งานที่เลือกสรรจากหนังสือของโมเสส

บทที่ ๖

(เดือนพฤศจิกายน–เดือนธันวาคม ค.ศ. ๑๘๓๐)

พงศ์พันธุ์ของอาดัมเขียนบันทึกในหนังสือแห่งความทรงจำ—ลูกหลานที่ชอบธรรมของท่านสั่งสอนการกลับใจ—พระผู้เป็นเจ้าทรงเผยพระองค์ต่อเอโนค—เอโนคสั่งสอนพระกิตติคุณ—แผนแห่งความรอดเปิดเผยต่ออาดัม—ท่านได้รับบัพติศมาและฐานะปุโรหิต.

  ๑ และอาดัมสดับฟังสุรเสียงของพระผู้เป็นเจ้า, และเรียกหาบุตรทั้งหลายของท่านให้กลับใจ.

  ๒ และอาดัมเสพสมกับภรรยาท่านอีก, และนางคลอดบุตรคนหนึ่ง, และท่านเรียกชื่อของเขาว่าเสท. และอาดัมสรรเสริญพระนามของพระผู้เป็นเจ้า; เพราะท่านกล่าว : พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดพงศ์พันธุ์ให้ข้าพเจ้าอีกคนหนึ่ง, แทนอาแบล, ผู้ที่คาอินสังหาร.

  ๓ และพระผู้เป็นเจ้าทรงเผยพระองค์ต่อเสท, และเขาหาได้ขัดขืนไม่, แต่ถวายเครื่องพลีบูชาอันเป็นที่ยอมรับ, เหมือนกับอาแบล พี่ชายเขา. และบุตรคนหนึ่งเกิดกับเขาด้วย, และเขาเรียกชื่อบุตรว่าเอโนช.

  ๔ และในเวลานั้นคนเหล่านี้เริ่มเรียกหาพระนามของพระเจ้า, และพระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา;

  ๕ และมีการเขียนในหนังสือแห่งความทรงจำ, ซึ่งในนั้นมีบันทึกไว้, ในภาษาของอาดัม, เพราะได้ให้ไว้แก่คนมากเท่าที่เรียกหาพระผู้เป็นเจ้าให้เขียนโดยวิญญาณแห่งการดลใจ;

  ๖ และโดยพวกเขาลูกหลานของพวกเขาได้รับการสอนให้อ่านและเขียน, โดยมีภาษาซึ่งบริสุทธิ์และไม่เสื่อมเสีย.

  ๗ บัดนี้ฐานะปุโรหิตเดียวกันนี้, ซึ่งอยู่ในกาลเริ่มต้น, จะอยู่ในการสิ้นสุดของโลกด้วย.

  ๘ บัดนี้คำพยากรณ์นี้อาดัมพูดไว้, ดังที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจท่าน, และมีการบันทึกลำดับการสืบเชื้อสายของลูก ๆ ของพระผู้เป็นเจ้า. และนี่คือหนังสือของคนรุ่นต่าง ๆ ของอาดัม, โดยกล่าวว่า : ในวันที่พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างมนุษย์, ในลักษณะเหมือนพระผู้เป็นเจ้าพระองค์ทรงรังสรรค์เขา;

  ๙ ในรูปลักษณ์ของพระวรกายของพระองค์เอง, ชายและหญิง, พระองค์ทรงสร้างพวกเขา, และทรงอวยพรพวกเขา, และทรงเรียกชื่อพวกเขาว่าอาดัม, ในวันที่พระองค์ทรงสร้างพวกเขาและพวกเขากลายเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตในแผ่นดินบนที่รองพระบาทของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๑๐ และอาดัมมีชีวิตอยู่หนึ่งร้อยสามสิบปี, และให้กำเนิดบุตรคนหนึ่งในลักษณะเหมือนท่านเอง, ตามรูปลักษณ์ของท่านเอง, และเรียกชื่อเขาว่าเสท.

  ๑๑ และวันเวลาของอาดัม, หลังจากท่านให้กำเนิดเสท, คือแปดร้อยปี, และท่านให้กำเนิดบุตรและธิดาหลายคน;

  ๑๒ และวันเวลาทั้งหมดที่อาดัมมีชีวิตอยู่คือเก้าร้อยสามสิบปี, และท่านตาย.

  ๑๓ เสทมีชีวิตอยู่หนึ่งร้อยห้าปี, และให้กำเนิดเอโนช, และพยากรณ์ในวันเวลาทั้งหมดของท่าน, และสอนเอโนช บุตรของท่านในวิถีทางของพระผู้เป็นเจ้า; ดังนั้นเอโนชจึงพยากรณ์เช่นเดียวกัน.

  ๑๔ และเสทมีชีวิตอยู่, หลังจากท่านให้กำเนิดเอโนช, แปดร้อยเจ็ดปี, และให้กำเนิดบุตรและธิดาหลายคน.

  ๑๕ และลูกหลานมนุษย์มีจำนวนมากทั่วผืนแผ่นดิน. และในวันเวลานั้นซาตานมีอำนาจปกครองมากในบรรดามนุษย์, และลุกลามในใจพวกเขา; และนับแต่นั้นมามีการทำสงครามและการนองเลือด; และมือของคนคนหนึ่งต่อสู้พี่น้องของตนเอง, ในการหยิบยื่นความตายให้, เนื่องจากงานลับทั้งหลาย, โดยแสวงหาอำนาจ.

  ๑๖ วันเวลาทั้งหมดของเสทคือเก้าร้อยสิบสองปี, และท่านตาย.

  ๑๗ และเอโนชมีชีวิตอยู่เก้าสิบปี, และให้กำเนิดเคนัน. และเอโนชกับพวกที่เหลืออยู่ของผู้คนแห่งพระผู้เป็นเจ้าออกมาจากแผ่นดิน, ซึ่งเรียกว่าชูลอน, และพำนักในแผ่นดินแห่งคำสัญญาแห่งหนึ่ง, ซึ่งท่านเรียกตามบุตรของท่านเอง, ผู้ซึ่งท่านตั้งชื่อว่าเคนัน.

  ๑๘ และเอโนชมีชีวิตอยู่, หลังจากท่านให้กำเนิดเคนัน, แปดร้อยสิบห้าปี, และให้กำเนิดบุตรและธิดาหลายคน. และวันเวลาทั้งหมดของเอโนชคือเก้าร้อยห้าปี, และท่านตาย.

  ๑๙ และเคนันมีชีวิตอยู่เจ็ดสิบปี, และให้กำเนิดมาหะลาเลล; และเคนันมีชีวิตอยู่หลังจากท่านให้กำเนิดมาหะลาเลลแปดร้อยสี่สิบปี, และให้กำเนิดบุตรและธิดา. และวันเวลาทั้งหมดของเคนันคือเก้าร้อยสิบปี, และท่านตาย.

  ๒๐ และมาหะลาเลลมีชีวิตอยู่หกสิบห้าปี, และให้กำเนิดยาเรด; และมาหะลาเลลมีชีวิตอยู่, หลังจากท่านให้กำเนิดยาเรด, แปดร้อยสามสิบปี, และให้กำเนิดบุตรและธิดา. และวันเวลาทั้งหมดของมาหะลาเลลคือแปดร้อยเก้าสิบห้าปี, และท่านตาย.

  ๒๑ และยาเรดมีชีวิตอยู่หนึ่งร้อยหกสิบสองปี, และให้กำเนิดเอโน; และยาเรดมีชีวิตอยู่, หลังจากท่านให้กำเนิดเอโนค, แปดร้อยปี, และให้กำเนิดบุตรและธิดา. และยาเรดสอนเอโนคในวิถีทางทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๒๒ และนี่คือลำดับการสืบเชื้อสายของบุตรทั้งหลายของอาดัม, ผู้เป็นบุตรของพระผู้เป็นเจ้า, ผู้ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้า, พระองค์เอง, ทรงสนทนาด้วย.

  ๒๓ และพวกเขาเป็นผู้สั่งสอนความชอบธรรม, และพูดและพยากรณ์, และเรียกหามนุษย์ทั้งปวง, ทุกแห่งหน, ให้กลับใจ; และมีการสอนศรัทธาแก่ลูกหลานมนุษย์.

  ๒๔ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือ วันเวลาทั้งหมดของยาเรดคือเก้าร้อยหกสิบสองปี, และท่านตาย.

  ๒๕ และเอโนคมีชีวิตอยู่หกสิบห้าปี, และให้กำเนิดเมธูเสลาห์.

  ๒๖ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือเอโนคเดินทางไปในแผ่นดิน, ในบรรดาผู้คน; และขณะที่ท่านเดินทาง, พระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าเสด็จออกจากสวรรค์ลงมา, และสถิตอยู่กับท่าน.

  ๒๗ และท่านได้ยินพระสุรเสียงจากสวรรค์, ตรัสว่า : เอโนค, บุตรของเรา, จงพยากรณ์แก่ผู้คนเหล่านี้, และกล่าวแก่พวกเขา—จงกลับใจ, เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ : เราโกรธผู้คนเหล่านี้, และความโกรธอันรุนแรงของเราดาลเดือดกับพวกเขา; เพราะใจพวกเขาแข็งกระด้างขึ้น, และหูพวกเขาตึงต่อการได้ยิน, และสายตาพวกเขามองเห็นได้ไม่ไกล;

  ๒๘ และสำหรับหลายรุ่นมานี้, นับแต่วันที่เราสร้างพวกเขา, พวกเขาหลงทางไป, และปฏิเสธเรา, และแสวงหาคำแนะนำของตนเองในความมืด; และในความน่าชิงชังของตนเอง พวกเขาวางแผนกระทำฆาตกรรม, และมิได้รักษาบัญญัติ, ซึ่งเราให้แก่อาดัม, บิดาพวกเขา.

  ๒๙ ดังนั้น, พวกเขาจึงกล่าวคำสาบานเท็จไว้กับตน, และ, โดยคำสาบานของพวกเขา, พวกเขานำความตายมาสู่ตนเอง; และเราเตรียมนรกแห่งหนึ่งไว้ให้พวกเขา, หากพวกเขาหากลับใจไม่;

  ๓๐ และนี่คือประกาศิต, ซึ่งเราส่งออกไปในการเริ่มต้นของโลก, จากปากของเราเอง, นับแต่การวางรากฐานของโลก, และโดยปากของผู้รับใช้ทั้งหลายของเรา, บรรพบุรุษทั้งหลายของเจ้า, เราประกาศิตไว้, แม้ดังที่จะส่งประกาศิตนั้นออกไปในโลก, จนถึงสุดแดนของมัน.

  ๓๑ และเมื่อเอโนคได้ยินถ้อยคำเหล่านี้แล้ว, ท่านน้อมกายลงสู่พื้นดิน, ต่อพระพักตร์พระเจ้า, และทูลต่อพระพักตร์พระเจ้า, โดยกล่าวว่า : เหตุใดเล่าข้าพระองค์จึงได้รับความโปรดปรานในสายพระเนตรของพระองค์, และเป็นเพียงคนหนุ่ม, และผู้คนทั้งปวงเกลียดชังข้าพระองค์; เพราะข้าพระองค์เชื่องช้าในการพูด; เหตุใดข้าพระองค์จึงได้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ ?

  ๓๒ และพระเจ้าตรัสกับเอโนค : จงออกไปและทำดังที่เราบัญชาเจ้า, และไม่มีมนุษย์คนใดจะทิ่มแทงเจ้า. จงอ้าปากของเจ้า, และเราจะเติมให้เต็ม, และเราจะให้เจ้าเอ่ยปาก, เพราะเนื้อหนังทั้งปวงอยู่ในมือเรา, และเราจะทำตามที่เราเห็นว่าดี.

  ๓๓ จงกล่าวแก่ผู้คนเหล่านี้ : ท่านจงเลือกเสียแต่วันนี้, ที่จะรับใช้พระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงรังสรรค์ท่าน.

  ๓๔ ดูเถิด พระวิญญาณของเราอยู่กับเจ้า, ดังนั้นถ้อยคำทั้งหมดของเจ้าเราจะรับรอง; และภูเขาจะหลบหนีไปต่อหน้าเจ้า, และแม่น้ำจะหันไปจากวิถีของมัน; และเจ้าจะอยู่กับเรา, และเรากับเจ้า; ฉะนั้นจงเดินกับเรา.

  ๓๕ และพระเจ้ารับสั่งกับเอโนค, และตรัสกับท่าน : จงเจิมดวงตาของเจ้าด้วยดินเหนียว, และล้างมัน, และเจ้าจะมองเห็น. และท่านทำเช่นนั้น.

  ๓๖ และท่านมองเห็นวิญญาณทั้งหลายที่พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างไว้; และท่านมองเห็นสิ่งซึ่งดวงตาฝ่ายธรรมชาติมองไม่เห็นด้วย; และนับแต่นั้นมามีการกล่าวขวัญไปทั่วแผ่นดินว่า : พระเจ้าทรงยกผู้หยั่งรู้คนหนึ่งสำหรับผู้คนของพระองค์.

  ๓๗ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นคือ เอโนคออกไปในแผ่นดิน, ในบรรดาผู้คน, โดยยืนบนเนินเขาและสถานที่สูง, และร้องด้วยเสียงอันดัง, เป็นพยานว่ากล่าวการกระทำของพวกเขา; และคนทั้งปวงขุ่นเคืองเนื่องจากท่าน.

  ๓๘ และพวกเขาออกมาฟังท่าน, บนสถานที่สูง, โดยกล่าวแก่ผู้ดูแลกระโจม : เจ้าจงอยู่ที่นี่และดูแลกระโจม, ขณะพวกเราไปที่โน่นเพื่อดูผู้หยั่งรู้, เพราะเขาพยากรณ์, และมีสิ่งประหลาดในแผ่นดิน; คนป่าคนหนึ่งมาอยู่ในบรรดาพวกเรา.

  ๓๙ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้ฟังท่าน, ไม่มีผู้ใดจับท่าน; เพราะความกลัวเกิดกับพวกเขาทุกคนที่ได้ฟังท่าน; เพราะท่านเดินกับพระผู้เป็นเจ้า.

  ๔๐ และมีชายคนหนึ่งมาหาท่าน, ซึ่งชื่อของเขาคือมาหิยาห์, และกล่าวแก่ท่าน : บอกพวกเรามาตามตรงเถิดว่าท่านคือใคร, และท่านมาจากไหน ?

  ๔๑ และท่านกล่าวแก่พวกเขา : ข้าพเจ้าออกมาจากแผ่นดินแห่งเคนัน, แผ่นดินบรรพบุรุษของข้าพเจ้า, แผ่นดินแห่งความชอบธรรมจนถึงวันนี้. และบิดาข้าพเจ้าสอนข้าพเจ้าในวิถีทางทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๔๒ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้น, ขณะที่ข้าพเจ้าเดินทางจากแผ่นดินแห่งเคนัน, ใกล้ทะเลทางตะวันออก, ข้าพเจ้าเห็นนิมิต; และดูเถิด, สวรรค์นั้นข้าพเจ้าได้เห็น, และพระเจ้ารับสั่งกับข้าพเจ้า, และประทานพระบัญชาแก่ข้าพเจ้า; ดังนั้น, เพราะเหตุนี้, เพื่อรักษาพระบัญชา, ข้าพเจ้าจึงพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกมา.

  ๔๓ และเอโนคกล่าววาทะของท่านต่อไป, โดยกล่าวว่า : พระเจ้าซึ่งรับสั่งกับข้าพเจ้า, องค์เดียวกันนี้ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์, และพระองค์ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า, และพระผู้เป็นเจ้าของท่าน, และท่านเป็นพี่น้องของข้าพเจ้า, และเหตุใดท่านจึงให้คำแนะนำตนเอง, และปฏิเสธพระผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์เล่า ?

  ๔๔ ฟ้าสวรรค์นั้นพระองค์ทรงรังสรรค์; แผ่นดินโลกเป็นที่รองพระบาทของพระองค์; และรากฐานของมันเป็นของพระองค์. ดูเถิด, พระองค์ทรงวางรากฐานไว้, พระองค์ทรงนำไพร่พลมนุษย์มาอยู่บนพื้นผิวของมัน.

  ๔๕ และความตายมาถึงบรรพบุรุษของเรา; กระนั้นก็ตามเรายังรู้จักพวกเขา, และจะปฏิเสธไม่ได้, และแม้คนแรกของทั้งหมดเราก็รู้จัก, แม้อาดัม.

  ๔๖ เพราะหนังสือแห่งความทรงจำเราเขียนไว้ในบรรดาพวกเรา, ตามแบบซึ่งประทานไว้โดยนิ้วพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า; และประทานไว้ในภาษาของเราเอง.

  ๔๗ และขณะที่เอโนคพูดถ้อยคำของพระผู้เป็นเจ้าออกมา, ผู้คนตัวสั่น, และทนอยู่ตรงหน้าท่านไม่ได้.

  ๔๘ และท่านกล่าวแก่พวกเขา : เพราะว่าอาดัมตก, พวกเราจึงเป็นอยู่; และโดยการตกของท่านจึงบังเกิดความตาย; และเราถูกกำหนดเป็นผู้มีส่วนในความเศร้าหมองและความโศกเศร้า.

  ๔๙ ดูเถิด ซาตานมาในบรรดาลูกหลานมนุษย์, และล่อลวงคนเหล่านั้นให้นมัสการเขา; และมนุษย์กลายเป็นคนมีตัณหา, ราคจริ, และเป็นเหมือนมาร, และถูกกันไว้จากที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้า.

  ๕๐ แต่พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้เป็นที่รู้แก่บรรพบุรุษของเราว่ามนุษย์ทั้งปวงต้องกลับใจ.

  ๕๑ และพระองค์ทรงเรียกหาอาดัม บิดาของเราโดยสุรเสียงของพระองค์เอง, โดยตรัสว่า : เราคือพระผู้เป็นเจ้า; เรารังสรรค์โลก, และมนุษย์มนุษย์​ก่อนพวกเขาเป็นอยู่ในเนื้อหนัง.

  ๕๒ และพระองค์ตรัสกับท่านด้วยว่า : หากเจ้าจะหันมาหาเรา, และสดับฟังเสียงของเรา, และเชื่อ, และกลับใจจากการล่วงละเมิดทั้งปวงของเจ้า, และรับบัพติศมา, แม้ในน้ำ, ในพระนามของพระบุตรองค์เดียวที่ถือกำเนิดของเรา, ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและความจริง, ซึ่งคือพระเยซูคริสต์, พระนามเดียวเท่านั้นซึ่งจะให้ไว้ภายใต้ฟ้าสวรรค์, ซึ่งโดยพระนามนั้นความรอดจะมาถึงลูกหลานมนุษย์, เจ้าจะได้รับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์, โดยขอสิ่งทั้งปวงในพระนามของพระองค์, และสิ่งใดก็ตามที่เจ้าจะขอ, ก็จะให้มันแก่เจ้า.

  ๕๓ และอาดัม บิดาของเราพูดกับพระเจ้า, และทูลว่า : เหตุใดเล่ามนุษย์จึงต้องกลับใจและรับบัพติศมาในน้ำ ? และพระเจ้าตรัสกับอาดัม : ดูเถิด เราให้อภัยเจ้าในการล่วงละเมิดของเจ้าในสวนแห่งเอเดน.

  ๕๔ จากเหตุนี้เองมีการกล่าวขวัญไปทั่วในบรรดาผู้คน, ว่าพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าทรงชดใช้ความผิดดั้งเดิม, ซึ่งในนั้นบาปของบิดามารดาจะตอบไว้บนศีรษะของลูกไม่ได้, เพราะพวกเขาปลอดบาปนับแต่การวางรากฐานของโลก.

  ๕๕ และพระเจ้ารับสั่งกับอาดัม, โดยตรัสว่า : ตราบเท่าที่ลูก ๆ ของเจ้ากำเนิดในบาปฉันใด, เมื่อพวกเขาเริ่มเติบโต, บาปขึ้นย่อมกำเนิดในใจพวกเขาฉันนั้น, และพวกเขาลิ้มรสความขมขื่น, เพื่อพวกเขาจะรู้จักให้คุณค่าแก่ความดี.

  ๕๖ และให้แก่พวกเขาที่จะรู้จักความดีจากความชั่ว; ดังนั้น พวกเขาจึงเป็นผู้มีสิทธิ์เสรีของตนเอง, และเราให้กฎและบัญญัติอีกข้อหนึ่งแก่เจ้า.

  ๕๗ ดังนั้นจงสอนลูกหลานของเจ้า, ว่ามนุษย์ทั้งปวง, ทุกแห่งหน, ต้องกลับใจ, มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่มีทางสืบทอดอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าเป็นมรดกได้เลย, เพราะสิ่งไม่สะอาดจะพำนักที่นั่นไม่ได้, หรือพำนักในที่ประทับของพระองค์ก็ไม่ได้; เพราะ, ในภาษาของอาดัม, มหาบุรุษแห่งความบริสุทธิ์คือพระนามของพระองค์, และพระนามของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดของพระองค์คือบุตรแห่งพระมหาบุรุษ, แม้พระเยซูคริสต์, พระผู้พิพากษาที่ชอบธรรม, ผู้จะเสด็จมาในความเรืองโรจน์แห่งเวลา.

  ๕๘ ฉะนั้นเราจึงให้บัญญัติข้อหนึ่งแก่เจ้า, ให้สอนสิ่งเหล่านี้อย่างเปิดเผยแก่ลูกหลานของเจ้า, โดยกล่าวว่า :

  ๕๙ คือโดยเหตุของการล่วงละเมิดการตกจึงเกิดขึ้น, การตกนั้นนำมาซึ่งความตาย, และตราบเท่าที่เจ้าเกิดมาในโลกโดยน้ำ, และโลหิต, และวิญญาณ, ซึ่งเรารังสรรค์ไว้, และจากผงธุลีกลายเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตฉันใด, แม้ฉันนั้นเจ้าต้องเกิดใหม่สู่อาณาจักรแห่งสวรรค์, โดยน้ำ, และโดยพระวิญญาณ, และสะอาดโดยพระโลหิต, แม้พระโลหิตของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดของเรา; เพื่อเจ้าจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์จากบาปทั้งปวง, และยินดีกับถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์ในโลกนี้, และชีวิตนิรันดร์ในโลกที่จะมาถึง, แม้รัศมีภาพอมตะ;

  ๖๐ เพราะโดยน้ำเจ้ารักษาบัญญัติ; โดยพระวิญญาณเจ้าได้รับการรับรอง, และโดยพระโลหิตเจ้าได้รับการชำระให้บริสุทธิ์;

  ๖๑ ฉะนั้นจึงให้สิ่งนี้เพื่อจะอยู่กับเจ้า; พยานแห่งสวรรค์; พระผู้ปลอบโยน; สิ่งที่ส่งเสริมความสงบแห่งรัศมีภาพอมตะ; ความจริงของสิ่งทั้งปวง; สิ่งซึ่งชุบชีวิตให้สิ่งทั้งปวง, ซึ่งทำให้สิ่งทั้งปวงมีชีวิต; สิ่งซึ่งรู้สิ่งทั้งปวง, และมีเดชานุภาพทั้งปวงตามปัญญา, ความเมตตา, ความจริง, ความยุติธรรม, และความเที่ยงธรรม.

  ๖๒ และบัดนี้, ดูเถิด, เรากล่าวแก่เจ้า : นี่คือแผนแห่งความรอดเพื่อมนุษย์ทั้งปวง, โดยทางพระโลหิตของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดของเรา, ผู้จะเสด็จมาในความเรืองโรจน์แห่งเวลา.

  ๖๓ และดูเถิด, สิ่งทั้งปวงมีลักษณะที่เหมือนกัน, และสิ่งทั้งปวงสร้างและรังสรรค์ขึ้นเพื่อกล่าวคำพยานถึงเรา, ทั้งสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายโลก, และสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ; สิ่งซึ่งอยู่ในฟ้าสวรรค์เบื้องบน, และสิ่งซึ่งอยู่บนผืนแผ่นดิน, และสิ่งซึ่งอยู่ในผืนแผ่นดิน, และสิ่งซึ่งอยู่ใต้ผืนแผ่นดิน, ทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง : สิ่งทั้งปวงกล่าวคำพยานถึงเรา.

  ๖๔ และเหตุการณ์ได้บังเกิดขึ้น, เมื่อพระเจ้ารับสั่งกับอาดัม, บิดาของเราแล้ว, คืออาดัมร้องทูลพระเจ้า, และพระวิญญาณของพระเจ้าพาท่านไป, และนำลงไปในน้ำ, และวางไว้ใต้น้ำ, และนำออกมาจากน้ำ.

  ๖๕ และท่านจึงรับบัพติศมาดังนั้น, และพระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าเสด็จลงมาบนท่าน, และท่านจึงเกิดจากพระวิญญาณดังนั้น, และกลายเป็นผู้ที่ได้รับการชุบชีวิตในจิต.

  ๖๖ และท่านได้ยินพระสุรเสียงมาจากสวรรค์, ตรัสว่า : เจ้ารับบัพติศมาด้วยไฟ, และด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์. นี่คือพยานของพระบิดา, และพระบุตร, นับแต่นี้ไปและตลอดกาล;

  ๖๗ และเจ้าเป็นคนในระเบียบของพระองค์ผู้ทรงปราศจากการเริ่มต้นของวันหรือการสิ้นสุดของปี, จากชั่วนิรันดรถึงชั่วนิรันดร.

  ๖๘ ดูเถิด, เจ้าเป็นหนึ่งเดียวกันกับเรา, บุตรคนหนึ่งของพระผู้เป็นเจ้า; และดังนั้นคนทั้งปวงจะเป็นบุตรของเรา. เอเมน.