ภาค ๔๕

การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ ถึงศาสนจักร, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๗ มีนาคม ค.ศ. ๑๘๓๑ (History of the Church,1:158–163). เพื่อเป็นคำปรารภสำหรับบันทึกของท่านเกี่ยวกับการเปิดเผยนี้, ท่านศาสดาพยากรณ์แถลงว่า “ศาสนจักรในยุคสมัยนี้ … มีรายงานเท็จ … และเรื่องโง่เขลา, ตีพิมพ์ … และแพร่สะพัดออกมามาก, … เพื่อกีดกันผู้คนมิให้มาสนใจงาน, หรือน้อมรับความเชื่อ … แต่ยังความปรีดีแก่วิสุทธิชน, … ข้าพเจ้าได้รับดังนี้” (History of the Church,1:158).

๑–๕, พระคริสต์ทรงเป็นผู้วิงวอนพระบิดาแทนเรา; ๖–๑๐, พระกิตติคุณคือผู้ส่งสารที่เตรียมมรรคาไว้ก่อนพระเจ้า; ๑๑–๑๕, พระเจ้าทรงรับเอโนคและพี่น้องท่านไว้กับพระองค์; ๑๖–๒๓, พระคริสต์ทรงเปิดเผยเครื่องหมายแห่งการเสด็จมาของพระองค์ตามที่ประทานไว้บนภูเขามะกอกเทศ; ๒๔–๓๘, พระกิตติคุณจะได้รับการฟื้นฟู, เวลาของคนต่างชาติจะสิ้นสุดลง, และโรคภัยแห่งวิปโยคจะปกคลุมแผ่นดิน; ๓๙–๔๗, เครื่องหมาย, การอันน่าพิศวง, และการฟื้นคืนพระชนม์จะเกิดขึ้นพร้อมกับการเสด็จมาครั้งที่สอง; ๔๘–๕๓, พระคริสต์จะทรงยืนบนภูเขามะกอกเทศ, และชาวยิวจะเห็นบาดแผลที่พระหัตถ์และพระบาทของพระองค์; ๕๔–๕๙, พระเจ้าจะทรงปกครองในช่วงมิลเลเนียม; ๖๐–๖๒, ท่านศาสดาพยากรณ์ได้รับคำแนะนำให้เริ่มแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่, โดยผ่านงานนี้ข้อมูลสำคัญจะทำให้เป็นที่รู้; ๖๓–๗๕, วิสุทธิชนได้รับบัญชาให้มารวมกันและสร้างเยรูซาเล็มใหม่, ซึ่งผู้คนจากประชาชาติทั้งปวงจะมายังสถานที่นี้.

  ๑ จงสดับฟังเถิด, โอ้เจ้าผู้คนแห่งศาสนจักรของเรา, แก่ผู้ที่อาณาจักรให้ไว้; เจ้าจงสดับฟังและจงเงี่ยหูฟังพระองค์ผู้ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลก, ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และไพร่พลทั้งปวงในนั้น, และโดยพระองค์นี้สิ่งทั้งปวงสร้างขึ้นมาซึ่งมีชีวิต, และเคลื่อนไหว, และมีการดำรงอยู่.

  ๒ และเรากล่าวอีก, จงสดับฟังเสียงของเรา, เกลือกความตายจะตามทันเจ้า; ในโมงเมื่อเจ้าหาคิดไม่ว่าฤดูร้อนจะผ่านไป, และฤดูเก็บเกี่ยวสิ้นสุด, และจิตวิญญาณเจ้าไม่รอด.

  ๓ จงฟังพระองค์ซึ่งทรงเป็นผู้วิงวอนพระบิดาแทนเจ้า, ผู้กำลังวิงวอนแก้ต่างให้เจ้าต่อพระพักตร์พระองค์—

  ๔ โดยทูลว่า : พระบิดา, ขอพระองค์ทอดพระเนตรความทุกขเวทนาและความตายของคนที่มิได้ทำบาป, ผู้ที่พระองค์พอพระทัยมาก; ขอพระองค์ทอดพระเนตรพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์ซึ่งหลั่งไว้, พระโลหิตของคนที่พระองค์ทรงมอบให้ เพื่อพระองค์เองจะทรงได้รับสรรเสริญ;

  ๕ ดังนั้น, พระบิดา, ขอทรงละเว้นพี่น้องเหล่านี้ของข้าพระองค์ที่เชื่อในนามของข้าพระองค์, เพื่อพวกเขาจะมาหาข้าพระองค์และมีชีวิตอันเป็นนิจ.

  ๖ จงสดับฟัง, โอ้เจ้าผู้คนแห่งศาสนจักรของเรา, และเจ้าเอ็ลเดอร์จงฟังด้วยกัน, และได้ยินเสียงของเราตลอดเวลาที่เรียกว่าวันนี้, และอย่าทำใจแข็งกระด้าง;

  ๗ เพราะตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้าว่า เราเป็นอัลฟาและโอเมกา, ปฐมและอวสาน, แสงสว่างและชีวิตของโลก—แสงสว่างซึ่งส่องในความมืดและความมืดหาเข้าใจแสงสว่างนี้ไม่.

  ๘ เรามาหาคนของเรา, และคนของเราหารับเราไม่; ทว่ามากเท่าที่รับเราไว้ เราได้ให้อำนาจที่จะทำปาฏิหาริย์หลายอย่าง, และมาเป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า; และแม้กับคนที่เชื่อในนามของเรา เราก็ให้อำนาจที่จะได้ชีวิตนิรันดร์.

  ๙ และแม้ดังนั้นเราส่งพันธสัญญาอันเป็นนิจของเรามาในโลก, มาเป็นแสงสว่างแก่โลก, และเป็นมาตรฐานให้ผู้คนของเรา, และให้คนต่างชาติแสวงหามัน, และเป็นผู้ส่งสารต่อหน้าเราเพื่อเตรียมมรรคาไว้ก่อนเรา.

  ๑๐ ดังนั้น, เจ้าจงมาหามัน, และกับคนที่มาเราจะให้เหตุผลดังกับคนในสมัยโบราณ, และเราจะแสดงเหตุผลที่ทรงพลังของเราแก่เจ้า.

  ๑๑ ดังนั้น, เจ้าจงสดับฟังด้วยกันและให้เราแสดงแก่เจ้าแม้ปรีชาญาณของเรา—ปรีชาญาณของพระองค์ผู้ที่เจ้ากล่าวว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้าของเอโน, และพี่น้องของเขา,

  ๑๒ ผู้ที่เราแยกไปจากแผ่นดินโลก, และรับไว้กับตัวเรา—เมืองที่สงวนไว้จนกว่าวันแห่งความชอบธรรมวันหนึ่งจะมาถึง—วันซึ่งคนบริสุทธิ์ทั้งปวงแสวงหา, และพวกเขาหาพบมันไม่เนื่องจากความชั่วร้ายและความน่าชิงชัง;

  ๑๓ และยอมรับว่าพวกเขาเป็นคนแปลกหน้าและคนแปลกถิ่นบนแผ่นดินโลก;

  ๑๔ แต่ได้รับสัญญาว่าพวกเขาจะพบและเห็นมันในเนื้อหนังของตน.

  ๑๕ ดังนั้น, จงสดับฟัง และเราจะชี้แจงเหตุผลกับเจ้า, และเราจะพูดกับเจ้า และพยากรณ์, ดังกับคนในสมัยโบราณ.

  ๑๖ และเราจะแสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดดังที่เราแสดงแก่สานุศิษย์ของเราขณะที่เรายืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาในเนื้อหนัง, และพูดกับพวกเขาโดยกล่าวว่า : ดังที่เจ้าถามเราเกี่ยวกับเครื่องหมายการมาของเรา, ในวันที่เราจะมาในรัศมีภาพของเราในหมู่เมฆแห่งฟ้าสวรรค์, เพื่อทำให้สัญญาที่เราทำไว้กับบรรพบุรุษของเจ้าเกิดสัมฤทธิผล,

  ๑๗ เพราะเนื่องจากเจ้าเห็นว่าการแยกออกไปเป็นเวลานานของวิญญาณเจ้าจากร่างของเจ้าเป็นพันธนาการ, เราจะแสดงแก่เจ้าว่าวันแห่งการไถ่จะมาอย่างไร, และการฟื้นฟูอิสราเอลที่กระจัดกระจายด้วย.

  ๑๘ และบัดนี้เจ้าเห็นวิหารนี้ซึ่งอยู่ในเยรูซาเล็ม, ซึ่งเจ้าเรียกว่าพระนิเวศน์ของพระผู้เป็นเจ้า, และศัตรูเจ้ากล่าวว่าพระนิเวศน์นี้จะไม่พินาศเลย.

  ๑๙ แต่, ตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, ว่าความหายนะจะมาถึงคนรุ่นนี้ดังขโมยในยามค่ำคืน, และผู้คนดังกล่าวจะถูกทำลายและกระจัดกระจายในบรรดาประชาชาติทั้งปวง.

  ๒๐ และวิหารนี้ซึ่งเจ้าเห็นบัดนี้จะถูกโค่นลงจนจะไม่หลงเหลือแม้หินสักก้อนซ้อนทับกันอยู่เลย.

  ๒๑ และเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือ, ชาวยิวรุ่นนี้จะไม่ล่วงลับไปจนกว่าความหายนะทุกอย่างซึ่งเราบอกเจ้าไว้เกี่ยวกับพวกเขาจะบังเกิดขึ้น.

  ๒๒ เจ้ากล่าวว่าเจ้ารู้ว่าการสิ้นสุดของโลกมาถึง; เจ้ากล่าวด้วยว่าเจ้ารู้ว่าฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกจะสูญสิ้นไป;

  ๒๓ และในนี้เจ้ากล่าวถูกแล้ว, เพราะมันเป็นเช่นนั้น; แต่เรื่องเหล่านี้ซึ่งเราบอกเจ้าจะไม่สูญสิ้นไปจนกว่าทุกสิ่งจะลุล่วง.

  ๒๔ และนี่เราบอกเจ้าเกี่ยวกับเยรูซาเล็ม; และเมื่อวันนั้นจะมาถึง, ส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่จะกระจัดกระจายในบรรดาประชาชาติทั้งปวง;

  ๒๕ แต่เราจะรวมพวกเขาอีก; แต่พวกเขาจะคงอยู่อย่างนั้นจนกว่าเวลาของคนต่างชาติจะสิ้นสุดลง.

  ๒๖ และในวันนั้นจะได้ยินเรื่องสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม, และทั้งแผ่นดินโลกจะอยู่ในความโกลาหล, และใจมนุษย์จะท้อแท้, และพวกเขาจะกล่าวว่าพระคริสต์ทรงรีรอการเสด็จมาของพระองค์จนกว่าการสูญสิ้นของแผ่นดินโลก.

  ๒๗ และความรักของมนุษย์จะเย็นชาลง, และความชั่วช้าสามานย์จะมีมาก.

  ๒๘ และเมื่อเวลาของคนต่างชาติเข้ามา, แสงสว่างจะฉายส่องในบรรดาพวกเขาที่นั่งอยู่ในความมืด, และจะเป็นความสมบูรณ์แห่งกิตติคุณของเรา;

  ๒๙ แต่พวกเขาไม่รับสิ่งนี้; เพราะพวกเขาหาสำเหนียกแสงสว่างนั้นไม่, และพวกเขาหันเหใจไปจากเราเพราะกฎเกณฑ์ของมนุษย์.

  ๓๐ และในคนรุ่นนั้นเวลาของคนต่างชาติจะสิ้นสุดลง.

  ๓๑ และจะมีมนุษย์ยืนยงอยู่ในคนรุ่นนั้น, ซึ่งจะไม่ล่วงลับไปจนกว่าพวกเขาจะเห็นแส้ที่ตวัดออกไปเป็นวงกว้าง; เพราะโรคภัยแห่งวิปโยคจะปกคลุมแผ่นดิน.

  ๓๒ แต่สานุศิษย์ของเราจะยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์, และจะไม่หวั่นไหว; แต่ในบรรดาคนชั่วร้าย, มนุษย์จะเปล่งเสียงของพวกเขาและสาปแช่งพระผู้เป็นเจ้าและตาย.

  ๓๓ และจะมีแผ่นดินไหวในสถานที่ต่าง ๆ ด้วย, และความรกร้างว่างเปล่ามากมาย; แต่มนุษย์จะยังทำใจแข็งกระด้างต่อต้านเรา, และพวกเขาจะจับดาบ, ต่อสู้กัน, และพวกเขาจะเข่นฆ่ากัน.

  ๓๔ และบัดนี้, เมื่อเราพระเจ้าพูดถ้อยคำเหล่านี้กับสานุศิษย์ของเรา, พวกเขากังวลใจ.

  ๓๕ และเรากล่าวแก่พวกเขา : อย่ากังวลใจเลย, เพราะ, เมื่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะบังเกิดขึ้น, เจ้าจะรู้ว่าสัญญาซึ่งทำไว้กับเจ้าจะเกิดสัมฤทธิผล.

  ๓๖ และเมื่อแสงสว่างจะเริ่มฉายส่อง, มันจะเป็นกับพวกเขาเหมือนดังคำอุปมาซึ่งเราจะแสดงแก่เจ้า—

  ๓๗ เจ้ามองดูต้นมะเดื่อ, และเจ้าเห็นมันด้วยดวงตาเจ้า, และเจ้ากล่าวเมื่อมันเริ่มระบัด, และใบของมันยังอ่อน, ว่าบัดนี้ฤดูร้อนอยู่แค่เอื้อม;

  ๓๘ แม้มันจะเป็นเช่นนั้นในวันนั้นเมื่อพวกเขาจะเห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้, เมื่อนั้นพวกเขาจะรู้ว่าโมงใกล้เข้ามาแล้ว.

  ๓๙ และเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือคนที่เกรงกลัวเราจะเฝ้ารอให้ถึงวันสำคัญยิ่งของพระเจ้า, แม้เฝ้ารอเครื่องหมายการเสด็จมาของบุตรแห่งพระมหาบุรุษ.

  ๔๐ และพวกเขาจะเห็นเครื่องหมายและการอันน่าพิศวง, เพราะสิ่งเหล่านี้จะแสดงออกมาในฟ้าสวรรค์เบื้องบนและในแผ่นดินโลกเบื้องล่าง.

  ๔๑ และพวกเขาจะเห็นเลือด, และไฟ, และหมอกควัน.

  ๔๒ และก่อนที่วันของพระเจ้าจะมาถึง, ดวงอาทิตย์จะกลับกลายเป็นความมืดมิด, และดวงจันทร์จะกลับกลายเป็นโลหิต, และเหล่าดวงดาราร่วงหล่นจากฟ้าสวรรค์.

  ๔๓ และเราจะรวบรวมคนที่เหลืออยู่มายังสถานที่นี้;

  ๔๔ และเมื่อนั้นพวกเขาจะมองหาเรา, และ, ดูเถิด, เราจะมา; และพวกเขาจะเห็นเราในหมู่เมฆแห่งฟ้าสวรรค์, ห่อหุ้มด้วยอำนาจและรัศมีภาพเรืองโรจน์; พร้อมด้วยเทพผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด; และคนที่มิได้เฝ้ารอเราจะถูกตัดขาด.

  ๔๕ แต่ก่อนที่พระพาหุของพระเจ้าจะหวดลงมา, เทพผู้หนึ่งจะเป่าแตรของเขา, และวิสุทธิชนที่หลับอยู่จะออกมาออก​มา​พบเราในเมฆ.

  ๔๖ ดังนั้น, หากเจ้าหลับอยู่ในความสงบสุขเจ้าย่อมเป็นสุข; เนื่องจากเจ้าเห็นเราบัดนี้และรู้ว่าเราดำรงอยู่ฉันใด, แม้ฉันนั้นเจ้าจะมาหาเราและจิตวิญญาณเจ้าทั้งหลายจะมีชีวิต, และการไถ่เจ้าจะสมบูรณ์; และวิสุทธิชนจะออกมาจากสี่เสี้ยวของแผ่นดินโลก.

  ๔๗ จากนั้นพระพาหุของพระเจ้าจะหวดลงมาบนประชาชาติ.

  ๔๘ และเมื่อนั้นพระเจ้าจะทรงวางพระบาทของพระองค์บนภูเขานี้, และมันจะแยกเป็นสอง, และแผ่นดินโลกจะไหว, และเหวี่ยงไปมา, และฟ้าสวรรค์จะสั่นสะเทือนด้วย.

  ๔๙ และพระเจ้าจะทรงเอ่ยสุรเสียงของพระองค์, และทั่วสุดแดนแผ่นดินโลกจะได้ยิน; และประชาชาติของแผ่นดินโลกจะโศกเศร้า, และคนที่หัวเราะจะเห็นความโง่เขลาของตน.

  ๕๐ และหายนะจะถมทับคนที่ล้อเลียน, และคนที่เยาะเย้ยจะมอดไหม้; และคนที่เฝ้าเสาะหาความชั่วช้าสามานย์จะถูกโค่นและโยนเข้าไปในไฟ.

  ๕๑ และจากนั้นชาวยิวจะมองดูเราและกล่าวว่า : แผลเหล่านี้ที่มือของท่านและที่เท้าของท่านคืออะไร ?

  ๕๒ เมื่อนั้นพวกเขาจะรู้ว่าเราคือพระเจ้า; เพราะเราจะกล่าวแก่พวกเขาว่า : แผลเหล่านี้เป็นแผลซึ่งเราได้รับบาดเจ็บในบ้านของเพื่อนเรา. เราคือคนที่ถูกยกขึ้น. เราคือเยซูที่ถูกตรึงกางเขน. เราคือพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๕๓ และเมื่อนั้นพวกเขาจะร่ำไห้เพราะความชั่วช้าสามานย์ของตน; เมื่อนั้นพวกเขาจะคร่ำครวญเพราะพวกเขาข่มเหงกษัตริย์ของตน.

  ๕๔ และจากนั้นประชาชาตินอกศาสนาจะรับการไถ่, และพวกเขาที่มิได้รู้กฎจะมีส่วนในการฟื้นคืนชีวิตครั้งแรก; และมันจะพอทนได้สำหรับพวกเขา.

  ๕๕ และซาตานจะถูกพันธนาการ, เพื่อเขาจะไม่มีที่ในใจลูกหลานมนุษย์.

  ๕๖ และในวันนั้น, เมื่อเราจะมาในรัศมีภาพของเรา, คำอุปมาซึ่งเราพูดไว้ เกี่ยวกับหญิงพรหมจารีสิบคนจะเกิดสัมฤทธิผล.

  ๕๗ เพราะคนที่ฉลาดและรับความจริง, และรับพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้นำทางของพวกเขา, และไม่ถูกหลอก—ตามจริงแล้วเรากล่าวแก่เจ้า, พวกเขาจะไม่ถูกโค่นและโยนเข้าไปในไฟ, แต่จะทนอยู่ได้ในวันนั้น.

  ๕๘ และแผ่นดินโลกจะให้ไว้แก่พวกเขาเป็นมรดก; และพวกเขาจะขยายเผ่าพันธุ์และแข็งแกร่งขึ้น, และลูกหลานของพวกเขาจะเติบโตไปสู่ความรอดโดยไม่มีบาป.

  ๕๙ เพราะพระเจ้าจะประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา, และรัศมีภาพของพระองค์จะอยู่กับพวกเขา, และพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ของพวกเขาและผู้ให้กฎของพวกเขา.

  ๖๐ และบัดนี้, ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, จะไม่ให้แก่เจ้าที่จะรู้มากขึ้นเกี่ยวกับบทนี้, จนกว่าจะมีการแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาใหม่, และในนั้นสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้จะเป็นที่รู้;

  ๖๑ ดังนั้น เราอนุญาตเจ้าว่าบัดนี้ให้เจ้าแปล, เพื่อเจ้าจะพร้อมสำหรับเรื่องที่จะมาถึง.

  ๖๒ เพราะตามจริงแล้วเรากล่าวแก่เจ้า, ว่าเรื่องสำคัญยิ่งรอคอยเจ้าอยู่;

  ๖๓ เจ้าได้ยินเรื่องสงครามในต่างแดน; แต่, ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า, มันอยู่ใกล้, แม้ที่ประตูของเจ้า, และอีกไม่กี่ปีจากนี้เจ้าจะได้ยินเรื่องสงครามในผืนแผ่นดินเจ้าเอง.

  ๖๔ ดังนั้น เรา, พระเจ้า, กล่าวไว้, เจ้าจงพร้อมใจกันออกจากผืนแผ่นดินตะวันออก, เจ้าจงร่วมชุมนุมกัน เจ้าเอ็ลเดอร์แห่งศาสนจักรของเรา; เจ้าจงออกไปสู่ประเทศตะวันตก, เรียกหาผู้อยู่อาศัยให้กลับใจ, และตราบเท่าที่พวกเขากลับใจ, จงเสริมสร้างหน่วยต่าง ๆ ของศาสนจักรแก่เรา.

  ๖๕ และด้วยจิตใจเดียวและด้วยความคิดเดียว, จงรวมของมีค่าของเจ้าเพื่อเจ้าจะซื้อมรดกซึ่งต่อไปในภายภาคหน้าจะกำหนดไว้กับเจ้า.

  ๖๖ และจะเรียกมันว่าเยรูซาเล็มใหม่, แผ่นดินแห่งความสงบสุข, นครแห่งการพักพิง, สถานที่แห่งความปลอดภัยสำหรับวิสุทธิชนของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด;

  ๖๗ และรัศมีภาพของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่น, และความน่าสะพรึงกลัวของพระเจ้าจะอยู่ที่นั่นด้วย, ถึงขนาดที่คนชั่วร้ายจะไม่มาสู่ที่นั่น, และจะเรียกที่นั่นว่าไซอัน.

  ๖๘ และเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นในบรรดาคนชั่วร้าย, คือมนุษย์ทุกคนที่จะไม่จับดาบของเขาต่อสู้เพื่อนบ้านจำเป็นต้องหลบหนีมาสู่ไซอันเพื่อความปลอดภัย.

  ๖๙ และจะรวมจากทุกประชาชาติภายใต้ฟ้าสวรรค์มาสู่ที่นั่น; และจะเป็นผู้คนกลุ่มเดียวที่จะไม่ทำสงครามกัน.

  ๗๐ และจะมีกล่าวไว้ในบรรดาคนชั่วร้ายว่า : ขอเราอย่าขึ้นไปสู้รบกับไซอันเลย, เพราะผู้อยู่อาศัยของไซอันน่าสะพรึงกลัว; ดังนั้นพวกเราจะต้านไม่ไหว.

  ๗๑ และเหตุการณ์จะบังเกิดขึ้นคือ เราจะรวบรวมคนชอบธรรมจากบรรดาประชาชาติทั้งปวง, และจะมาสู่ไซอัน, พลางขับขานบทเพลงแห่งปีติอันเป็นนิจ.

  ๗๒ และบัดนี้เรากล่าวแก่เจ้า, จงเก็บเรื่องเหล่านี้ มิให้แพร่งพรายออกไปสู่โลกจนกว่าเราจะเห็นสมควร, เพื่อเจ้าจะทำงานนี้ให้ลุล่วงในสายตาผู้คน, และในสายตาศัตรูของเจ้า, เพื่อพวกเขาจะไม่รู้ถึงงานของเจ้าจนกว่าเจ้าจะลุล่วงสิ่งซึ่งเราบัญชาเจ้าไว้;

  ๗๓ เพื่อว่าเมื่อพวกเขาจะรู้สิ่งนี้, เพื่อพวกเขาจะพิจารณาเรื่องเหล่านี้.

  ๗๔ เพราะเมื่อพระเจ้าจะทรงปรากฏพระองค์จะเป็นที่น่าสะพรึงกลัวต่อพวกเขา, เพื่อความกลัวจะครอบงำพวกเขา, และพวกเขาจะยืนอยู่ห่าง ๆ และตัวสั่น.

  ๗๕ และประชาชาติทั้งปวงจะกลัวเพราะความน่าสะพรึงกลัวของพระเจ้า, และอำนาจแห่งฤทธานุภาพของพระองค์. แม้เป็นดังนั้น. เอเมน.