ภาค ๘๔

การเปิดเผยที่ประทานผ่านโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์, ที่เคิร์ทแลนด์, รัฐโอไฮโอ, วันที่ ๒๒ และ ๒๓ กันยายน ค.ศ. ๑๘๓๒ (History of the Church,1:286–295). ระหว่างเดือนกันยายน, เอ็ลเดอร์เริ่มกลับจากงานเผยแผ่ในรัฐทางตะวันออกและเริ่มทำรายงานการทำงานของพวกเขา. ขณะที่พวกเขาอยู่รวมกันในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เองโจเซฟ สมิธ ก็ได้รับการสื่อสารต่อไปนี้. ท่านศาสดาพยากรณ์ระบุว่าเป็นการเปิดเผยเรื่องฐานะปุโรหิต.

๑–๕, เยรูซาเล็มใหม่และพระวิหารจะสร้างขึ้นในมิสซูรี; ๖–๑๗, พระองค์ประทานสายแห่งการสืบทอดฐานะปุโรหิตจากโมเสสถึงอาดัม; ๑๘–๒๕, ฐานะปุโรหิตที่เหนือกว่าถือกุญแจแห่งความรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้า; ๒๖–๓๒, ฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่าถือกุญแจแห่งการปฏิบัติของเหล่าเทพและของพระกิตติคุณขั้นเตรียม; ๓๓–๔๔, มนุษย์ได้รับชีวิตนิรันดร์โดยผ่านคำปฏิญาณและพันธสัญญาของฐานะปุโรหิต; ๔๕–๕๓, พระวิญญาณของพระคริสต์ทรงให้ความสว่างแก่มนุษย์, และโลกอยู่ในบาป; ๕๔–๖๑, วิสุทธิชนต้องเป็นพยานถึงสิ่งเหล่านั้นที่พวกเขาได้รับ; ๖๒–๗๖, พวกเขาต้องสั่งสอนพระกิตติคุณ, และเครื่องหมายจะติดตามไปด้วย; ๗๗–๙๑, เอ็ลเดอร์ต้องออกไปโดยไม่ถือกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าสัมภาระ, และพระเจ้าจะทรงดูแลในสิ่งที่พวกเขาขาดแคลน; ๙๒–๙๗, ภัยพิบัติและการสาปแช่งรอคอยคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธพระกิตติคุณ; ๙๘–๑๐๒, พระองค์ประทานบทเพลงใหม่แห่งการไถ่ไซอัน; ๑๐๓–๑๑๐, ให้มนุษย์ทุกคนยืนอยู่ในหน้าที่ของตนเองและทำงานในการเรียกของตนเอง; ๑๑๑–๑๒๐, ผู้รับใช้ทั้งหลายของพระเจ้าต้องประกาศความน่าชิงชังที่ก่อให้เกิดความอ้างว้างของวันเวลาสุดท้าย.

  ๑ การเปิดเผยจากพระเยซูคริสต์ถึงผู้รับใช้ของพระองค์ โจเซฟ สมิธ, จูเนียร์, และเอ็ลเดอร์หกคน, ขณะที่พวกเขาพร้อมใจกันเปล่งเสียงพวกเขาขึ้นสู่เบื้องบน.

  ๒ แท้จริงแล้ว, พระคำของพระเจ้าเกี่ยวกับศาสนจักรของพระองค์, ที่สถาปนาขึ้นในวันเวลาสุดท้ายเพื่อการฟื้นฟูผู้คนของพระองค์, ดังที่พระองค์รับสั่งไว้โดยปากของบรรดาศาสดาพยากรณ์ของพระองค์, และเพื่อให้การรวมกันของวิสุทธิชนของพระองค์ยืนอยู่บนภูเขาไซอัน, ซึ่งจะเป็นเมืองแห่งเยรูซาเล็มใหม่.

  ๓ ซึ่งเมืองนั้นจะสร้างขึ้น, โดยเริ่มที่แปลงพระวิหาร, ซึ่งนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้ากำหนดไว้, ในพรมแดนตะวันตกของรัฐมิสซูรี, และอุทิศโดยมือของโจเซฟ สมิธ, จูเนียร์, และคนอื่น ๆ ผู้ที่พระเจ้าพอพระทัยมาก.

  ๔ ตามจริงแล้ว นี่คือพระคำของพระเจ้า, ว่าเมืองเยรูซาเล็มใหม่จะสร้างขึ้นโดยการรวมของวิสุทธิชน, โดยเริ่ม ณ สถานที่แห่งนี้, แม้สถานที่ของพระวิหาร, ซึ่งพระวิหารนั้นจะก่อรูปก่อร่างขึ้นในคนรุ่นนี้.

  ๕ เพราะตามจริงแล้ว คนรุ่นนี้จะไม่ล่วงลับไปทั้งหมดจนกว่าจะสร้างพระนิเวศน์แห่งหนึ่งแด่พระเจ้า, และเมฆจะอยู่บนนั้น, ซึ่งเมฆนั้นจะเป็นแม้รัศมีภาพของพระเจ้า, ซึ่งจะเต็มพระนิเวศน์.

  ๖ และบุตรทั้งหลายของโมเสส, ตามฐานะปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ซึ่งท่านได้รับภายใต้มือ​มือ​ของเยโธร, พ่อตาของท่าน;

  ๗ และเยโธรได้รับภายใต้มือของคาเลบ;

  ๘ และคาเลบได้รับภายใต้มือของเอลีฮู;

  ๙ และเอลีฮูภายใต้มือของเยเรมีย์;

  ๑๐ และเยเรมีย์ภายใต้มือของกาด;

  ๑๑ และกาดภายใต้มือของเอซาอัส;

  ๑๒ และเอซาอัสได้รับภายใต้พระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๑๓ เอซาอัสมีชีวิตอยู่ในวันเวลาของอับราฮัมด้วย, และได้รับพรจากท่าน—

  ๑๔ ซึ่งอับราฮัมผู้นั้นได้รับฐานะปุโรหิตจากเมลคีเซเด, ผู้ได้รับสิ่งนี้โดยผ่านเชื้อสายบรรพบุรุษของท่าน, แม้ถึงโนอาห์;

  ๑๕ และจากโนอาห์จนถึงเอโน, โดยผ่านเชื้อสายบรรพบุรุษของพวกท่าน;

  ๑๖ และจากเอโนคถึงอาแบล, ผู้ถูกสังหารโดยการคบคิดของพี่ชายท่าน, ผู้ได้รับฐานะปุโรหิตโดยพระบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า, โดยมือของอาดัมบิดาท่าน, ผู้เป็นมนุษย์คนแรก—

  ๑๗ ซึ่งฐานะปุโรหิตนั้นดำเนินต่อไปในศาสนจักรของพระผู้เป็นเจ้าในคนทุกรุ่น, และปราศจากการเริ่มต้นของวันหรือการสิ้นสุดของปี.

  ๑๘ และพระเจ้าทรงยืนยันฐานะปุโรหิตฐานะ​ปุโรหิต​บนอาโรนอา​โรนและพงศ์พันธุ์ของท่านด้วย, ตลอดทุกรุ่นของพวกเขา, ซึ่งฐานะปุโรหิตนั้นดำเนินต่อไปและคงอยู่ตลอดไปด้วยกับฐานะปุโรหิตซึ่งเป็นตามระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๑๙ และฐานะปุโรหิตดังกล่าวที่เหนือกว่าดูแลพระกิตติคุณและถือกุญแจแห่งความลี้ลับของอาณาจักร, แม้กุญแจแห่งความรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้า.

  ๒๐ ฉะนั้น, ในศาสนพิธีของฐานะปุโรหิตนี้, พลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าจึงแสดงให้ประจักษ์.

  ๒๑ และปราศจากศาสนพิธีของฐานะปุโรหิตนี้, และสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิต, พลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าไม่แสดงให้ประจักษ์แก่มนุษย์ในเนื้อหนัง;

  ๒๒ เพราะปราศจากสิ่งนี้ไม่มีมนุษย์คนใดจะเห็นพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า, แม้พระบิดา, และมีชีวิตอยู่ได้.

  ๒๓ บัดนี้ โมเสสสอนสิ่งนี้ไว้ชัดแจ้งแก่ลูกหลานของอิสราเอลในแดนทุรกันดาร, และมุมานะที่จะชำระผู้คนของท่านให้บริสุทธิ์เพื่อพวกเขาจะได้เห็นพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า;

  ๒๔ แต่พวกเขาทำใจแข็งกระด้างและทนพระสิริของพระองค์ไม่ได้; ฉะนั้น, พระเจ้าในพระพิโรธของพระองค์, เพราะความกริ้วของพระองค์ดาลเดือดกับพวกเขา, ประทานคำมั่นว่าพวกเขาจะไม่ได้เข้าไปในสถานพักผ่อนของพระองค์ขณะอยู่ในแดนทุรกันดาร, ซึ่งสถานพักผ่อนนั้นคือความสมบูรณ์แห่งรัศมีภาพของพระองค์.

  ๒๕ ฉะนั้น, พระองค์ทรงพาโมเสสออกจากท่ามกลางพวกเขา, และฐานะปุโรหิตศักดิ์สิทธิ์ด้วย;

  ๒๖ และฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่ายังคงอยู่, ซึ่งฐานะปุโรหิตนั้นถือกุญแจแห่งการปฏิบัติของเหล่าเทพและพระกิตติคุณขั้นเตรียม;

  ๒๗ ซึ่งพระกิตติคุณนั้นเป็นพระกิตติคุณแห่งการกลับใจและแห่งบัพติศมา, และการปลดบาป, และกฎของบัญญัติทางเนื้อหนัง, ซึ่งพระเจ้าในพระพิโรธของพระองค์ทรงทำให้ยังคงอยู่กับเชื้อสายแห่งอาโรนในบรรดาลูกหลานของอิสราเอลจนถึงยอห์น, ผู้ที่พระผู้เป็นเจ้าทรงยกขึ้น, โดยที่เปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์นับแต่ในครรภ์มารดาท่าน.

  ๒๘ เพราะท่านรับบัพติศมาขณะที่ท่านยังอยู่ในวัยเด็ก, และได้รับแต่งตั้งสู่อำนาจนี้โดยเทพของพระผู้เป็นเจ้าในเวลาที่ท่านมีอายุได้แปดวัน, เพื่อล้มอาณาจักรของชาวยิว, และเพื่อทำมรรคาของพระเจ้าให้ตรงต่อหน้าผู้คนของพระองค์, เพื่อเตรียมพวกเขาไว้รับการเสด็จมาของพระเจ้า, ซึ่งในพระหัตถ์ของพระองค์พลังทั้งมวลมีให้ไว้.

  ๒๙ นอกจากนี้, ตำแหน่งของเอ็ลเดอร์และอธิการเป็นส่วนประกอบจำเป็นที่เป็นของฐานะปุโรหิตระดับสูง.

  ๓๐ และอนึ่ง, ตำแหน่งของผู้สอนและมัคนายกเป็นส่วนประกอบจำเป็นที่เป็นของฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่า, ซึ่งฐานะปุโรหิตนี้ยืนยันบนอาโรนและบุตรทั้งหลายของท่าน.

  ๓๑ ฉะนั้น, ดังที่เรากล่าวเกี่ยวกับบุตรทั้งหลายของโมเสส—เพราะบุตรทั้งหลายของโมเสสและบุตรทั้งหลายของอาโรนด้วยจะถวายเครื่องบูชาและเครื่องพลีบูชาอันเป็นที่ยอมรับในพระนิเวศน์ของพระเจ้า, ซึ่งพระนิเวศน์นั้นจะสร้างแด่พระเจ้าในคนรุ่นนี้, บนตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอุทิศไว้ดังที่เรากำหนด—

  ๓๒ และบุตรทั้งหลายของโมเสสและของอาโรนจะเปี่ยมด้วยรัศมีภาพของพระเจ้า, บนภูเขาไซอันในพระนิเวศน์ของพระเจ้า, ซึ่งบุตรทั้งหลายของพวกท่านคือเจ้า; และหลายคนด้วยที่เราเรียกและส่งออกไปเสริมสร้างศาสนจักรของเรา.

  ๓๓ เพราะผู้ใดที่ซื่อสัตย์ต่อการได้รับฐานะปุโรหิตทั้งสองอย่างนี้ซึ่งเราพูดถึง, และการขยายการเรียกของพวกเขา, ย่อมถูกพระวิญญาณชำระให้บริสุทธิ์จนถึงการทำให้ร่างกายของพวกเขาใหม่อีกครั้ง.

  ๓๔ พวกเขากลายเป็นบุตรทั้งหลายของโมเสสและของอาโรนและพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม, และศาสนจักรและอาณาจักร, และผู้ที่ทรงเลือกไว้ของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๓๕ และคนเหล่านั้นทั้งปวงด้วยที่ได้รับฐานะปุโรหิตนี้ย่อมรับเรา, พระเจ้าตรัส;

  ๓๖ เพราะคนที่รับผู้รับใช้ทั้งหลายของเราย่อมรับเรา;

  ๓๗ และคนที่รับเราย่อมรับพระบิดาของเรา;

  ๓๘ และคนที่รับพระบิดาของเราย่อมรับอาณาจักรแห่งพระบิดาของเรา; ฉะนั้นทุกสิ่งที่พระบิดาของเรามีย่อมจะประทานแก่เขา.

  ๓๙ และนี่เป็นไปตามคำปฏิญาณและพันธสัญญาซึ่งเป็นของฐานะปุโรหิต.

  ๔๐ ฉะนั้น, คนเหล่านั้นทั้งปวงที่ได้รับฐานะปุโรหิต, ย่อมรับคำปฏิญาณและพันธสัญญานี้แห่งพระบิดาของเรา, ซึ่งเขาจะฝ่าฝืนไม่ได้, ทั้งจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ด้วย.

  ๔๑ แต่ผู้ใดที่ฝ่าฝืนพันธสัญญานี้หลังจากที่เขารับมาแล้ว, และหันหลังให้โดยสิ้นเชิง, จะไม่ได้รับการให้อภัยจากบาปทั้งในโลกนี้และในโลกที่จะมาถึง.

  ๔๒ และวิบัติแก่คนทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นผู้ไม่มาสู่ฐานะปุโรหิตนี้ซึ่งเจ้าได้รับ, ซึ่งบัดนี้เรายืนยันบนเจ้าผู้ที่อยู่ในวันนี้, โดยเสียงของเราเองออกจากสวรรค์; และแม้แต่เราก็ให้ผองไพร่พลบนสวรรค์และเทพของเรารับมอบหมายดูแลเรื่องเกี่ยวกับเจ้า.

  ๔๓ และเราให้บัญญัติแก่เจ้าบัดนี้ที่จะระวังเกี่ยวกับตัวเจ้า, ที่จะใส่ใจอย่างเข้มงวดกวดขันต่อถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์.

  ๔๔ เพราะเจ้าพึงดำเนินชีวิตตามพระคำทุกคำที่ออกจากโอษฐ์ของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๔๕ เพราะพระคำของพระเจ้าเป็นความจริง, และสิ่งใดก็ตามที่เป็นความจริงคือความสว่าง, และสิ่งใดก็ตามที่เป็นความสว่างคือพระวิญญาณ, แม้พระวิญญาณของพระเยซูคริสต์.

  ๔๖ และพระวิญญาณทรงให้ความสว่างแก่มนุษย์ทุกคนที่มาในโลก; และพระวิญญาณทรงให้ความสว่างมนุษย์ทุกคนทั่วโลก, ผู้ที่สดับฟังสุรเสียงของพระวิญญาณ.

  ๔๗ และทุกคนที่สดับฟังสุรเสียงของพระวิญญาณย่อมมาหาพระผู้เป็นเจ้า, แม้พระบิดา.

  ๔๘ และพระบิดาทรงสอนเขาถึงพันธสัญญาซึ่งพระองค์ทรงต่อและยืนยันไว้บนเจ้า, ซึ่งยืนยันไว้บนเจ้าเพื่อเห็นแก่เจ้า, และมิใช่เพื่อเห็นแก่เจ้าเท่านั้น, แต่เพื่อเห็นแก่โลกทั้งโลก.

  ๔๙ และโลกทั้งโลกอยู่ในบาป, และครวญครางภายใต้ความมืดและภายใต้พันธนาการแห่งบาป.

  ๕๐ และโดยสิ่งนี้เจ้าจะรู้ว่าพวกเขาอยู่ภายใต้พันธนาการแห่งบาป, เพราะพวกเขามิได้มาหาเรา.

  ๕๑ เพราะผู้ใดที่มิได้มาหาเราย่อมอยู่ภายใต้พันธนาการแห่งบาป.

  ๕๒ และผู้ใดที่มิได้ยอมรับเสียงของเราย่อมไม่คุ้นเคยกับเสียงของเรา, และมิได้เป็นของเรา.

  ๕๓ และโดยสิ่งนี้เจ้าจะรู้จักแยกแยะคนชอบธรรมจากคนชั่วร้าย, และรู้ว่าโลกทั้งโลกครวญครางภายใต้บาปและความมืดแม้บัดนี้.

  ๕๔ และความคิดเจ้าในเวลาที่ผ่านมาถูกทำให้มืดเนื่องจากความไม่เชื่อ, และเพราะเจ้าปฏิบัติอย่างเล่น ๆ กับสิ่งที่เจ้าได้รับมา—

  ๕๕ ซึ่งความถือตัวและความไม่เชื่อนำศาสนจักรทั้งศาสนจักรมาอยู่ภายใต้การกล่าวโทษ.

  ๕๖ และการกล่าวโทษนี้อยู่บนลูกหลานของไซอัน, แม้ทั้งหมด.

  ๕๗ และพวกเขาจะคงอยู่ภายใต้การกล่าวโทษนี้จนกว่าพวกเขาจะกลับใจและระลึกถึงพันธสัญญาใหม่, แม้พระคัมภีร์มอรมอและบัญญัติก่อน ๆ ซึ่งเราให้พวกเขาไว้, มิใช่เพียงเพื่อกล่าว, แต่เพื่อทำตามสิ่งนั้นซึ่งเราเขียนไว้—

  ๕๘ เพื่อพวกเขาจะนำผลอันสมกับอาณาจักรแห่งพระบิดาของพวกเขาออกมา; มิฉะนั้นแส้และการพิพากษายังคงมีอยู่เพื่อกระหน่ำลงบนลูกหลานของไซอัน.

  ๕๙ เพราะลูกหลานของอาณาจักรจะทำให้แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ของเราสกปรกหรือ ? ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, ไม่เลย.

  ๖๐ ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้าผู้ที่บัดนี้ได้ยินถ้อยคำของเรา, ซึ่งเป็นเสียงของเรา, เจ้าเป็นสุขแล้วตราบเท่าที่เจ้ารับสิ่งเหล่านี้;

  ๖๑ เพราะเราจะให้อภัยเจ้าเกี่ยวกับบาปของเจ้าพร้อมด้วยบัญญัติข้อนี้—คือเจ้าคงอยู่มั่นคงในความคิดเจ้าในความสำรวมและวิญญาณแห่งการสวดอ้อนวอน, ในการแสดงประจักษ์พยานแก่ทั่วโลกถึงเรื่องเหล่านั้นซึ่งสื่อสารมาถึงเจ้า.

  ๖๒ ฉะนั้น, เจ้าจงไปทั่วโลก; และยังที่ใดก็ตามที่เจ้าไปไม่ได้เจ้าพึงส่งไป, เพื่อประจักษ์พยานจะออกจากเจ้าไปทั่วโลกถึงชาวโลกทุกคน.

  ๖๓ และดังที่เรากล่าวแก่อัครสาวกทั้งหลายของเราฉันใด, แม้ฉันนั้นเรากล่าวแก่เจ้า, เพราะเจ้าเป็นอัครสาวกทั้งหลายของเรา, แม้มหาปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า; เจ้าเป็นคนเหล่านั้นที่พระบิดาของเราประทานแก่เรา; เจ้าเป็นเพื่อนของเรา;

  ๖๔ ฉะนั้น, ดังที่เรากล่าวแก่อัครสาวกทั้งหลายของเรา เรากล่าวแก่เจ้าอีก, ว่าทุกจิตวิญญาณที่เชื่อในถ้อยคำของเจ้า, และรับบัพติศมาด้วยน้ำเพื่อการปลดบาป, จะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์.

  ๖๕ และเครื่องหมายเหล่านี้จะติดตามคนเหล่านี้ที่เชื่อ—

  ๖๖ ในนามของเราพวกเขาจะทำงานอันน่าพิศวงหลายอย่าง;

  ๖๗ ในนามของเราพวกเขาจะขับเหล่ามาร;

  ๖๘ ในนามของเราพวกเขาจะรักษาคนป่วย;

  ๖๙ ในนามของเราพวกเขาจะเปิดตาของคนตาบอด, และเปิดหูของคนหูหนวก;

  ๗๐ และลิ้นของคนใบ้จะพูด;

  ๗๑ และหากมนุษย์คนใดจะวางยาพิษแก่พวกเขา มันจะไม่ทำอันตรายพวกเขา;

  ๗๒ และพิษของงูจะไม่มีพลังทำอันตรายพวกเขา.

  ๗๓ แต่บัญญัติข้อหนึ่งเราให้แก่พวกเขา, ว่าพวกเขาจะไม่โอ้อวดตนถึงเรื่องเหล่านี้, ทั้งไม่พูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าโลก; เพราะเรื่องเหล่านี้ให้ไว้แก่เจ้าเพื่อประโยชน์ของเจ้าและเพื่อความรอด.

  ๗๔ ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, คนเหล่านั้นที่หาเชื่อในถ้อยคำของเจ้าไม่, และไม่รับบัพติศมาในน้ำในนามของเรา, เพื่อการปลดบาปของพวกเขา, เพื่อพวกเขาจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์, จะอัปมงคล, และจะไม่เข้ามาในอาณาจักรแห่งพระบิดาของเราที่ซึ่งพระบิดาของเราและเราอยู่.

  ๗๕ และการเปิดเผยนี้ถึงเจ้า, และบัญญัติ, มีผลนับแต่โมงนี้กับทั่วโลก, และพระกิตติคุณมาถึงคนทั้งปวงที่ยังไม่รับ.

  ๗๖ แต่, ตามจริงแล้วเรากล่าวแก่คนเหล่านั้นทั้งปวงแก่ผู้ที่อาณาจักรมีให้ไว้—จากเจ้าสิ่งนี้ต้องนำไปสั่งสอนแก่พวกเขา, เพื่อพวกเขาจะกลับใจจากงานชั่วร้ายครั้งก่อน ๆ ของพวกเขา; เพราะพวกเขาจะถูกตำหนิเนื่องจากใจชั่วของพวกเขาที่ไม่เชื่อ, และพี่น้องของเจ้าในไซอันเพราะการกบฏของพวกเขาต่อเจ้าในเวลาที่เราส่งเจ้าไป.

  ๗๗ และอนึ่งเรากล่าวแก่เจ้า, เพื่อนทั้งหลายของเรา, เพราะนับแต่นี้ไปเราจะเรียกเจ้าว่าเพื่อน, เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะให้บัญญัติข้อนี้แก่เจ้า, เพื่อเจ้าจะกลายเป็นแม้ดังเพื่อนเราในวันเวลาเมื่อเราอยู่กับพวกเขา, ขณะเดินทางสั่งสอนกิตติคุณในอำนาจของเรา;

  ๗๘ เพราะเราหายอมให้พวกเขามีกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าสัมภาระไม่, ไม่ทั้งเสื้อนอกสองตัว.

  ๗๙ ดูเถิด, เราส่งเจ้าออกไปพิสูจน์โลก, และคนงานมีค่าสมกับค่าจ้างของเขา.

  ๘๐ และมนุษย์คนใดที่จะไปสั่งสอนกิตติคุณนี้ของอาณาจักร, และไม่ล้มเหลวที่จะซื่อสัตย์ต่อไปในสิ่งทั้งปวง, จะไม่เหนื่อยล้าในความคิด, ทั้งไม่มืดมน, ในร่างกาย, แขนขา, หรือข้อต่อ; และผมบนศีรษะของเขาสักเส้นเดียวก็จะไม่ร่วงลงพื้นโดยไม่สังเกตเห็น. และพวกเขาจะไม่หิวโหย, หรือกระหายเลย.

  ๘๑ ฉะนั้น, เจ้าอย่าคิดถึงวันพรุ่ง, ว่าเจ้าจะกินอะไร, หรือเจ้าจะดื่มอะไร, หรือเจ้าจะเอาอะไรมาห่อหุ้มกาย.

  ๘๒ เพราะ, จงพิจารณาพลับพลึงในทุ่ง, ว่ามันเติบโตอย่างไร, มันไม่ทำงาน, ทั้งไม่ปั่นด้าย; และอาณาจักรทั้งหลายของโลก, ในความรุ่งโรจน์ทั้งหมด, ก็มิได้รับการตกแต่งเหมือนต้นไม้เหล่านี้สักต้น.

  ๘๓ เพราะพระบิดาของเจ้า, ผู้ประทับอยู่ในสวรรค์, ทรงรู้ว่าเจ้าขาดแคลนสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้.

  ๘๔ ฉะนั้น, ให้วันพรุ่งคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ของมันเอง.

  ๘๕ ทั้งเจ้าอย่าคิดไว้ก่อนว่า เจ้าจะกล่าวอะไร; แต่จงสั่งสมถ้อยคำแห่งชีวิตไว้ในความคิดเจ้าเสมอไป, และจะให้มันแก่เจ้าในโมงนั้นเอง ส่วนนั้นที่จะแบ่งสรรให้แก่มนุษย์ทุกคน.

  ๘๖ ฉะนั้น, อย่าให้คนใดในบรรดาพวกเจ้า, ซึ่งออกไปประกาศพระกิตติคุณนี้ของอาณาจักร, ตั้งแต่โมงนี้นำกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าสัมภาระไป, เพราะบัญญัตินี้มีให้สำหรับคนซื่อสัตย์ทั้งปวงผู้ได้รับเรียกจากพระผู้เป็นเจ้าในศาสนจักรมาสู่การปฏิบัติศาสนกิจ.

  ๘๗ ดูเถิด, เราส่งเจ้าออกไปเพื่อว่ากล่าวโลกถึงการกระทำไม่ชอบธรรมทั้งปวงของพวกเขา, และเพื่อสอนพวกเขาถึงการพิพากษาซึ่งจะมาถึง.

  ๘๘ และผู้ใดที่รับเจ้า, ที่นั่นเราจะอยู่ด้วย, เพราะเราจะไปเบื้องหน้าเจ้า. เราจะอยู่ทางขวามือเจ้าและทางซ้ายเจ้า, และพระวิญญาณของเราจะอยู่ในใจเจ้า, และเหล่าเทพของเราห้อมล้อมเจ้า, เพื่อประคองเจ้าไว้.

  ๘๙ ผู้ใดที่รับเจ้าย่อมรับเรา; และคนคนนั้นจะเลี้ยงอาหารเจ้า, และห่อหุ้มเจ้า, และให้เงินตราเจ้า.

  ๙๐ และคนที่เลี้ยงอาหารเจ้า, หรือห่อหุ้มเจ้า, หรือให้เงินตราเจ้า, จะไม่มีทางสูญเสียรางวัลของเขาเลย.

  ๙๑ และคนที่หาทำสิ่งเหล่านี้ไม่ มิใช่สานุศิษย์ของเรา; โดยการนี้ เจ้าจะรู้ว่าใครเป็นสานุศิษย์ของเรา.

  ๙๒ คนที่หารับเจ้าไม่, เจ้าจงไปจากเขาลำพังพวกเจ้าเอง, และล้างเท้าของเจ้าแม้ด้วยน้ำ, น้ำบริสุทธิ์, ไม่ว่าร้อนหรือหนาว, และแสดงประจักษ์พยานถึงสิ่งนี้ต่อพระบิดาของเจ้าซึ่งประทับอยู่ในสวรรค์, และอย่ากลับไปหาคนคนนั้นอีก.

  ๙๓ และในหมู่บ้านหรือเมืองใดก็ตามที่เจ้าเข้าไป, จงทำอย่างเดียวกัน.

  ๙๔ กระนั้นก็ตาม, จงค้นหาอย่างขยันหมั่นเพียรและอย่ายั้งไว้; และวิบัติแก่บ้านหลังนั้น, หรือหมู่บ้าน หรือเมืองนั้นที่ปฏิเสธเจ้า, หรือถ้อยคำของเจ้า, หรือประจักษ์พยานของเจ้าเกี่ยวกับเรา.

  ๙๕ วิบัติ, เรากล่าวอีก, แก่บ้านหลังนั้น, หรือหมู่บ้านหรือเมืองนั้นที่ปฎิเสธเจ้า, หรือถ้อยคำของเจ้า, หรือประจักษ์พยานของเจ้าถึงเรา;

  ๙๖ เพราะเรา, พระผู้ทรงฤทธานุภาพ, วางมือของเราไว้บนประชาชาติ, เพื่อโบยพวกเขาเพราะความชั่วร้ายของพวกเขา.

  ๙๗ และภัยพิบัติจะออกไป, และมันจะไม่ถูกนำออกไปจากแผ่นดินโลกจนกว่าเราจะทำงานของเราเสร็จ, ซึ่งจะตัดให้สั้นลงในความชอบธรรม—

  ๙๘ จนกว่าคนทั้งปวงจะรู้จักเรา, ผู้ที่เหลืออยู่, แม้จากต่ำต้อยที่สุดจนถึงสูงส่งที่สุด, และจะเปี่ยมด้วยความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า, และจะเห็นด้วยตาตนเอง, และจะเปล่งเสียงของพวกเขา, และจะประสานเสียงร้องเพลงใหม่นี้, มีความว่า :

  ๙๙  พระเจ้าทรงนำไซอันกลับมาอีก; พระเจ้าทรงไถ่ผู้คนของพระองค์, อิสราเอล, ตามการเลือกแห่งพระคุณ, ซึ่งบังเกิดขึ้นโดยศรัทธา และพันธสัญญาของบรรพบุรุษพวกเขา.

  ๑๐๐  พระเจ้าทรงไถ่ผู้คนของพระองค์; และซาตานถูกพันธนาการและเวลาไม่มีอีกต่อไป. พระเจ้าทรงรวมสิ่งทั้งปวงเป็นหนึ่งเดียว. พระเจ้าทรงนำไซอันลงมาจากเบื้องบน. พระเจ้าทรงนำไซอันขึ้นมาจากเบื้องล่าง.

  ๑๐๑  แผ่นดินโลกเจ็บครรภ์ และคลอดพลังของนาง; และความจริงสถาปนาไว้ในอุทรของนาง; และสวรรค์ยิ้มให้นาง; และห่อหุ้มนางไว้ด้วยรัศมีภาพแห่งพระผู้เป็นเจ้าของนาง; เพราะพระองค์ทรงยืนท่ามกลางผู้คนของพระองค์.

  ๑๐๒  รัศมีภาพ, และเกียรติ, และเดชานุภาพ, และพลัง, เป็นของพระผู้เป็นเจ้าของเรา; เพราะพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา, ความยุติธรรม, พระคุณและความจริง, และความสงบสุข, ตลอดกาลและตลอดไป, เอเมน.

  ๑๐๓ และอนึ่ง, ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนซึ่งออกไปประกาศกิตติคุณอันเป็นนิจของเรา, ว่าตราบเท่าที่พวกเขามีครอบครัว, และได้รับเงินตราเป็นของขวัญ, ว่าพวกเขาจะส่งมันไปให้คนเหล่านั้นหรือใช้มันเพื่อประโยชน์ของคนเหล่านั้น, ตามที่พระเจ้าจะทรงแนะนำพวกเขา, เพราะเราเห็นว่าดีดังนั้น.

  ๑๐๔ และให้คนเหล่านั้นทั้งปวงผู้ที่ไม่มีครอบครัว, ผู้ที่ได้รับเงินตรา, ส่งมันไปยังอธิการในไซอัน, หรือไปยังอธิการในโอไฮโอ, เพื่อจะอุทิศถวายสำหรับนำการเปิดเผยต่าง ๆ ออกมาและการพิมพ์สิ่งเหล่านั้น, และสำหรับการสถาปนาไซอัน.

  ๑๐๕ และหากคนใดจะให้เสื้อนอก, หรือเสื้อผ้าชุดหนึ่งแก่ผู้ใดในพวกเจ้า, จงนำตัวเก่าไปให้คนจน, และไปตามทางของเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี.

  ๑๐๖ และหากคนใดในบรรดาพวกเจ้ามั่นคงในพระวิญญาณ, ก็ให้เขาพาไปกับเขาด้วย เขาคนนั้นที่อ่อนแอ, เพื่อเขาจะได้รับการจรรโลงใจในความอ่อนโยนทั้งปวง, เพื่อเขาจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งเช่นกัน.

  ๑๐๗ ฉะนั้น, จงพาไปกับเจ้าคนเหล่านั้นที่ได้รับแต่งตั้งสู่ฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่า, และส่งพวกเขาไปก่อนเจ้าเพื่อนัดหมาย, และเพื่อเตรียมทาง, และเพื่อไปตามนัดหมายที่ตัวเจ้าเองไม่สามารถไปได้.

  ๑๐๘ ดูเถิด, นี่คือวิธีที่อัครสาวกของเรา, ในสมัยโบราณ, เสริมสร้างศาสนจักรของเราให้แก่เรา.

  ๑๐๙ ฉะนั้น, ให้มนุษย์ทุกคนยืนอยู่ในหน้าที่ของตนเอง, และทำงานในการเรียกของตนเอง; และอย่าให้ศีรษะกล่าวแก่เท้าว่ามันไม่ต้องการเท้า; เพราะหากปราศจากเท้าร่างกายจะสามารถยืนได้อย่างไรเล่า ?

  ๑๑๐ ร่างกายก็เช่นกันต้องการอวัยวะทุกอย่าง, เพื่อทั้งหมดจะได้รับการจรรโลงใจจากกัน, เพื่อจะรักษาระบบให้สมบูรณ์.

  ๑๑๑ และดูเถิด, มหาปุโรหิตควรเดินทาง, และเอ็ลเดอร์ด้วย, และปุโรหิตที่ต่ำกว่าด้วย; แต่ควรกำหนดให้มัคนายกและผู้สอนสอน​ดูแลศาสนจักร, ให้เป็นผู้ปฏิบัติศาสนกิจประจำอยู่กับศาสนจักร.

  ๑๑๒ และอธิการ, นูเวล เค. วิทนีย์, ควรเดินทางไปรอบ ๆ ด้วย และในบรรดาหน่วยทั้งปวงของศาสนจักร, โดยค้นหาคนจนเพื่อเกื้อกูลในความขาดแคลนของพวกเขาโดยทำให้คนรวยและคนจองหองอ่อนน้อมถ่อมตน.

  ๑๑๓ เขาควรจ้างตัวแทนด้วยเพื่อให้มาดูแลและทำกิจธุระทางโลกของเขาดังที่เขาจะแนะนำ.

  ๑๑๔ กระนั้นก็ตาม, ให้อธิการไปเมืองนิวยอร์ก, เมืองอัลบานีด้วย, และเมืองบอสตันด้วย, และเตือนผู้คนในเมืองเหล่านั้นด้วยเสียงของพระกิตติคุณ, ด้วยเสียงอันดัง, ถึงหายนะและความพินาศสิ้นซึ่งรอคอยพวกเขาหากพวกเขาปฎิเสธสิ่งเหล่านี้.

  ๑๑๕ เพราะหากพวกเขาปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ โมงแห่งการพิพากษาของพวกเขาก็ใกล้เข้ามาแล้ว, และบ้านพวกเขาจะถูกทิ้งให้อ้างว้างแก่พวกเขา.

  ๑๑๖ ให้เขาวางใจในเราและเขาจะไม่ถูกทำให้จำนนจำนน; และ​; และผมบนศีรษะของเขาสักเส้นเดียวก็จะไม่ร่วงลงพื้นโดยไม่สังเกตเห็น.

  ๑๑๗ และตามจริงแล้ว เรากล่าวแก่เจ้า, ผู้รับใช้ที่เหลือของเรา, เจ้าจงออกไปดังที่สภาพการณ์ของเจ้าจะอำนวย, ในการเรียกต่าง ๆ ของเจ้า, ไปยังเมืองและหมู่บ้านที่ยิ่งใหญ่และสำคัญ, โดยตำหนิโลกในความชอบธรรมถึงความไม่ชอบธรรมและการกระทำที่อาธรรม์ทั้งปวงของพวกเขา, โดยบอกให้ชัดเจนและให้เข้าใจถึงหายนะแห่งความน่าชิงชังในวันเวลาสุดท้าย.

  ๑๑๘ เพราะ, ด้วยเจ้าพระเจ้าพระผู้ทรงฤทธานุภาพตรัส, เราจะฉีกอาณาจักรทั้งหลายของพวกเขา; เราจะไม่เพียงเขย่าแผ่นดินโลก, แต่ฟ้าสวรรค์ที่ดารดาษด้วยดวงดาวก็จะสะเทือน.

  ๑๑๙ เพราะเรา, พระเจ้า, ยื่นมือของเราออกไปแสดงเดชานุภาพแห่งสวรรค์; เจ้าจะเห็นสิ่งนั้นไม่ได้ในตอนนี้, แต่อีกสักหน่อยเถิดและเจ้าจะเห็นสิ่งนั้น, และรู้ว่าเราดำรงอยู่, และว่าเราจะมามา​และปกครองกับผู้คนของเรา.

  ๑๒๐ เราคืออัลฟาและโอเมกา, ปฐมและอวสาน. เอเมน.