิ่งเดียวกันไว้อย่างถูกต้องและซื่อสัตย์, สิ่งนั้นกลายเป็นกฎบนแผ่นดินโลกและในสวรรค์, และล้มเลิกไม่ได้, ตามประกาศิตของพระเยโฮวาห์ผู้ยิ่งใหญ่. นี่คือวาจาสัตย์. ใครเล่าจะฟังได้ ?

  ๑๐ และอนึ่ง, มัทธิว ๑๖:๑๘,๑๙, เป็นตัวอย่าง : และเรากล่าวแก่เจ้าด้วย, ว่าเจ้าคือเปโตร, และบนศิลานี้เราจะสร้างศาสนจักรของเรา; และประตูแห่งนรกจะเอาชนะมันไม่ได้. และเราจะให้กุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์แก่เจ้า : และอะไรก็ตามที่เจ้าจะผูกไว้บนแผ่นดินโลกจะผูกไว้ในสวรรค์; และอะไรก็ตามที่เจ้าจะคลายไว้บนแผ่นดินโลกจะคลายไว้ในสวรรค์.

  ๑๑ บัดนี้ ความลับอันสำคัญยิ่งและสูงสุดของทั้งเรื่อง, และ ความวิเศษสุด ของทั้งเรื่องที่วางอยู่ต่อหน้าเรา, อยู่ในการได้รับอำนาจแห่งฐานะปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์. สำหรับคนที่มีกุญแจเหล่านี้ให้ไว้ไม่มีความลำบากในการได้รับความรู้แห่งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรอดของลูกหลานมนุษย์, เช่นเดียวกันทั้งสำหรับคนตายและสำหรับคนเป็น.

  ๑๒ ในนี้คือรัศมีภาพและเกียรติยศ, และความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์—ศาสนพิธีแห่งบัพติศมาโดยน้ำ, ที่จะลงไปในนั้นทั้งตัวเพื่อสอดคล้องกับลักษณะเหมือนคนตาย, เพื่อหลักธรรมข้อหนึ่งจะได้ตรงกับอีกข้อหนึ่ง; ในการลงไปในน้ำทั้งตัวและขึ้นมาจากน้ำเป็นไปในลักษณะเหมือนการฟื้นคืนชีวิตของคนตายในการขึ้นมาจากหลุมศพของพวกเขา; ด้วยเหตุนี้, จึงตั้งศาสนพิธีนี้เพื่อให้มีความสัมพันธ์กับศาสนพิธีแห่งบัพติศมาแทนคนตาย, โดยเป็นไปในลักษณะเหมือนคนตาย.

  ๑๓ ด้วยเหตุนี้, จึงตั้งอ่างบัพติศมาไว้เป็นอุปมาของหลุมศพ, และรับพระบัญชาให้อยู่ในสถานที่ภายใต้สถานที่ซึ่งคนเป็นมักจะมาชุมนุมกัน, เพื่อแสดงให้เห็นคนเป็นและคนตาย, และเพื่อสิ่งทั้งปวงจะมีลักษณะของความเหมือน, และเพื่อสิ่งเหล่านั้นจะสอดคล้องต้องกัน—สิ่งซึ่งเป็นฝ่ายแผ่นดินโลกสอดคล้องกับสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายสวรรค์, ดังที่เปาโลประกาศไว้, ใน ๑ โครินธ์ ๑๕:๔๖, ๔๗ และ ๔๘ :

  ๑๔  อย่างไรก็ดี สิ่งแรกมิใช่สิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ, แต่เป็นสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายธรรมชาติ; และต่อมาเป็นสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ. มนุษย์คนแรกมาจากแผ่นดินโลก, ของแผ่นดินโลก; มนุษย์คนที่สองเป็นพระเจ้าจากสวรรค์. เป็นของแผ่นดินโลกฉันใด, บรรดาคนเช่นนั้นคือคนที่เป็นของแผ่นดินโลกฉันนั้น; และเป็นของสวรรค์ฉันใด, บรรดาคนเช่นนั้นคือคนที่เป็นของสวรรค์ฉันนั้น. และบันทึกบนแผ่นดินโลกเกี่ยวกับคนตายของท่าน, ซึ่งทำขึ้นมาจริง ๆ ฉันใด, บันทึกในสวรรค์ก็เป็นฉันนั้น. ฉะนั้น, นี่เป็นอำนาจการผนึกและผูกไว้, และ, ในความหมายหนึ่งของเรื่องนี้, เป็นกุญแจทั้งหลายของอาณาจักร, ซึ่งประกอบด้วยกุญแจแห่งความรู้.

  ๑๕ และบัดนี้, พี่น้องชายหญิงที่รักยิ่งของข้าพเจ้า, ให้ข้าพเจ้ายืนยันกับท่านว่านี่เป็นหลักธรรมเกี่ยวกับคนตายและคนเป็นที่จะพิจารณาอย่างผิวเผินไม่จริงจังไม่ได้, เกี่ยวกับความรอดของเราทั้งหลาย. เพราะความรอดของพวกเขาจำเป็นและสำคัญต่อความรอดของเรา, ดังที่เปาโลกล่าวเกี่ยวกับบรรพบุรุษ—ว่าพวกเขาโดยไม่มีเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมไม่ได้—ทั้งเราโดยไม่มีคนตายของเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมก็ไม่ได้.

  ๑๖ และบัดนี้, เกี่ยวกับบัพติศมาแทนคนตาย, ข้าพเจ้าจะให้ข้อความอ้างอิงของเปาโลอีกตอนหนึ่งแก่ท่าน, ๑ โครินธ์ ๑๕:๒๙ : มิฉะนั้นพวกเขาจะทำอะไรเล่าซึ่งรับบัพติศมาแทนคนตาย, หากคนตายไม่ลุกขึ้นมาเลย ? เหตุใดพวกเขาจึงรับบัพติศมาแทนคนตายเล่า ?

  ๑๗ และอนึ่ง, เกี่ยวกับข้อความอ้างอิงนี้ข้าพเจ้าจะให้ข้อความอ้างอิงจากศาสดาพยากรณ์คนหนึ่งแก่ท่าน, ซึ่งสายตาเขาจับจ้องอยู่ที่การฟื้นฟูฐานะปุโรหิต, รัศมีภาพทั้งหลายที่จะได้รับการเปิดเผยในวันเวลาสุดท้าย, และในวิธีการพิเศษ เรื่องอันล้ำเลิศที่สุดนี้ในบรรดาเรื่องทั้งหมดที่เป็นของพระกิตติคุณอันเป็นนิจ, กล่าวคือ, บัพติศมาแทนคนตาย; เพราะมาลาคีกล่าว, ในบทสุดท้าย, ข้อที่ ๕ และ ๖ : ดูเถิด, เราจะส่งเอลียาห์ศาสดาพยากรณ์มาหาเจ้าก่อนการมาของวันสำคัญยิ่งและน่าพรั่นพรึงของพระเจ้า : และเขาจะหันใจบรรพบุรุษมาหาลูกหลาน, และใจลูกหลานมาหาบรรพบุรุษของพวกเขา, เกลือกเราจะมาลงทัณฑ์แผ่นดินโลกด้วยคำสาปแช่ง.

  ๑๘ ข้าพเจ้าอาจจะให้คำแปลที่แจ้งชัดขึ้นในเรื่องนี้, แต่เท่าที่มีอยู่ก็แจ้งชัดเพียงพอกับความประสงค์ของข้าพเจ้า. นับว่าเพียงพอที่จะรู้, ในกรณีนี้, ว่าแผ่นดินโลกจะถูกลงทัณฑ์ด้วยคำสาปแช่ง เว้นแต่จะมีห่วงบางชนิดบางประเภทเชื่อมระหว่างบรรพบุรุษกับลูกหลาน, ในบางเรื่องบางอย่าง—และดูเถิด เรื่องนั้นคือเรื่องอะไรเล่า ? เรื่องนั้นคือบัพติศมาแทนคนตาย. เพราะเราโดยไม่มีพวกเขาพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมไม่ได้; ทั้งพวกเขาโดยไม่มีเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมไม่ได้. ทั้งพวกเขาหรือเราพระองค์จะทรงทำให้ดีพร้อมไม่ได้โดยไม่มีคนที่ตายในพระกิตติคุณด้วย; เพราะในการทำให้สมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลาเริ่มต้น, ซึ่งสมัยการประทานนั้นบัดนี้เริ่มต้นแล้ว, นี่คือสิ่งจำเป็นที่การรวมกันและการเชื่อมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์และครบถ้วนและดีพร้อม, ของการประทานสมัยต่าง ๆ, และกุญแจ, และอำนาจ, และรัศมีภาพทั้งหลายพึงเกิดขึ้น, และได้รับการเปิดเผยตั้งแต่วันเวลาของอาดัมแม้จนถึงเวลาปัจจุบัน. และไม่เพียงเท่านี้, แต่สิ่งเหล่านั้นซึ่งไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาตั้งแต่การวางรากฐานของโลก, แต่เก็บซ่อนไว้ให้พ้นจากผู้มีปัญญาและวิญญูชน, ก็จะได้รับการเปิดเผยแก่เด็กและทารกที่ยังไม่หย่านมในยุคนี้, สมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา.

  ๑๙ บัดนี้, เราได้ยินอะไรในพระกิตติคุณซึ่งเราได้รับเล่า ? เสียงแห่งความยินดี ! เสียงแห่งความเมตตาจากสวรรค์; และเสียงแห่งความจริงออกจากแผ่นดินโลก; ข่าวอันน่ายินดีสำหรับคนตาย; เสียงแห่งความยินดีสำหรับคนเป็นและคนตาย; ข่าวอันน่ายินดีแห่งความปรีดียิ่ง. งดงามเพียงใดเล่าบนภูเขาคือเท้าของคนเหล่านั้นซึ่งนำข่าวอันน่ายินดีของสิ่งประเสริฐ, และซึ่งกล่าวแก่ไซอันว่า : ดูเถิด, พระผู้เป็นเจ้าของเจ้าทรงปกครอง ! ดังหยาดน้ำค้างแห่งคารเมลฉันใด, ความรู้แห่งพระผู้เป็นเจ้าจะลงมาบนพวกเขาฉันนั้น !

  ๒๐ และอนึ่ง, เราได้ยินอะไรเล่า ? ข่าวอันน่ายินดีจากคาโมราห์ ! โมโรไน, เทพจากสวรรค์, ซึ่งประกาศสัมฤทธิผลของเหล่าศาสดาพยากรณ์—หนังสือที่จะได้รับการเปิดเผย. สุรเสียงหนึ่งของพระเจ้าในแดนทุรกันดารเฟเยทท์, เทศมณฑลเซเนคา, ซึ่งประกาศพยานสามคนที่จะกล่าวคำพยานของหนังสือ ! เสียงของมีคาเอบนฝั่งซัสเควฮันนา, ซึ่งสังเกตเห็นมารเมื่อเขาปรากฏเป็นเทพแห่งความสว่าง ! เสียงของเปโตร, ยากอบ, และยอห์นในแดนทุรกันดารระหว่างฮาร์โมนีย์, เทศมณฑลซัสเควฮันนา, กับโคลสวิลล์, เทศมณฑลบรูม, บนฝั่งแม่น้ำซัสเควฮันนา, โดยประกาศตนว่าครอบครองกุญแจของอาณาจักร, และของสมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา !

  ๒๑ และอนึ่ง, สุรเสียงของพระผู้เป็นเจ้าในห้องของคุณพ่อวิตเมอร์ผู้ชรา, ที่เฟเยทท์, เทศมณฑลเซเนคา, และในเวลาต่าง ๆ, และในสถานที่ต่าง ๆ ตลอดการเดินทางและความยากลำบากทั้งปวงของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายนี้ ! และเสียงของมีคาเอล, เทพาดิเทพ; เสียงของกาเบรียล, และของราเฟเอล, และของเทพต่าง ๆ, ตั้งแต่มีคาเอลหรืออาดัมลงมาถึงเวลาปัจจุบัน, โดยทุกคนประกาศสมัยการประทานของพวกเขา, สิทธิ์ของพวกเขา, กุญแจของพวกเขา, เกียรติยศของพวกเขา, บารมีและรัศมีภาพของพวกเขา, และอำนาจแห่งฐานะปุโรหิตของพวกเขา; โดยให้เป็นบรรทัดทีละบรรทัด, กฎเกณฑ์ทีละข้อ; ที่นี่นิด, และที่นั่นหน่อย; โดยให้การปลอบประโลมเราด้วยการป่าวประกาศถึงสิ่งซึ่งจะมาถึง, โดยยืนยันความหวังของเรา !

  ๒๒ พี่น้องทั้งหลาย, เราจะไม่ก้าวต่อไปในอุดมการณ์อันสำคัญยิ่งเช่นนั้นหรือ ? จงก้าวไปข้างหน้าและอย่าถอยกลับ. ความกล้าหาญ, พี่น้องทั้งหลาย; และก้าวต่อไป, ต่อไปถึงชัยชนะ ! ให้ใจท่านชื่นชมยินดี, และเปรมปรีดิ์ยิ่ง. ให้แผ่นดินโลกเปล่งเสียงร้องเพลงเถิด. ให้คนตายเปล่งเสียงเพลงสดุดีแห่งคำสรรเสริญนิรันดร์ถวายกษัตริย์อิมมานูเอล, ผู้ทรงแต่งตั้งไว้, ก่อนมีโลกขึ้นมา, สิ่งซึ่งจะทำให้เราสามารถไถ่พวกเขาออกจากที่คุมขังของพวกเขา; เพราะเชลยจะออกไปเป็นอิสระ.

  ๒๓ ให้ภูเขาร้องตะโกนด้วยปีติ, และเจ้าหุบเขาทั้งปวงจงป่าวร้องให้ดัง; และเจ้าท้องทะเลและผืนแผ่นดินแห้งทั้งปวงจงบอกถึงการอันน่าพิศวงแห่งกษัตริย์นิรันดร์ของเจ้า ! และเจ้าแม่น้ำ, และลำธาร, และสายน้ำทั้งหลาย, จงไหลลงด้วยความยินดี. ให้ผืนป่าและพฤกษาทั้งปวงแห่งท้องทุ่งจงสรรเสริญพระเจ้า; และเจ้าบรรดาศิลาแข็งจงร่ำไห้ด้วยปีติ ! และให้ดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์, และดวงดารายามอรุณร่วมกันร้องเพลง, และให้บุตรทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้าร้องตะโกนด้วยปีติ ! และให้งานสร้างนิรันดร์ประกาศพระนามของพระองค์ตลอดกาลและตลอดไป ! และข้าพเจ้ากล่าวอีก, เสียงที่เราได้ยินจากสวรรค์นี้ช่างล้ำเลิศเพียงไร, ที่ประกาศรัศมีภาพ, และความรอด, และเกียรติยศ, และความเป็นอมตะ, และชีวิตนิรันดร์เข้าหูของเรา; บรรดาอาณาจักร, มณฑล, และอำนาจ !

  ๒๔ ดูเถิด, วันสำคัญยิ่งของพระเจ้าอยู่แค่เอื้อม; และใครเล่าจะยังทนอยู่ได้ในวันแห่งการเสด็จมาของพระองค์, และใครเล่าจะยืนอยู่ได้เมื่อพระองค์ทรงปรากฏ ? เพราะพระองค์ทรงเป็นเหมือนไฟของคนถลุงแร่, และเหมือนสบู่ของช่างฟอก; และพระองค์จะประทับในฐานะคนถลุงแร่และช่างหลอมเงินให้บริสุทธิ์, และพระองค์จะทรงชำระบุตรของเลวีให้บริสุทธิ์, และทรงชำระล้างพวกเขาดังทองและเงิน, เพื่อพวกเขาจะถวายเครื่องถวายบูชาในความชอบธรรมแด่พระเจ้า. ฉะนั้น, ให้เรา, ในฐานะศาสนจักรหนึ่งและผู้คนกลุ่มหนึ่ง, และในฐานะวิสุทธิชนยุคสุดท้าย, ถวายเครื่องถวายบูชาในความชอบธรรมแด่พระเจ้า; และให้เราถวายหนังสือเล่มหนึ่งที่มีบันทึกคนตายของเราในพระนิเวศน์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์, เมื่อมันเสร็จแล้ว, ซึ่งจะคู่ควรแก่การยอมรับทั้งปวง.

  ๒๕ พี่น้องทั้งหลาย, ข้าพเจ้ามีหลายสิ่งหลายอย่างจะกล่าวแก่ท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้; แต่บัดนี้จะยุติเพียงเท่านี้สำหรับเวลานี้, และจะเริ่มเรื่องนี้อีกในเวลาอื่น. ข้าพเจ้าเป็นคนรับใช้ผู้ต่ำต้อยของท่าน, เสมอมา, และเป็นเพื่อนผู้ไม่เคยแปรเปลี่ยน,

โจเซฟ สมิธ.