2019
มีเวลาไม่พอในแต่ละวันหรือ นี่เป็นวิธีใช้เวลาของท่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด
กุมภาพันธ์ 2019


ดิจิทัลเท่านั้น

มีเวลาไม่พอในแต่ละวันหรือ นี่เป็นวิธีใช้เวลาของท่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด

มีเวลาไม่พอในแต่ละวันหรือ นี่เป็นวิธีใช้เวลาของท่านให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เมื่อเราวางแผนชีวิตและใช้เวลาของเราอย่างฉลาด พระเจ้าจะทรงอวยพรและเพิ่มความสามารถให้เรารับใช้ในอาณาจักรของพระองค์ได้ดีขึ้น การประยุกต์ใช้หลักธรรมต่อไปนี้* จะช่วยให้เรามีชีวิตที่เป็นประโยชน์และเตรียมเราให้พร้อมรับความสูงส่ง

แบ่งเป้าหมายออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น

เมื่อเราตั้งเป้าหมายใหญ่แล้วเราสามารถแบ่งออกเป็นเป้าหมายย่อยสามรูปแบบ จากนั้นเราจะกำหนดได้ว่าเราต้องทำงานอะไรในแต่ละวันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเรา

  1. เป้าหมายระยะยาว เป็นเป้าหมายใหญ่และเป้าหมายหลัก อย่างเช่น เราอาจตั้งเป้าหมายว่า “มีงานอาชีพที่ฉันสามารถเลี้ยงดูตนเองและคนที่ฉันรับผิดชอบ”

  2. เป้าหมายระยะกลาง เป็นเป้าหมายที่เจาะจงมากขึ้นซึ่งนำท่านให้บรรลุเป้าหมายระยะยาว เช่น “ได้ปริญญามหาวิทยาลัย”

  3. เป้าหมายระยะสั้น ท่านสามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ในเวลาค่อนข้างสั้น การบรรลุเป้าหมายเหล่านี้จะทำให้ท่านใกล้บรรลุเป้าหมายระยะกลางและระยะยาวมากขึ้น ตัวอย่างของเป้าหมายระยะสั้นได้แก่ “อย่าขาดเรียนเทอมนี้”

  4. ภารกิจประจำวัน สิ่งที่เราทำทุกวันควรนำเราให้บรรลุเป้าหมายของเรา ภารกิจประจำวันอาจได้แก่ “ทำการบ้านที่มีกำหนดส่งพรุ่งนี้ให้เสร็จ”

ตั้งเป้าหมายหลายๆ ด้าน

ท่านสามารถใช้ตัวอย่างข้างต้นตั้งเป้าหมายในชีวิตทุกด้านของท่าน เอ็ลเดอร์โรเบิร์ต ดี. เฮลส์ (1932–2017) แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองแนะนำให้เราเน้นสี่ด้านต่อไปนี้

  • การพัฒนาทางวิญญาณ

  • การพัฒนาทางร่างกาย

  • การพัฒนาทางการศึกษา บุคลิกภาพ และงานอาชีพ

  • การพัฒนาทางสังคมและความเป็นพลเมือง1

ขณะที่เราตั้งเป้าหมายในด้านเหล่านี้ เราควรจดจำคำแนะนำจากประธานเอ็ม. รัสเซลล์ บัลลาร์ด รักษาการประธานโควรัมอัครสาวกสิบสอง “ตั้งเป้าหมายที่สมดุล—ไม่มากไปหรือน้อยไป และไม่สูงไปหรือต่ำไป จดเป้าหมายที่บรรลุได้และทำให้บรรลุเป้าหมายเหล่านั้นตามความสำคัญ สวดอ้อนวอนขอการนำทางจากสวรรค์ในการตั้งเป้าหมายของท่าน”2

เราจะเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น

เมื่อเราตั้งเป้าหมายที่ชอบธรรมและบริหารเวลาให้ดีเพื่อบรรลุเป้าหมาย เราจะเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้น เอ็ลเดอร์นีล เอ. แม็กซ์เวลล์ (1926–2004) แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองกล่าวว่า “ข้าพเจ้าขอบพระทัย [พระคริสต์] สำหรับการบริหารเวลาอย่างอัศจรรย์ของพระองค์ เพราะไม่ทรงใช้ชั่วขณะใดอย่างไร้ประโยชน์ รวมถึงชั่วขณะของการตรึกตรอง แม้แต่วินาทีของพระองค์ก็แสดงให้เห็นความเป็นผู้พิทักษ์ของพระองค์”3

อ้างอิง

  • ดัดแปลงจาก The Gospel and the Productive Life (2017) คู่มือครูและนักเรียน “Chapter 3: Setting Goals and Managing Time”

  • ดู โรเบิร์ต ดี. เฮลส์, “การบรรลุหน้าที่ของเราต่อพระผู้เป็นเจ้า,” เลียโฮนา, ม.ค. 2002, 52.

  • เอ็ม. รัสเซลล์ บัลลาร์ด, “Keeping Life’s Demands in Balance,” Ensign, May 1987, 14.

  • นีล เอ. แม็กซ์เวลล์, “Jesus of Nazareth, Savior and King,” Ensign, May 1976, 27.